ความไม่ประทับใจใน Windows 7

ติดตั้งลงไปแล้วครับสำหรับ Windows 7 ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่งกับมัน แต่ของดี ๆ ที่น่าใช้น่าลองก็เยอะอยู่ เลยขอหน่อยแล้วกัน และแล้วก็เจอข้อเสียที่เคยกังวลว่าต้องเจอแน่ ๆ ใน Windows

1. ติดตั้งช้ามาก เป็นอะไรที่ไม่อยากจะเปรียบเทียบหรอกนะครับ แต่ขั้นตอนในการติดตั้ง Windows นี่สู้ Linux โดยเฉพาะสาย Ubuntu ไม่ได้จริง ๆ แม้จะมีข้อดีเรื่องการเลือกขั้นตอนที่ง่ายกว่า แต่ใช้เวลานานและรีสตาร์ทมากเกินความจำเป็น นอนหาวรอตั้งนาน

2. ทุกอย่างต้อง Google & Download ภายใต้ข้อดีของอิสระในการเสือกสรรโปรแกรมใช้งานของ Windows ก็ปรากฎว่ามีข้อเสียเช่นเดียวกัน ในระบบปฏิบัติการ Linux มักจะจัดเตรียมโปรแกรมต่าง ๆ พร้อมให้ใช้ และไม่ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดแต่อย่างใด เพราะโดยตัวระบบปฏิบัติการมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อค้ากำไร และโปรแกรมส่วนมากที่ให้มามักจะเป็นฟรีแวร์ หรือโอเพ่นซอร์ส ปัญหาของ Windows คือ ไม่มีมาให้ด้วยข้อกฎหมาย และไม่มีมาให้ด้วยตัวของระบบปฏิบัติการเอง เราจึงต้องจัดหา ซื้อบ้าง ค้นหาเองบ้าง ข้อเสียนอกจากจะไม่สะดวกแล้ว ยังไม่มีการควบคุมได้เต็มที่เท่ากับเหล่า Linux ที่โปรแกรมทุกตัวใน Repositories จะถูกตรวจสอบโดยทีมผู้พัฒนา และรับรองเกือบ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาเมื่อเลือกติดตั้งใช้งานพร้อมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Windows ยังทำได้ดีไม่เทียบเท่า แต่ก็ไม่ได้ยากเกินผู้ใช้จะเข้าใจ หรือเรียนรู้หรอกครับ

3. ใช้พื้นที่เยอะมาก ขนาดการติดตั้งเพื่อใช้งานได้ของ Windows เท่ากับ 17 GB โดยประมาณ ในขณะที่ Ubuntu ใช้เพียง 6 GB ก็เหลือแหล่แล้ว

4. Hinting ของฟ้อนต์สู้ Ubuntu ไม่ได้ เหลี่ยมกระจาย

5. บังคับโปรแกรมแอนตี้ไวรัส มันเป็นความปลอดภัยขั้นพื้นฐานล่ะครับ อันที่จริง UAC นั้นก็ช่วยได้พอสมควร แต่ตัว Security Center มันเตือนตลอด ซึ่งการแก้ปัญหาโดยการปิดระบบเตือนนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักหรอกครับ เพราะคุณประโยชน์ของมันมีเยอะกว่านั้นและไม่ควรรำคาญ และแน่นอนว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส .. ก็เปลืองโปรเซสของเราอีกแล้ว

6. ซอฟท์แวร์ 3rd Party ที่เป็น 64 bit แท้ ๆ น้อยมาก ไล่มาตั้งแต่ Firefox ยาวไปจนถึงอีกมากมาย ในขณะที่ Ubuntu และ Linux อื่น ๆ มีเวอร์ชั่น 64 bit แท้ ๆ หรือทำไว้เป็นแพคเกจสำหรับ 64 bit เพียบพร้อม ทำให้การใช้งานนั้นเต็มประสิทธิภาพมากกว่า

7. Eye Candy แม้ว่า Out of Box ของ Windows 7 จะสวยกว่าลินุกซ์สาย GNOME เช่น Ubuntu แต่ต้องยอมรับว่า GTK Engine ของ GNOME นั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานสวย ๆ ได้มากกว่า ในขณะที่ Aero ของ Windows นั้นบังคับรูปแบบตายตัว เปลี่ยนได้แค่สี และได้ความใสเท่านั้น โดยรวมแล้วสำหรับคนขี้เบื่ออย่างผม ชอบ GTK+ Engine มากกว่า Aero ครับ

8. Usability ทุก ๆ หน้าต่างภายใต้การควบคุมของ gtk2-engines จะมีตัวเลือกให้แสดงหน้าต่างบนสุดเสมอทุกหน้าต่าง ไม่จำเป็นว่าโปรแกรมจะต้องมีฟังก์ชั่นนั้น ข้อดีคือทำให้การทำงานสะดวกมากกว่า ในกรณีที่ต้องสลับหน้าต่างเสมอ

โดยรวมแล้วข้อไม่ประทับใจ มีทั้งส่วนที่เป็นจุดด้อย และจุดที่เป็นความเคยชิน ยังไงซะข้อดีมันก็มีมากพอ ๆ กัน (หรือเผลอ ๆ จะมากกว่า) ตอนนี้ก็ใช้ได้ทั้งสองระบบโดยไม่ตะขิดตะขวงใจแล้วครับ เพราะว่าทั้ง Ubuntu และ Windows ของผมถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทุกอย่างแล้ว (รวมถึงฟ้อนต์ด้วย หุหุหุ)

กระทู้นั้นที่บล็อกนอน

คลิกที่นี่เพื่อไปอ่านเม้นต์ของเกรียน

เมื่อก่อนล่ะเซ้ง เซ็ง เวลาใครมา “เกรียน” แต่เดี๋ยวนี้ปลงแระ บุญไม่ถึงอะสิพวกเอ็ง !

บางทีก็คิด ๆ ว่า การใช้ Ubuntu หรือ Linux ใด ๆ แทน Windows มันคือการแทนกันแค่ OS แต่ที่เหลือต้องเปลี่ยนทั้งหมด ทั้งอุปกรณ์ อุปนิสัย กระบวนการ วิธีการ เส้นทาง และจุดหมายปลายทางด้วย (ในบางกรณี)

อาทิเช่น การจะใช้ OpenOffice.org ร่วมกับ Microsoft Office ไหนจะปัญหาเรื่องฟอนต์ ฟอร์แมต อีกทั้งปัญหาด้าน Engineer ที่ว่าด้วยเสปกของ Microsoft Office นั้นไม่ได้เปิดเผย การที่ Office ตัวอื่น ๆ เปิดได้คือการ Re-engineer โค้ด หรือเดาไปเรื่อยจนมันเปิดได้ ดังนั้น มันใช้ร่วมกันได้ไม่สมบูรณ์แน่ ๆ ในทางทฤษฎี และในทางปฏิบัติก็จะเจอปัญหาบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง

หรือกรณี PhotoShop ไม่ใช่ว่า GIMP ไม่ดี แต่ถ้าจะบูรณาการกันมันก็ขนานใหญ่ จุดที่เป็นปัญหาคือ “คน (ที่คิดไปเองว่า) เก่ง” มักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือไม่ต้อนรับสิ่งใหม่ที่ตัวเองคิดว่าไม่ดีเท่าเดิม หรืออะไรก็ตาม .. ช่างเค้าเหอะ ดัดตอนไม้อ่อน ๆ นะ จำไว้

So ถ้าอะไร ๆ มันบีบบังคับว่าต้อง Windows ก็ไปทำให้มันถูกต้องซะ เป็นหมาสองรางทำตัวเป็นอีแอบ แอ๊บเนียนมาว่า Linux ไม่ดี ไม่เทพงั้นงี้ แล้วตัวเองใช้ของปลอมเนี่ยนะ .. ก็อาจจะไม่ใช่ประเด็นหรอก ถ้าคุณไม่เอาของปลอม ของเถื่อนไปสร้างมูลค่า ไปสร้างงาน ไปสร้างรายได้ มันยุติธรรมแล้วเหรอที่ขโมยงานของคนอื่นมาสร้างผลงานของตัวเอง มาสร้างรายได้ให้ตัวเอง ถ้าให้พูดตรง ๆ คนที่เรียนอยู่ก็ไม่ควรได้รับข้อยกเว้น คุณเรียนไปเพื่ออะไร จบไปทำกับข้าวกินอยู่บ้าน หรือจบแล้วไปหางานทำที่มีรายได้ คิดให้ถูก ทำให้ถูกซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าครับ จะได้ไม่เป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจ .. ก็แบบนั้นแหละ

ใช้อะไรแค่พอตัวมันก็พอถูไถได้ครับ Windows ถ้าไม่ใช่ตัวท็อป ราคามันก็ไม่ได้โหดร้ายเกินค่าครองชีพเรา ๆ ไปซักเท่าไร แน่นอนว่าถ้าคุณคิดว่าเวอร์ชั่นท็อปนั้นคู่ควรกับมูลค่าที่คุณจะสร้างจากมันได้ คุณก็ควรพร้อมและเต็มใจจะจ่ายเพื่อมัน ไม่งั้นก็ลดความต้องการของตัวเอง หรือหาทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งได้มาอย่างถูกต้องด้วยราคาที่ถูกกว่า (เช่น จะสมัคร Technet หรือไลเซนต์ของมหา’ลัย หรือของบริษัท อะไรก็ว่าไป) ดีกว่าบิตมา ลาบเป็ดมา แล้วก็เที่ยวมาเกรียนด่าคนอื่นเค้าไปทั่ว ไม่แมนว่ะ .. พูดตรง ๆ

เบื่อ Windows จริง ๆ เลยเชียว

วันนี้ไปจัดการเรื่องคอมพิวเตอร์ให้คุณป้ามา จับ Windows XP ด้วยภารกิจต้องเชื่อมต่อกับกล้องถ่ายวิดีโอโซนี่ ริปเพลงจากซีดี แปลง VCD ลง Flashdrive

เชื่อมต่อกล้องฯ ไม่ยากเท่าไร ก็ง่ายตามประสาโปรแกรมที่เค้าออกแบบมาเพื่อ Windows นั่นล่ะ แต่พอริปเพลง กับแปลง VCD เท่านั้นแหละ …

Windows Media Player ในเครื่องนั้นเป็น Version 9 คือมันริปเพลงไม่ได้ อัพเกรดเป็น Version 11 ก็เจอด่าน Validate อีก เสียเวลาหาทางแก้อีกเกือบชั่วโมง … นี่ถ้าเป็น Ubuntu ก็ Rhythmbox ม้วนเดียวจบ

แปลงไฟล์ DAT ที่ดึงออกมาจาก VCD เป็น MP3 หาโปรแกรมที่สมประกอบไม่เจอ ทั้ง VLC ก็แล้ว (พยายามจะหาของฟรี) หรืออะไรต่อมิอะไร โหลดมาแถมซีเรียลให้อีกก็รู้สึกผิดบาปเหลือเกิน แต่ก็นะ..ทำไงได้ สรุปงานนี้เป็น Ubuntu ก็ FFMpeg อีกซักม้วนนึงจบอีกเหมือนกัน

ใครจะว่ายังไงก็เถอะ .. แต่ปลื้มแนวฟรีและดีสไตล์ Freeware & OpenSource ซะแล้ว เลยบอกคุณป้าว่าไอ้งานพวกนี้ขอกลับมาทำที่บ้านตัวเอง เดี๋ยวเอาไปให้แล้วกัน (คือไม่ได้เอาน้องขาว BenQ ไปอะ นึกไม่ถึงว่าจะงานเข้า)

Advantage of Ubuntu

วันนี้เกิดอาการ “คัน” อยากลองใช้ลินุกซ์สายพันธุ์อื่น ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว (ตอนนี้กำลังโหลด Fedora 10.1 Beta และ SLED 11.1) แต่ทว่า …

นึกไป คิดมา ก็ไม่รู้ว่าจะให้เหตุผลกับตัวเองว่า Ubuntu ไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องขวนขวายไปใช้ยี่ห้ออื่น (ให้เหนื่อยด้วย)

อรรถประโยชน์ที่ได้จาก Ubuntu เท่าที่ผมจะสามารถบอกได้มีดังนี้

1. มี Local Source เพื่อการอัพเดทอย่างรวดเร็ว เวลาจะสั่ง Update ทีนึงถ้าเป็นยี่ห้ออื่น ๆ คงนานเพราะต้องต่อ Source จากต่างประเทศ (อันที่จริงมันก็เปลี่ยนมาเป็น Source ในไทยได้ แต่ความสดจะน้อยหน่อย) ในขณะที่ Ubuntu มีแหล่งอัพเดทในไทยเป็นจำนวนมาก และความสดไม่ได้ต่างกับ Source ต่างประเทศ หรือ Source หลัก ๆ ซักเท่าไร (ช้ากว่ากันไม่เกิน 1 วัน)

2. มีผู้ใช้ (ที่เป็นคนไทย) จำนวนมาก เท่ากับว่าเราไม่ต้องพึ่งบริการซัพพอร์ต รวมถึงไม่ต้องมึนกับภาษาอังกฤษตลอดเวลา มีปัญหาปรึกษาคนไทยด้วยกันก่อนได้ ไม่ไหวจะเคลียร์จึงไปพึ่งเวบบอร์คภาษาต่างชาติ Continue reading