Ubuntu at play & Windows at work

ไม่มีไรจะเขียน 555+

ที่ทำงานมี LAN ให้ใช้ทำงาน ออกเน็ตได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทุกเว็บ เพื่อแหกด่าน เราเลยใช้วิทยายุทธ์กันนิดหน่อย ท้ายที่สุด เลยมี Route 2 วงให้เน็ตออก

ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าถ้าเสียบ LAN ปั๊บ มันจะยึด LAN เป็นหลัก พยายามหาวิธีที่ง่าย ๆ ในการออกเน็ตผ่านทางนึง แชร์ไฟล์ผ่านทางนึง แต่มันไม่ง่ายเลย

จริง ๆ ก็ทำให้มันยากไปงั้นล่ะครับ แต่เดิมใช้ Ubuntu ก็ง่ายมาตลอด ง่าย ๆ เลยคือ ก็ออกเน็ต เล่นอะไรบน Ubuntu แล้วใช้ LAN ใน Virtual Machine

การเซ็ตก็ง่าย ๆ เสียบสายแลนปุ๊บ บน Ubuntu ก็ Disable มันซะ จากนั้นในการตั้งค่าของ Virtual Machine ผมใช้ VirtualBox ก็เลือกใช้ Bridge Adapter เป็นพอร์ต LAN ซะ แค่นี้ก็แยกกันได้อย่างอิสระ (แต่เปลือง Resource สิ้นดี แนะนำสำหรับเครื่องแรง ๆ แรมเยอะ ๆ)

แก้ปัญหาได้เท่านี้แหละ ยากกว่านี้เอาไว้วันหลังละกาน

The impact of piracy

เรามักคุ้นชินกับอะไรง่าย ๆ เช่น เพลงจาก 4shared แผ่น Windows จากพันทิป ยืมแผ่นเพื่อนมา Rip มา Write เคยรู้บ้างไหมว่าการกระทำของเรามันทำร้ายใครบ้าง

บุคลากรจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังผลงานเหล่านั้นไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีรายได้ การละเมิดลิขสิทธิ์ของเราจึงทำให้รายได้ของคนเบื้องหลังเหล่านี้หดหายไปเรื่อย ๆ เราอาจจะคิดว่าเพียงแค่ไม่กี่คนคงไม่กระทบกระเทือน แต่เอาเข้าจริงแล้วมันกระทบ เพราะคนที่คิดแบบนี้ยังมีอีกเยอะ

ทำไมถึงยกเรื่องนี้มาพูดเหรอครับ .. สลดใจนิดนึงตรงที่ปกติไม่ค่อยได้เข้าบอร์ด Windows ซักเท่าไร จะไปสิงอยู่กับข่าวและ Android ซะมาก (ซึ่งเราพยายาม Root เครื่องเพื่อซื้อ App) วันนี้ได้มีโอกาสเข้าบอร์ด Windows ก็เจอข้อความหลาย ๆ อันที่แสนน่าหดหู่

หากไม่ไหวจริง ๆ กับราคา ก็น่าจะหาทางเลือกอื่น ๆ ที่ทดแทน หรือเพียงพอกับทุนทรัพย์ การพยายามโกงแล้วภูมิใจที่ทำได้นี่มันไม่น่าชื่นชมเลยจริง ๆ นะ

ไม่ได้บอกว่าต้องใช้ Linux แต่ถ้าคุณไม่สามารถซื้อ Windows ใช้ได้ ก็น่าจะพิจารณาทางเลือกที่ไม่ทำร้ายคนอื่นนะ จริงไหม

/ การแลกเปลี่ยนเอกสาร เดี๋ยวนี้มี Google Docs รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่คล้ายกันแล้ว ไม่น่าใช่ปัญหานะ อีกทั้งเอกสารบางอย่างที่ผูกติดกับ Excel ก็น่าจะเริ่มต้นสร้างกันใหม่โดยเริ่มจากซอฟท์แวร์ฟรีค่าลิขสิทธิ์ น่าจะยั่งยืนกว่านะครับ

(ผมเพ้อ อย่าสนใจเลย ..)

เพราะ Ubuntu ลาก Hi-Def ไม่ค่อยไหว

มันไม่ใช่เพราะอากาศ หรือความแปรปรวนใด ๆ แต่เพราะ Hardware ของผมมันกะหรั่ว และ Software ที่ใช้ในการถอดรหัสของ Linux นั้นยังไม่ดีพอจะสู้หรือทัดเทียมกับ Software บน Windows ได้

การ์ดจอของเจ้าขาวน้อยของผมคือ Intel On-Board X3100 ตัวเก่านู้น ตัวมันเองรับ Hi-Def ระดับ 1080p ไม่ได้แต่ภาค Software นั้นเอาอยู่ ซึ่งบน Windows นั้นของฟรี (สีเทา ๆ) อย่าง KMPlayer จากค่ายเกาหลีสามารถเอาอยู่ ส่วน VLC บน Windows ก็ไม่ได้ขี้เหร่ซักเท่าไร แต่พอเป็น Ubuntu แล้วอารมณ์เสีย กระตุกมากมาย ณ จุดนี้

ทางเลือกของการดูหนัง Hi-Def ถ้าไม่ซื้อ Notebook ใหม่ ก็คงต้องใช้ Windows เป็นหลักซะละมั้ง

เป็นทางเลือกที่ถูกตังค์ แต่ไม่ถูกใจ ส่วนทางเลือกที่ถูกใจ ก็ไม่ได้ถูกตังค์ .. ปวดจิตจริง ๆ +

ความไม่ประทับใจใน Windows 7 (ภาค 2)

ภาคแรก ก็กล่าวไว้เยอะพอสมควร (ในลักษณะที่ว่าใช้ลินุกซ์จนชิน) และหลังจากเขียนภาคแรกไปนั้นก็ใช้ Windows 7 ต่อมาอีกหลายวันอยู่ เนื่องจากต้องพิมพ์วิทยานิพนธ์ด้วย ซึ่งปัญหาของ OpenOffice.org คือ ฟอร์แมตหรือการจัดรูปแบบย่อหน้ามันแปลก ๆ ในขณะที่ MS Office 2007 มันจัดง่ายกว่า และปัญหาเรื่องไดรฟ์เวอร์ของพริ้นเตอร์ที่ทำงานมันไม่มีของลินุกซ์ (RICOH ห่วยมาก) เลยไปทำบน Windows ซะให้จบ ๆ พอเสร็จปุ๊บกลับมาใช้ Ubuntu แทบไม่ทัน 555+

เริ่มเลยละกันนะครับ

1. การสลับหน้าต่างโปรแกรม แม้ว่า Superbar ของ Windows 7 มันจะล้ำ แนวมาก และค่อนข้างอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะ Jump List ที่ส่วนมากใช้ได้กับโปรแกรมของ MS ที่ผมไม่ใช้ ดังนั้นการใช้งานมันจึงยังเป็นแค่เพียง Task Bar แม้ว่าจะตั้งชื่อให้สวยหรูซักเพียงใด แต่มันก็สู้การสลับหน้าต่างด้วย Expose แบบ Mac ไม่ได้อยู่ดี เพราะ Task Bar นั้นเราต้องย้ายสายตาลงไปด้านล่างของจอ (หรือใครจะย้ายไปด้านบนมันก็ต้องเลื่อนลูกตาอยู่ดี) แต่ Expose แค่เหวี่ยงเม้าส์มึน ๆ มันก็เลือกได้แล้วว่าอยากจะย้ายไปหน้าต่างไหน ไม่ต้องหลุบลูกตาขึ้นลง .. (ใน Ubuntu ผมใช้ Compiz เหวี่ยงได้เหมือนกัน)

2. ไฟแสดงสถานะของภาษา ใน GNOME จะตั้งได้ว่าถ้ามีการสลับไปใช้ภาษาที่สองจะให้ไฟที่ Caps Lock, Scroll Lock หรือ Num Lock ติดขึ้น เป็นอันรู้กันว่าเปลี่ยนไปเป็นอีกภาษานึงแล้ว ข้อดีคือไม่ต้องย้ายลูกตาไปมองด้วยซ้ำ เพราะแสงมันแยงตาอยู่แล้ว และชัดมาก ส่วน Windows 7 นั้นแสดงไว้ที่ Task Bar ไม่มีความโดดเด่นใด ๆ เลย ต้องเพ่งลงไปมอง หรือเบาที่สุดก็ต้องย้ายลูกตาเหลือบไปมองอยู่ดี

3. Aero Snap ที่ผมบนเรื่องการสั่ง Alway On Top ของทุกหน้าต่างไม่ได้เหมือน GNOME นั้น พอดีไปค้นพบว่ามันสามารถเหวี่ยงหน้าต่างไปซ้ายจะได้ครึ่งหน้า ขวาได้อีกครึ่ง เท่ากับแบ่งครึ่งทำงานได้เลย สะดวกมากตอนพิมพ์วิทยานิพนธ์ครับ เพราะผมสามารถอ่านจาก PDF แล้วพิมพ์ใน Word ได้เลยโดยไม่ต้องสลับที่ Task Bar แต่ปัญหาคือเมื่อเจอหน้าต่างที่ 3 Aero Snap จะไม่สามารถแบ่งจอให้ได้แล้ว ก็ต้องแบ่งเองด้วยมือตามปกติ ดังนั้น การสั่ง Alway On Top กับทุก ๆ หน้าต่างได้จึงยืดหยุ่นมากกว่าอยู่ดี

4. การติดตั้งและอัพเดทโปรแกรม (อีกแล้ว) นอกจากการสรรหาโปรแกรมที่ลินุกซ์น่าเชื่อถือมากกว่าและสะดวกกว่า ยังรวมไปถึงระบบการอัพเดทโปรแกรมในเครื่องด้วย ถ้าเทียบกันที่ระดับเคอร์เนล ทั้งลินุกซ์และ Windows ไม่แตกต่างกัน แต่ลินุกซ์นั้นสามารถอัพเดทโปรแกรมทั้งที่อยู่ในการดูแลของทีมพัฒนา หรือจากแหล่งอื่น ๆ (Third Party) ได้ภายในคราวเดียวกัน ต่างจาก Windows ที่หากต้องการอัพเดทอะไรที่ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ของ Microsoft แล้ว ผู้ใช้จำเป็นต้องจัดการเอง ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยคำสั่งเดียวเหมือนลินุกซ์

5. Click to run VS Command to run Windows นั้นมี GUI ที่เข้มแข็ง สามารถครอบคลุมงานที่ต้องใช้คำสั่งพิมพ์มือได้เกือบทั้งหมด ซึ่งการออกแบบโดยแนวคิดการใช้เม้าส์นั้นเหมาะกับยุคสมัยที่โปรแกรมไม่เยอะ ไม่มีความซับซ้อน และความต้องการในการใช้งานของผู้ใช้ยังไม่มากนัก ปัญหาของการใช้เม้าส์ค้นหาและคลิก คือมันจะสลับซับซ้อนมากถ้าเราจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน และจะต้องเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนค่าปกติ (ที่ระบบตั้งมา หรือที่ผู้ใช้ตั้งไว้ใช้เอง) ดังนั้นใน Windows 7 จึงเริ่มใส่ช่อง Search ซึ่งใช้งานเป็นคำสั่ง Run ได้ด้วยมาที่ Start Menu เลย ในขณะที่ลินุกซ์นั้น หาก GUI มันตอบสนองช้า เราสามารถสั่งมันด้วย Command Line ได้ทันที แม้ว่ามันจะไม่เหมาะกับมือใหม่ แต่มันเหมาะกับคนใช้งานครับ เพราะถ้าใช้งานจริง งานเร่งจริง อะไรจริง แล้วต้องย้ายมือจากคีย์บอร์ดไปจับเม้าส์ หรือย้ายนิ้วมา Touch Pad กับกด ALT+F2 แล้วสั่งมันไปเลย ประการหลังจะเร็วกว่า แน่นอนว่ามันคงไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้แน่กับผู้ที่ไม่คุ้นเคย และข้อนี้ก็เป็นเพียงแนวคิดของผมเท่านั้น กรุณาอย่าเอาไปอ้างอิงที่ไหน ใครใช้ย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด เลือกที่เหมาะกับตัวเองละกันครับ

6. Windows Explorer “No Tab” มันจะดีมาก ๆ ถ้ามี Tab ขอเถอะ ให้มันหน้าต่างเดียวจบจริง ๆ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

7. Start Menu ที่รกที่สุด สำหรับ Windows เมื่อติดตั้งโปรแกรมใด ๆ ลงไปมันจะไปกองอยู่ที่เดียวกันหมด นอกจากโปรแกรมพื้นฐานที่มากับระบบปฏิบัติการเท่านั้นที่จะแบ่งหมวดหมู่ให้ ข้อดีคือสามารถไล่หาโปรแกรมตามอักษรได้เลย ส่วนข้อเสียคือ คนใช้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมนั้น ๆ จะไม่รู้ว่ามันคือโปรแกรมอะไร ใช้งานประเภทไหน โดยเฉพาะโปรแกรมที่ชอบสร้าง Shortcut แบบเอาชื่อบริษัทขึ้นก่อนนี่ตัวดี คนใช้ไม่ได้ Expert หรือ Average ไปซะหมดนะครับ (แต่ก็อย่างว่า โปรแกรมบน Windows มันหมื่นพ่อล้านแม่ MS คงไม่สามารถรวบรวมทุกโปรแกรมที่มีโอกาสติดตั้งบน Windows และจับมันแยกประเภทให้ได้หรอก ต้องทำใจ)

8. เปลือง RAM ที่สุด ว่าจะไม่บ่นแล้วนะเนี่ย เพราะคิดในอีกมุมนึงก็คือ ทรัพยากรเรามึตั้งเยอะ ใช้มันให้คุ้มจะเป็นไร เพราะงานหนักแบบโพด ๆ Windows 7 ก็เอาแรมผมไปแค่ 2 กิ๊กนิด ๆ (ตอนเปิดมันเอาไปแล้วเกือบ 1.5 กิ๊ก) แต่.. 1.5 กิ๊กนี่แหละคือ Full Load ที่ Ubuntu ใช้ตอนผมทำงานหนัก ๆ (ในสภาวะงานเดียวกัน) ก็น่าคิดอยู่เหมือนกันแฮะ ว่าให้มันใช้เต็มที่เพื่อความคุ้มค่าในทรัพยากรที่มี หรือให้มันประหยัด ๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า

9. ขยันสร้างขยะ การที่ Windows พยายามจะรักษาระดับความเร็วในการใช้งานของเครื่อง โดยการสร้างไฟล์เบื้องหลังอะไรไว้มากมายเพื่อจะให้ได้ตัวเลขด้านเวลา .. แต่ต่อมาสิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นขยะที่คาไว้บนฮาร์ดดิสก์ของเรา ซึ่งเราก็ต้องตามมาเก็บกวาดกันเอง อีกทั้งระบบ Registry ที่ใช้ยังสร้างภาระงานหนักให้กับหน่วยประมวลผลเมื่อใช้ไปนาน ๆ เพราะมัน Regis อย่างเดียว ไม่ Deregister ออกไปเลย (นอกจากจะเอาออกด้วยตัวเอง หรือโปรแกรม 3rd party เท่านั้น) ถ้าเทียบระบบ Registry กับลินุกซ์นั้นถือว่าเสมอกัน เพราะในลินุกซ์เมื่อถอนการติดตั้งโปรแกรม แต่ซากอารยธรรมมันก็ยังคาไว้ที่ /home ผิดกันที่ระบบการกำจัดมันง่ายกว่ากันมาก เพราะในลินุกซ์แค่ยกเลิกการซ่อน แล้วลบมันเป็นอันจบ ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรเก็บกวาดเลย ประเด็นต่อมาคือไฟล์ขยะ ในลินุกซ์สาย Debian จะมีขยะเพียงแค่ .deb ที่เป็นไฟล์อัพเดท ปัญหาคือมันไม่มีระบบลบของเก่าอัตโนมัติ ต้องสั่งลบเอง ซึ่งก็สั่งทีเดียวเกลี้ยงเลย ยิ่งกว่านั้นลินุกซ์ในสาย Fedora หรือ SUSE ยิ่งล้ำกว่านี้อีก เพราะมันจะอัพเดทแค่เพียงส่วนที่ต่างจากของเดิมเท่านั้น ไม่ได้ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่มาทั้งหมดเหมือน Debian ส่วนการเก็บกวาดก็ง่ายพอ ๆ กัน ดังนั้น จะใช้ Windows คงต้องขยันกวาดบ้านซะหน่อย เพราะเปิดทั้งประตูหน้าต่างโล่งไปหมด ฝุ่นเยอะโพด ๆ

9 ข้อซะแล้ว หุหุหุ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้นนะครับ ย้ำ! ว่าความคิดเห็น กรุณาอย่าเอาไปอ้างอิงที่ไหน ใครใช้อะไรแล้วมีความสุข สร้างสรรค์ผลงานจรรโลงกระเพาะและลำไส้ตัวเองได้ก็ตามสบาย ไม่ได้ชี้นำจริง ๆ นะเออ .. อิอิอิ