All That U Need Is Windows 7 Home Premium

กล้าพูดได้เลยว่า Home Premium ของ Windows 7 นี่ก็เพียงจะพอแล้วสำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ ที่จะใช้กัน (และสบายกระเป๋าที่สุดแล้ว)

ในฐานะผู้ใช้ตามบ้านทั่ว ๆ ไปที่หิ้วโน๊ตบุ๊คเข้าไปใช้ในที่ทำงานบ้าง สามารถยืนยันได้ว่าแค่ Home Premium ก็ทำงานได้ไม่มีปัญหา ตอนแรกผมก็กลัวว่ามันไม่จอยโดเมนนี่คงทำงานไม่ได้ อันที่จริงมันก็จอยได้ล่ะครับ แต่ไม่มี Wizard มาช่วย ต้องพิมพ์มือเท่านั้นเอง

XP Mode สำหรับตามบ้านคงไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะโปรแกรมปกติที่เรา ๆ ใช้กันอย่างน้อย ณ จุดนี้มันต้องใช้ใน Vista ได้ และถ้าใช้ได้ใน Vista ก็จะแปรผันมาสู่ 7 โดยอัตโนมัติ ซึ่ง XP Mode จริง ๆ แล้วมันก็คือ Microsoft Virtual PC ที่มี Windows XP SP3 ให้โหลดมาใช้ ประสิทธิภาพก็ตามสภาพเครื่อง และไม่จำเป็นต้องอัพเกรดไปใช้ถึง Professional หรือ Ultimate หรอกครับ อันที่จริงถ้าเราใช้กันตามบ้าน แล้ว XP ยังใช้ได้ดีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรอก

ฟังก์ชั่นล็อกทั้งหลาย เช่น BitLocker นี่จะอยู่ใน Ultimate ถามว่าเรามีวิธีการป้องกันข้อมูลแบบอื่นมั๊ย มีเยอะแยะครับ ฟรีด้วย และเหนืออื่นใดคืออย่าไปไว้ใจ หรือให้ความสำคัญ หรือฝากความหวังกับอุปกรณ์พวกนี้มาก ดังนั้น ถ้าเรา ๆ ใช้กันก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ไม่ต้อง Ultimate หรอกครับ มนุษย์เรายังไงซะก็คิดอะไรได้ซับซ้อนกว่าคอมพิวเตอร์อยู่ดี ของยังงี้วางแผนดี ๆ ก็ทำได้

สำหรับคนที่ต้องการเมนูภาษาไทย (Localization) 7 มาแปลกที่มีสำหรับ Ultimate เท่านั้น ไม่รู้เค้าคิดอะไรอยู่ ในกรณีนี้แนะนำ Ubuntu ไปเลยครับ เมนูไทยแบบอล่างฉ่าง แปลไม่งงเหมือนภาษาไทยของ Microsoft ด้วย

นอกนั้นมีอะไรที่ต่างกันบ้างล่ะ .. ไม่มี๊ +++ ดังนั้น สิ่งที่จะได้มากกว่า Home Premium ก็คือ คำว่า “Professional” หรือ “Ultimate” แค่นั้นเอง ถ้าจะจ่ายมากกว่าเพื่อหน้าตาและความเท่ห์ .. ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ สำรวจราคาแบบ OEM มาแล้ว Home Pre อยู่ที่ 4,5xx Pro อยู่ที่  5,7xx และ Ultimate อยู่ที่ 7,9xx (นี่คือ OEM แบบย้ายเครื่องไม่ได้นะครับ โปรดตระหนัก)

หวังไว้ว่าในงานคอมมาร์ต จะมีโปรโมชั่นของ Microsoft เหมือน ๆ งานเปิดตัว ที่ขายแบบ Full License ในราคา Upgrade (หรือ OEM) เชื่อไหม .. บอกแม่ว่าเดือนนี้ซื้อ Windows ไป 3,000 แม่ถามว่าซื้อทำไม ทำไมไม่โหลดเอา .. อุแม่เจ้า! เลยบอกแม่ว่าก็จะได้ใช้ของที่ถูกลิขสิทธิ์ไง .. จบ! จากกัน

(ถ้าเห็นราคาแล้วเพลีย ใช้ Ubuntu สิ .. อิอิอิ ยังไม่วายโฆษณา)

Freeware ที่ใช้บน Windows 7

ยังมีปัญญาซื้อแค่ตัว OS ที่เหลือเลยต้องหาของฟรี ที่เรียก Freeware แบบเหมา ๆ เพราะเป็นอันเข้าใจว่าไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (ไม่เสียเงินไม่ได้แปลว่าไม่มีลิขสิทธิ์นะ เพียงแต่เค้าให้ใช้ฟรี โดยมีหรือไม่มีเงื่อนไขก็เท่านั้นเอง) ส่วนบางตัวก็เป็นโอเพ่นซอร์ส ก็อย่าซีเรียสมากครับ ประเด็นคือเรื่องเงินพอเนอะ อิอิอิ

1. Auslogic Disk Defrag สะสาง HDD หน่อย ใช้ลินุกซ์มานานไม่ได้เรียงอะไรเลย

2. Ashampoo Burning Studio 6 เป็นเวอร์ชั่นฟรีครับ แต่ก็ทำได้เกือบทุกอย่างที่โปรแกรมเผาแผ่นควรจะทำได้

3. avast! Antivirus ข้อเสียคือเหมือนมันจะไม่ Auto Update นอกนั้นกลมกลืนกับ 7 ดีมาก (เว็บของ MS แนะนำด้วยแหละ)

4. CCleaner กวาดขยะ

5. Foxit Reader ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Adobe Reader ซึ่งเกะกะและใหญ่โตเกินความจำเป็น

6. The GIMP เดี๋ยวนี้ใช้ได้สบายใจ ไม่มีอคติแล้ว

7. GOM Player เอาไว้เล่นไฟล์เพื่อแบบว่า .. ใช้เม้าส์วีลเลื่อนไฟล์ได้ อะไรได้ (สะดวกดีเวลาอยากดูอะไรคร่าว ๆ)

8. K-Lite Codec Pack ลงไว้เพื่อทำให้ Windows Media Player ฉลาดมากขึ้น

9. iTunes กลับมาหาเธออีกซักที (เริ่มไม่ปลิ้ม เปิดช้ามาก หน้าตาแปลกแยก เอะอะซิงค์ – ลักษณะนี้เครื่องต่อไปคงไม่ใช่ iPod แล้ว อิอิอิ)

10. OpenOffice.org สบาย ๆ ยิ่งพอมาอยู่บน Windows แล้วเรื่องฟ้อนต์ยิ่งไม่เป็นปัญหา ถ้าเอกสารที่ไม่พิสดารมากล่ะเอาอยู่

11. Picasa 3 เหตุผลเพราะ Windows Photo Gallery มันหนืด (มาก) และการพรีวิวรูปของ Picasa นั้นขั้นเทพจริง ๆ (บนลินุกซ์ทำไม่ได้อย่างนี้บ้าง .. เซ็งเป็ด)

12. The KMPlayer ลงไว้งั้น เดี๋ยวจะเอาออกแล้ว

13. VLC โฮะ ๆ ๆ ทีแรกลงแต่ VLC ด้วยซ้ำ ปัญหาคือมันดูไฟล์ Real Media (พวก .rm, .rmvb) ได้ไม่เนียนสวย (ค้นพบแล้วว่า GOM Player)

14. Windows Live Essential ใช้ Movie Maker และ Photo Gallery (เนื่องจากมันบังคับแพ๊คคู่) ส่วน Messenger มันเป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องอยู่แล้ว ขาดไม่ได้เพื่อนด่า

15. Microsoft Security Essentials ยังไม่เข้าใจว่ามันป้องกันไวรัส หรืออะไร เข้าใจว่า “มัลแวร์” ในความหมายคือสิ่งอันตรายรบกวนทั้งหมด ติดตั้งด้วยความตื่นเต้นว่าของฟรีจาก MS ลืมไปว่ามี avast! อยู่แล้ว ก็ปรากฎว่ามันไม่ตีกันแฮะ ต่างคนต่างทำงานกันไป และใน Action Center ก็โชว์ว่ามี Antivirus สองตัวด้วย (เป็นอันเข้าใจแล้วว่ามันก็คือโปรแกรม Antivirus นั่นแหละ)

เป้าหมายที่ว่าจะซื้อต่อไปก็คือ Office ครับ อยากรอ 2010 เพราะเข้าใจว่ามันน่าจะรองรับมาตรฐานกลางได้ดีกว่าตัว 2007 ส่วนโปรแกรม Antivirus นั้นตอนแรกเล็ง NOD32 ไว้ แต่ลักษณะการใช้งานของผมมันลงอยู่เครื่องเดียว ใช้อยู่คนเดียว โอเคว่าอาจจะเอาไปจุ๊บในที่ทำงานบ้าง แต่คำว่าใช้ในเชิงธุรกิจนี่คงแบบว่าลงหลาย ๆ เครื่องเกินงามล่ะนะ เราใช้เงียบ ๆ คงไม่เป็นไร

ยาวไป !

ความไม่ประทับใจใน Windows 7

ติดตั้งลงไปแล้วครับสำหรับ Windows 7 ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่งกับมัน แต่ของดี ๆ ที่น่าใช้น่าลองก็เยอะอยู่ เลยขอหน่อยแล้วกัน และแล้วก็เจอข้อเสียที่เคยกังวลว่าต้องเจอแน่ ๆ ใน Windows

1. ติดตั้งช้ามาก เป็นอะไรที่ไม่อยากจะเปรียบเทียบหรอกนะครับ แต่ขั้นตอนในการติดตั้ง Windows นี่สู้ Linux โดยเฉพาะสาย Ubuntu ไม่ได้จริง ๆ แม้จะมีข้อดีเรื่องการเลือกขั้นตอนที่ง่ายกว่า แต่ใช้เวลานานและรีสตาร์ทมากเกินความจำเป็น นอนหาวรอตั้งนาน

2. ทุกอย่างต้อง Google & Download ภายใต้ข้อดีของอิสระในการเสือกสรรโปรแกรมใช้งานของ Windows ก็ปรากฎว่ามีข้อเสียเช่นเดียวกัน ในระบบปฏิบัติการ Linux มักจะจัดเตรียมโปรแกรมต่าง ๆ พร้อมให้ใช้ และไม่ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดแต่อย่างใด เพราะโดยตัวระบบปฏิบัติการมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อค้ากำไร และโปรแกรมส่วนมากที่ให้มามักจะเป็นฟรีแวร์ หรือโอเพ่นซอร์ส ปัญหาของ Windows คือ ไม่มีมาให้ด้วยข้อกฎหมาย และไม่มีมาให้ด้วยตัวของระบบปฏิบัติการเอง เราจึงต้องจัดหา ซื้อบ้าง ค้นหาเองบ้าง ข้อเสียนอกจากจะไม่สะดวกแล้ว ยังไม่มีการควบคุมได้เต็มที่เท่ากับเหล่า Linux ที่โปรแกรมทุกตัวใน Repositories จะถูกตรวจสอบโดยทีมผู้พัฒนา และรับรองเกือบ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาเมื่อเลือกติดตั้งใช้งานพร้อมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Windows ยังทำได้ดีไม่เทียบเท่า แต่ก็ไม่ได้ยากเกินผู้ใช้จะเข้าใจ หรือเรียนรู้หรอกครับ

3. ใช้พื้นที่เยอะมาก ขนาดการติดตั้งเพื่อใช้งานได้ของ Windows เท่ากับ 17 GB โดยประมาณ ในขณะที่ Ubuntu ใช้เพียง 6 GB ก็เหลือแหล่แล้ว

4. Hinting ของฟ้อนต์สู้ Ubuntu ไม่ได้ เหลี่ยมกระจาย

5. บังคับโปรแกรมแอนตี้ไวรัส มันเป็นความปลอดภัยขั้นพื้นฐานล่ะครับ อันที่จริง UAC นั้นก็ช่วยได้พอสมควร แต่ตัว Security Center มันเตือนตลอด ซึ่งการแก้ปัญหาโดยการปิดระบบเตือนนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักหรอกครับ เพราะคุณประโยชน์ของมันมีเยอะกว่านั้นและไม่ควรรำคาญ และแน่นอนว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส .. ก็เปลืองโปรเซสของเราอีกแล้ว

6. ซอฟท์แวร์ 3rd Party ที่เป็น 64 bit แท้ ๆ น้อยมาก ไล่มาตั้งแต่ Firefox ยาวไปจนถึงอีกมากมาย ในขณะที่ Ubuntu และ Linux อื่น ๆ มีเวอร์ชั่น 64 bit แท้ ๆ หรือทำไว้เป็นแพคเกจสำหรับ 64 bit เพียบพร้อม ทำให้การใช้งานนั้นเต็มประสิทธิภาพมากกว่า

7. Eye Candy แม้ว่า Out of Box ของ Windows 7 จะสวยกว่าลินุกซ์สาย GNOME เช่น Ubuntu แต่ต้องยอมรับว่า GTK Engine ของ GNOME นั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานสวย ๆ ได้มากกว่า ในขณะที่ Aero ของ Windows นั้นบังคับรูปแบบตายตัว เปลี่ยนได้แค่สี และได้ความใสเท่านั้น โดยรวมแล้วสำหรับคนขี้เบื่ออย่างผม ชอบ GTK+ Engine มากกว่า Aero ครับ

8. Usability ทุก ๆ หน้าต่างภายใต้การควบคุมของ gtk2-engines จะมีตัวเลือกให้แสดงหน้าต่างบนสุดเสมอทุกหน้าต่าง ไม่จำเป็นว่าโปรแกรมจะต้องมีฟังก์ชั่นนั้น ข้อดีคือทำให้การทำงานสะดวกมากกว่า ในกรณีที่ต้องสลับหน้าต่างเสมอ

โดยรวมแล้วข้อไม่ประทับใจ มีทั้งส่วนที่เป็นจุดด้อย และจุดที่เป็นความเคยชิน ยังไงซะข้อดีมันก็มีมากพอ ๆ กัน (หรือเผลอ ๆ จะมากกว่า) ตอนนี้ก็ใช้ได้ทั้งสองระบบโดยไม่ตะขิดตะขวงใจแล้วครับ เพราะว่าทั้ง Ubuntu และ Windows ของผมถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทุกอย่างแล้ว (รวมถึงฟ้อนต์ด้วย หุหุหุ)

พรุ่งนี้ผมจะไปเป็น 777 คนที่สอย Windows 7 Home Premium ครับ

@ 11:58 AM

ได้มาแล้วค๊าบบบบบ

ไปนั่งง่อยหน้าพารากอนตั้งแต่ยังไม่ 9 โมงเลย 10 โมงปุ๊บวิ่งตุ้บ ๆ ๆ ขึ้นไปต่อแถว (ก็เพิ่งรู้ว่าพารากอนมันมีชั้น M มาขั้นก่อนถึงชั้น 1 เดินตีนขวิดเลย)

มองด้วยสายตาคนน่าจะประมาณ 150 ครับ คงทยอย ๆ มาและน่าจะสละสิทธิ์กันเยอะ ขั้นตอนง่ายมากครับ ยื่นใบจอง รับคูปอง แล้วก็จ่ายตังค์เป็นอันจบ ได้น้องเขียวมา 1 กล่อง พร้อมหนังสือแนะนำวินโดวส์ 7 โดยคอมพิวเตอร์ทูเดย์ (มีคุ้กกี้แจกด้วย ยังไม่ได้กินเลยแฮะ อิอิอิ)

ตอนบ่าย ๆ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงานมีโน๊ตบุ๊คยี่ห้อต่าง ๆ มากมายมาวางโชว์ให้ดูด้วย (ไม่รู้ขายหรือเปล่า .. ไม่น่าจะ)

งานนี้สารภาพเลยว่า กระวีกระวาดไปซื้อเหมือนคนอยากใช้ อันที่จริงผมไม่คิดจะติดตั้งลงเครื่องเสียด้วยซ้ำ เรื่องของเรื่องคือไม่อยากซื้อเฉพาะฟ้อนต์แยกน่ะครับ ตัวละตั้ง 50 เหรียญ (แล้วใช้ตั้งหลายตัว) เลยซื้อมันทั้ง OS เลย เก็บไว้ในกล่องยังงั้นแหละ ยังไงซะก็เท่ากับว่าเราเป็นเจ้าของฟ้อนต์พวกนี้โดยถูกต้องแล้ว

คิดงี้ .. ไมโครซอฟท์เค้าจะเสียใจมั๊ยน๊อ .. อิอิอิ

ลงทะเบียนไว้ แล้วพอดีไปควานอีแมวเจอ เลยจะไปสอยซักหน่อย

สำหรับวันที่ 31 ตุลาคม (ก็พรุ่งนี้แหละ) ที่จะถึงนี้ ไมโครซอฟท์ประเทศไทยจะทำการเปิดตัว Windows 7 ระบบปฏิบัติการความหวังใหม่ ที่อ่อยให้โหลดมาใช้กันฟรี ๆ ในเวอร์ชั่นต่าง ๆ มากมาย งานนี้จะขายกันแล้ว (และเท่ากับว่าพวกที่ใช้ฟรีกันอยู่ก็เดินทางเข้าใกล้สถานะการใช้ของเถื่อนเข้าไปทุกที) และกิจกรรมร่วมสนุกของไมโครซอฟท์ประเทศไทยก็คือ 777 คนที่ลงทะเบียนในเว็บไซด์จะได้สิทธิ์ในการซื้อ Windows 7 Home Premium แบบ Full License (แบบกล่อง) ในราคาพิเศษเพียง 2,777 บาทเท่านั้น (โดย IT City และยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ที่กระตือรือร้นมาก ๆ นี่เพราะตั้งใจว่าจะซื้ออยู่แล้วล่ะครับ กะราคาไว้ที่ประมาณเกือบ  ๆ 6,000 บาทก็ทำใจว่าเออ .. มันก็ไม่ได้มากมายหรอกถ้าเทียบกับผลประโยชน์ที่เราจะสามารถใช้มันสร้างขึ้นมาได้ แต่พอดีว่าพี่แกเล่นโปรโมชั่นซะถูกขนาดนี้เลยต้องขอหน่อย ประหยัดเงินได้เยอะอยู่

ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้เป็น 777 คนนั้นก็ยังมีแผนสอง เพราะไปลงทะเบียนซื้อในราคา 3,777 ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ราคาหลังไม่น่าสนใจเลยอะคับ เพราะถ้าระดับนี้รวมภาษีอีก ผมว่าซื้อ Professional ไปเลยดีกว่า

เอาเป็นว่า ได้ หรือ ไม่ได้ จะมาบอกนะครับ :-)