Now I’m using Google Chrome (Chromium)

ลองใช้ Chromium หรือร่าง Open Source ของ Google Chrome บน Ubuntu Natty 11.04 สิ่งที่ไม่อยากจะเชื่อคือ หลาย ๆ อย่างมันดีขึ้นเยอะ โดยเฉพาะ .. มันสามารถเปิดใช้งาน Global menu ได้แล้ว โดยต้องติดตั้ง Chromium จาก Daily Channel (ผ่าน PPA) จากนั้นไปเปิดใช้งานที่ about:flags > Experimental GNOME menu bar support

เรื่องภาษาไทยก็เริ่มไม่ค่อยมีปัญหาละ ตั้งฟ้อนต์ดี ๆ ก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหา ทำงานร่วมกับ Flash ดีกว่า Firefox 4 อย่างบอกไม่ถูก ปลื้มที่ติดตั้ง extension แล้วไม่ต้องเริ่มใหม่ หน้าตาดูกระชับดีอะไรดี แต่เสียอย่างเดียว ยังไม่มี extension เทพ ๆ อย่าง DownThemAll! ซึ่งจำเป็นมากกกก บนลินุกซ์

หลงรัก Chromium นิดนึงแล้วล่ะ


Ubuntu 11.04 Natty Narwhal (beta1) was coming!

มันมาแล้ววววววววววววววววววว

เร็วมาก ๆ Moving so quickly จริง ๆ สำหรับเวอร์ชั่นนี้

ความเปลี่ยนแปลงก็มากมายจริง ๆ ทั้ง Unity ที่มาแทน GNOME เดิม ๆ มีหลายอย่างที่ดีขึ้น และบางอย่างที่ยังดูไม่เข้าที่ แต่โดยรวมแล้วใช้แล้วก็ชอบนะ

Overlay Scrollbar ก็มาละ อยากรู้ว่าเป็นไง คลิก ไปดูที่ OMGUbuntu!

คงจะมี Beta 2 และ RC ตามมาอีกไม่กี่วันนี้ เพราะเดือนนี้แล้วล่ะที่จะออกตัวจริง

/ เราจะได้ใช้ Unity กันจริง ๆ แล้วเหรอเนี่ย OMG!!

ทดลอง Ubuntu 11.04 beta1 ได้ คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลด ISO

GNOME 3 สงสัยจะเกิดลำบาก!!

พอดี GNOME 3 ออกแล้ว (จริง ๆ) ก็เลยลองคิดอะไรเล่น ๆ ดู แล้วก็พบว่า งานนี้ “สงสัย” GNOME 3 จะเกิดลำบาก!!

แต่เดิมนั้น GNOME ต่อสู้เคียงข้างกับ KDE มาอย่างบากบั่น ฝ่ายหลังได้รับความนิยมมากกว่า อันเนื่องมาจากความสามารถในการปรับแต่งที่หลากหลายกว่า Application ที่มากและมีประสิทธิภาพมากกว่า และมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Windows มากกว่า จึงดึงดูดทั้ง End User และ Advanced User ได้มากกว่าฝ่ายแรกที่มักจะมาในรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่เกิน (และขาดอยู่บ่อย ๆ)

จนถึงการมาของ Ubuntu ที่พลิกโฉม Linux เดิม ๆ ที่มักจะใหญ่ บวม Ubuntu ได้เลือกสิ่งที่คิดว่า “ดีที่สุด” มาให้ใน CD เพียงหนึ่งแผ่น ซึ่งในเวลานั้นน้อยดิสโทรนักที่จะทำได้ (หรือคิดจะทำ) และบังเอิญ Ubuntu เลือก GNOME 2 มาใช้เป็น Desktop Environment เพียงหนึ่งเดียว ไม่มีตัวอื่นมาให้ในแผ่น ไม่มีตัวอื่นในชื่อ Ubuntu ดังนั้น เมื่อ Ubuntu ได้รับความนิยมมากถึงมากที่สุดในเวลานี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Ubuntu ประสบความสำเร็จก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า GNOME เป็นหนึ่งในนั้น และในทางกลับกัน ที่ GNOME กลับมาเปรี้ยงอีกครั้ง ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเพราะ Ubuntu

ทั้ง GNOME และ Ubuntu เดินทางร่วมกันอย่างยาวนาน หลายปีที่ผ่านมา GNOME ประสบปัญหาการออกเวอร์ชั่นใหม่ที่ล่าช้า เพราะ GNOME นั้นใหญ่ และรายละเอียดเล็กน้อยต่าง ๆ ที่ต้องเก็บให้เรียบร้อย การเปลี่ยนเวอร์ชั่นจาก 2 เป็น 3 นั้น ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งก็คือ Library หรือ lib เดิม ๆ ที่ใช้กันมาอย่างยาวนานนั้นจะใช้ไม่ได้ใน GNOME 3 ดังนั้นกว่าจะออก 3 ได้ ทางทีมจึงต้องสะสางปัญหา lib โบราณต่าง ๆ ให้หมด จึงกินเวลายาวนานขนาดนี้

ในที่สุด Ubuntu เลือกที่จะไม่รอ ไม่รอมานานแล้ว เพราะ Ubuntu ได้คิดระบบ Desktop Environment ใหม่ที่ชื่อ Unity ขึ้นมาใช้กับ Ubuntu Netbook Edition ซึ่ง GNOME 2 เดิม ๆ มันไม่สามารถตอบสนองได้ดีบนหน้าจอเล็ก ๆ แบบนั้น คิดไปคิดมา GNOME 3 ไม่มาซักที กอรปกับแนวคิดคงไม่เข้ากันหลาย ๆ อย่าง Unity เลยกลายมาเป็น Desktop หลักใน Ubuntu ซะงั้น และทำให้ Ubuntu เปลี่ยนชื่อเรียก Edition ต่าง ๆ ไปเลย เนื่องจาก Ubuntu ตั้งแต่ 11.04 จะไม่มี Netbook Edition แล้ว ดังนั้น Ubuntu สำหรับ Desktop จึงใช้ชื่อ “Ubuntu” สั้น ๆ แปลว่าแผ่นเดียวกันลงได้ทั้ง PC และ Netbook ส่วน Server ก็ยังอยู่ดีเหมือนเดิม

ปูประวัติศาสตร์กันมายาวเหยียด กลับมาที่หัวข้อซักที ทำไมผมถึงคิดว่า GNOME 3 จะไม่เกิด ก็เพราะดิสโทรที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช้ แล้วใครจะใช้ล่ะครับ หลายคนอาจจะค้านว่า ก็ Debian ยังใช้อยู่ แต่อย่าลืมว่า Debian เป็น Rolling Release และผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ใน GNOME ใน Debian ไปถึงเวอร์ชั่นไหนแล้ว คาดว่า Debian เวอร์ชั่นหน้าคงได้ใช้ GNOME 3 แต่ดิสโทรที่เอา Debian เป็นต้นน้ำคงรื้อ GNOME 3 ทิ้งกันสนุกสนาน มันไม่ได้รับประกันอะไรได้เลยว่า GNOME 3 จะติดไปกับ Debian อย่างแนบแน่น

เส้นทางของ GNOME 3 คงลำบากน่าดู ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ ถ้ามีโอกาสได้ใช้จะเอามาเทียบกับ Unity อีกทีนะครับ

เมื่อกลับมาใช้ Mail Client บน Desktop อีกครั้ง

ชาว Ubuntu Desktop ที่ใช้เวอร์ชั่น 10.10 ขึ้นไป คงจะคุ้นกับไอคอนรูปจดหมาย หรือชื่อที่เป็นทางการก็คือ Messaging Indicator ที่คลิกมาจะเจอตุ่มหลาย ๆ แบบที่ผนวกเอา Social Network ต่าง ๆ เข้ามา โดยพื้นฐานก็จะมี Empathy เป็น Instant messaging, Gwibber เป็น Social network Client และ Evolution ที่เป็น E-mail client โดยทั้งสามโปรแกรมเป็นโปรแกรมมาตรฐานที่มากับ Ubuntu อยู่แล้ว

โดยปกติผมจะใช้ E-mail client บนเว็บ ก็ลากทุกสิ่งอย่างมาไว้ใน Gmail ทั้งหมด พอข้ามมาใช้ Ubuntu 11.04 ซึ่ง Messaging indicator ไม่เอ๋อเหมือนใน 10.10 แล้ว จึงอยากใช้งานเจ้าตุ่มแจ้งเตือนนี้ให้เต็มรูปแบบ จึง Sign-in ใช้งานทั้งหมด แน่นอนว่าก็ต้องใช้เจ้า Evolution จนได้

ความประทับใจที่มีต่อ Evoluion ก็คือ .. ไม่มี!! (นอกจากที่มันแจ้งเตือนเมล์ผ่าน Messaging icon ก็เท่านั้น) เพราะมันหนืด ๆ อาจจะรู้สึกไปเองหรืออย่างไร ก็เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไร

ต่อมา มาอ่านข่าวโครงการ ThunderBird จะถูกยุบรวมเข้าไปอยู่กับ Mozilla Foundation จึงกลับมาสนใจ ThunderBird อีกครั้ง เห็นหลาย ๆ คอมเม้นต์ในนั้นชื่นชมในความเรียบง่าย และเร็ว เลยขอลองดูหน่อย ก็พบว่ามันเร็วกว่า Evolution แต่เรื่องความสามารถในการปรับแต่งอาจจะเป็นรอง ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะมันมี Extensions แบบ Firefox นั่นล่ะ สามารถเสริมเติมแต่งความสามารถกันได้

คิดว่าข้อดีของการใช้ E-mail client บน Desktop ก็คือลดภาระของ Browser แยกกันไปเลยให้ชัด ในกรณีที่ใช้ Browser เก่า ๆ ก็คือ ถ้ามันหนักหนาอะไร อย่างน้อยก็จะไม่เป็นสาเหตุให้พังทั้งหมด ส่วนใน Browser ใหม่ ๆ ก็คือ ไม่รกนั่นเอง!! ส่วนอีกกรณีก็คือ มันน่าจะมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับการพิมพ์บน Desktop App มากกว่าการพิมพ์ใน Text Area บน Browser ซึ่งก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าพิมพ์งานบน Desktop มันกดอะไร ทำอะไรได้มากกว่าบน Browser อยู่แล้ว

ก็ลองใช้ดูครับ ชอบมันเด้งเตือนเมล์ และสำหรับ ThunderBird ก็เปิดเมล์และรูปเร็วดีมาก Evolution เทียบไม่ติด สำหรับผมที่ไม่ค่อยได้ใช้อะไรมากมาย ก็คงจะใช้ ThunderBird แทน Evolution ไปก่อนละกันนะครับ