Ubuntu One จัดการฮาร์ดดิสก์ออนไลน์ติดตามตัวได้ง่ายขึ้น

Ubuntu One คืออะไร ง่าย ๆ เลยก็คือ Dropbox ในแบบของ Ubuntu นั่นเอง

บริการเก็บไฟล์ออนไลน์ อัพง่ายดึงเร็ว (ในยุคเน็ตเร็วเป็นเม็ก ๆ) มีหลากหลายเจ้าให้เลือกครับ ชาวSony Ericsson อาจจะเลือกใช้ Box กัน เพราะได้พื้นที่ถึง 50GB เก็บกันมันส์ (แบบปกติ 5GB) ส่วน Dropbox นั้นเริ่มที่ 2GB แบบฟรี (5GB สำหรับชาว HTC) และได้เพิ่มอีกถ้าแนะนำไปเรื่อย ๆ ส่วน Ubuntu One เป็นเจ้าแรกที่ให้ 5GB ฟรี ๆ (ก่อนหน้านั้นก็ 2GB เหมือน Dropbox) และจัดสรรมาเสร็จสรรพพร้อม Ubuntu ตั้งแต่เวอร์ชั่น 10.04 แล้วมั้ง (หรืออาจจะก่อนนั้นไม่แน่ใจ)

Ubuntu One นั้นน่าใช้มากถ้าใช้ Ubuntu เป็นหลัก เพราะมันมีมาให้เสร็จ แค่สมัครก็ใช้ได้เลย และมีแอพให้ใช้งานทั้งบน Windows, iOS, Android หรือจะ sync รายชื่อเพื่อนจาก Thunderbird, Facebook หรือจาก Firefox ก็ได้ (น่าจะเป็นพวก Bookmarks) แต่ที่ลอง sync Facebook พบว่ายังทำไม่ได้

การ sync หรืออะไร เท่าที่ใช้งานมาไม่มีปัญหา ยังไงก็น่าหันมาลองใช้กัน แต่ถ้าใช้ Windows หรือ OS อื่นเป็นหลัก Dropbox หรือ Box ดีกว่าครับ ~

เครื่องมือที่ Ubuntu จัดให้แต่ไม่ได้ใช้

ลางเนื้อชอบลางยา และอาจจะเป็นธรรมชาติของคนแต่ละประเทศ ที่วัฒนธรรม ความชอบ ทัศนคติต่างกัน และที่สำคัญ Ubuntu นั้นคนทำเค้าเป็นฝรั่งเมืองผู้ดี ที่ไม่ใช่หัวดำ ตาน้ำตาลแบบคนไทย เลยอาจจะมีอะไรที่เค้าใช้ และเราไม่ใช้มาให้บ้าง ก็ทำไงได้ เราอารยะขัดขืนได้โดยไม่ผิดกติกาอยู่แล้ว

– Evolution ไม่เคยใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมถึงสมัยใช้ Windows ก็ไม่เคยใช้ Outlook ด้วย ตอนเรียนก็ไม่ได้เน้นเรื่องรับส่งอีเมล์มากมาย ทำงานก็ใช้ Lotus Note และผมมีความคิดว่าเอามันไว้ในเว็บนั่นแหละดีแล้ว ย้ายเครื่อง ย้ายที่ก็สบาย ๆ เลยใช้ Gmail มาตลอด

– Empathy IM Chat ของใหม่จาก GNOME ที่ Ubuntu หยิบเข้ามาซักที ไม่ใช้เพราะมันมีบั๊คกับ Proxy และหน้าตาเรียบง่ายเกิน ที่สำคัญคือ ผมใช้เฉพาะโปรโตคอล MSN ดังนั้นหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานลูกเล่น MSN ได้มากที่สุดดีกว่า เลยมาลงตัวที่ Emesene

– F-Spot ใช้บ้าง (ในช่วงหลัง ๆ) ข้อเสียเป้ง ๆ เลยคือ อิมพอร์ตรูปช้ามาก และไม่มีฟังก์ชั่นแก้ไขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้อดีคือ Upload ไปยังเว็บแชร์รูปดัง ๆ อย่าง Picasaweb, Flickr, Smugmug และอื่น ๆ ได้ (แค่นี้แหละที่ว่าดี) ส่วนที่เหนือกว่า Picasa อยู่จุดเดียวคือ มันจัดการ Tags ได้ ในขณะที่ Picasa เวอร์ชั่น Desktop ก็ยังงี่เง่าจัดการเป็นอัลบั้มอยู่นั่นแหละ

– Totem (Movie Player) ข้อเสียคือมัน Simple เกินไป มีความเป็น GNOME เต็มเปี่ยม คือ “ขาด” ความสุนทรี เช่น ปรับหน้าจอเป็น 16:10 ไม่ได้ เมนูคลิกขวาไม่สามารถจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับ Player ได้ คือ มันสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย แต่สำหรับการดูหนัง ดูคลิป ที่ให้ความสุขที่แท้จริง แนะนำโปรแกรมอื่น ๆ ดีกว่า เช่น VLC หรือ SMplayer เป็นต้น

– Rhythmbox อันที่จริงมันเพียงพอ และเหมือน iTunes แทบจะที่สุด (ถ้าไม่นับ Songbird) แต่ข้อเสียมันเหมือน iPod มาก ๆ เลย คือ “เสียง Flat” และ “ไม่เพราะ” อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว อันที่จริงมันมี EQ เป็นปลั๊กอินที่ต้องติดตั้งเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น เช่น Banshee, Amarok หรือ Exaile แล้วมันไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม .. เลยใช้ Banshee แทน หน้าตาคล้าย ๆ กัน บางฟังก์ชั่นก็ง่อยกว่า แต่รักจะใช้ และที่สำคัญ “หน้าตามัน Professional ดี”

– Ubuntu One อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ฝากไฟล์อะไรหรอกครับ ยิ่งด้วยจุดมุ่งหมายของ Ubuntu One ที่เหมือน Dropbox แล้วด้วยยิ่งไม่ได้ใช้ คือ ผมหิ้วโน็ตบุ๊คไปไหนมาไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่มีไม่นานมานี้เกิดกรณีอยากจะฝากไฟล์ไว้ในโฮสต์ซักที่นึงให้เพื่อน ๆ เข้าไปโหลด พอดีว่าไฟล์มันเล็กมากไม่กี่กิโลไบรต์ เลยนึกถึงบริการแนวนี้ Ubuntu One ยังไม่เวิร์ก เพราะมันยังทำไม่เสร็จด้วย และเรื่องการแชร์แบบ Public นั้น Dropbox ยังทำได้ดีกว่า ที่สำคัญ Dropbox ใช้งานผ่าน Proxy ได้ แต่ Ubuntu One ทำไม่ได้ (ทำไมไม่เชื่อมเข้ากับ Network Proxy ของระบบ ไม่เข้าใจ) ดังนั้นเลยต้อง Dropbox เท่านั้น ณ จุดนี้

– Transmission โปรแกรม Bittorent Client ที่หน้าตาเรียบ (เหมือนคนดั้งแหมบ) ก่อนหน้านี้ใช้ Deluge แทน เนื่องจากหน้าตามันดูดีกว่า และบอกรายละเอียดได้ดี (หลับตาแล้วนึกถึง BitComet) แต่ตอนนี้ไม่ใช้อะไรทั้งนั้นครับ เนื่องจากไปวีนคนเช่าหอเรื่องโหลดบิตจนเน็ตล่ม ดังนั้นผมเลยต้องเลิกโหลดไปโดยปริยาย ก็ไม่เป็นไร ฝากพี่ที่ทำงานโหลดได้ครับ บ้านเค้าเน็ต 8 M และเร็วมาก (สงสัยอยู่ใกล้ชุมสาย)

(เกือบทั้งหมด อ้างอิงจาก ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Ubuntu 9.10 อ่านแล้วก็ขำดี)