Software I Using on Windows 7

สลับมาใช้ Windows 7 บ้าง เดี๋ยวจะเสียของ เพราะไหนจะซื้อทั้ง Windows และ MS Office 2007 มาแล้ว มัวแต่ไปใช้ Ubuntu เดี๋ยวราจะขึ้น .. 555+

มาว่ากันเรื่อง Software ที่ใช้บน Windows 7 ณ ปัจจุบันครับ ก็จะมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน (ฟรีในที่นี้ หมายรวมทั้ง Freeware และ OpenSource ที่ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์นะครับ)

+ uTorrent ไม่ได้ติดตั้งหรอกครับ ใช้ตัว Portable ไว้โหลด Linux ที่เพิ่งออก เพราะมันจะเร็วกว่าโหลด HTTP มาก ๆ

+ Ashampoo Burning Studio 6 Free จะว่าไปตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10/01/10 เค้าจัดโปรโมชั่น “happy2010″ ลดเหลือ 10$ เท่านั้นเอง ตอนแรกก็ว่าจะซื้อเวอร์ชั่น 9 แต่สิ่งที่เพิ่มมามันไม่ใช่ประสิทธิภาพ แต่เป็นฟีเจอร์ ซึ่งก็ไม่จำเป็นเท่าไรหรอกครับ ใช้โปรแกรมอื่น ๆ ที่ฟรีทำก็ได้ (ที่สำคัญไม่ค่อยได้ใช้งานการเบิร์นแผ่นแล้วล่ะเดี๋ยวนี้)

+ Auslogic Disk Defrag ต้องใช้เนื่องจากไดรวฟ์แชร์ที่ใช้ร่วมกับ Ubuntu เป็น NTFS แน่นอนว่าไฟล์กระจัดกระจายสุดกู่แน่ ๆ

+ Avast Antivirus & Microsoft Security Essentials ลงมันสองตัวเลย ก็ใช้ได้ดี ไม่ตีกัน ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากมายเท่าไร

+ CCleaner ทำความสะอาดเครื่อง

+ Foxit Reader ใช้แทน Adobe Reader อันนั้นไม่ไหวหรอก จะใหญ่ไปไหน

Continue reading

Ubuntu Karmic Tweak !

ตอนแรกตั้งใจอยากเขียนรีวิวเจ้าหมีกามารมณ์เหมือนกัน แต่ขี้เกียจ 555+ เพราะอาจจะต้องจับภาพหน้าจอ มาเรียงลำดับอะไรอีก วุ่นวายพอสมควร และสิ่งใหม่ ๆ ที่มีให้กล่าวถึงมันก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร (ในตอนนี้ แต่อนาคตไม่แน่) เช่น

  • Ubuntu Software Center ที่มีจุดมุ่งหมายจะเป็น Synaptic + Add/Remove Programs + Update Manager ในตัวเดียวกัน ว่าเค้าก็ไม่ได้เพราะเวอร์ชั่นที่เห็นใน Karmic ก็เหมือนเป็นแค่ Mock up เฉย ๆ ที่แป้กที่สุดคือแม้แต่การติดตั้งโปรแกรมทีละหลาย ๆ ตัวมันยังทำไม่ได้เลย และที่สำคัญทั้ง Synaptic, Add/Remove Programs และ Update Manager ก็ยังทำหน้าที่เดิม ๆ ของมันอยู่ ดังนั้น ใครอยากลองอนาคตที่ยังเห็นเค้าลางไม่ชัดก็จัดไป
    ubuntu-software-center
  • New Human Themes & Wallpaper Set โทนสีใหม่ไฉไลขึ้น แต่ถ้าคนไม่ชอบสีน้ำตาลก็พาลจะไม่ชอบอยู่วันยันค่ำ มาพร้อมกับ Wallpaper ที่คราวนี้มาเป็นแพ๊ค ๆ บางคนก็ว่าไม่สวย อย่างว่า รสนิยมมันล่วงเกินกันไม่ได้ 555+
    Theme

    wallpaper

เอาเป็นว่าพอก่อนละกัน มาว่ากันเรื่องการ Tweak หรือปรับแต่งก่อนใช้งานจริงจังดีกว่า เพราะยังไงเรื่องรสนิยมการใช้งานมันก็คงไม่เหมือนกันซะทุกคนอยู่แล้ว

Continue reading

Apps of the Year (Ubuntu)

มีบทความแล้วที่กล่าวแนะนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่ผมใช้บน Ubuntu ไปแล้ว (คลิ๊ก) พอดีกับที่ UbuntuClub บล็อกของคุณมะระได้นำข่าว 10 สุดยอดผลิตภัณฑ์ฝั่ง OpenSource ซึ่งจัดอันดับโดย ChannelWeb เลยเกิดปิ๊งไอเดีย เขียนของตัวเองมั่งดีกว่าว่า App ตัวไหนที่ผมประทับใจในรอบปีที่ผ่านมา

1. GScrot – ScreenShot Tools ตัวนี้เป็นหน้ากากของ Take ScreenShot ที่ติดมากับ Ubuntu อีกทีนึง เรื่องมันเกิดตอนที่อยากจะ Capture ภาพหน้าจอมาเขียนบล็อก ทีนี้ไอ้เจ้า Take ScreenShot เนี่ย มันจับทั้งหน้า แล้วค่อยใช้ GIMP ตัด (อันที่จริง GIMP มันก็จับภาพหน้าจอได้ แต่ไม่ชอบใช้ GIMP!) เลยค้นหาจนเจอเจ้าตัวนี้ ความสามารถอาจไม่เยอะมากมาย เอาแค่มันลาก Capture เฉพาะที่ผมจะเอาได้ก็บุญโขแล้ว

2. Avant Window Navigator & Cairo Dock ทั้งสองเป็นโปรแกรมประเภท Dock โปรโมทว่า “Like Mac OS X” แต่เอาเข้าจริงทั้งสองต่างเติมกันไม่เต็ม .. ยังไงน่ะเหรอ

Avant Window Navigator สามารถแสดงไอคอนเวลาเราเมาท์ไดรฟ์ต่าง ๆ ที่ Dock ได้ แต่ธีมหายาก ไม่ยืดหยุ่น ไม่เด้ง และยังมีปัญหาเรื่องการแสดงผลที่ไม่เนียนเท่าไร

Cairo Dock เด้งดึ๋งสุด ๆ ปรับแต่งได้ละเอียดทุกมุม (จนมันเยอะและยากมากสำหรับมือใหม่) ธีมก็เยอะได้ใจ แต่ไม่สามารถแสดงไดรฟ์ที่เมาท์ได้เหมือน Avant !

ก็เลยใช้สลับไปมา (ตอนนี้ Cairo Dock)

3. Prism ผลิตภัณฑ์จาก Mozilla ดึงเวบลงมาเป็น App ในเครื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เหมือนกับการเปิดใช้งานจาก Web Browser ปกติ หมายความว่าต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเหมือนเดิม แต่การทำงานจะแยกจาก Web Browser ไปเลย ปรับแต่งได้น้อยกว่า Web Browser แต่ก็สะดวกดี ตอนแรกใช้เจ้านี่ดึง meebo มาไว้แชตโดยไม่พึ่ง Firefox แต่หลัง ๆ ใช้ Pidgin แทนแล้วเลยไม่ได้ใช้ Prism อีก (แนะนำไว้เผื่อใครต้องเล่นเวบแอ๊บอะไรที่มันทำให้ Firefox แฮ้งค์ง่าย ๆ ก็จับมาใส่ Prism ซะ จะได้ไม่กระทบหน้าอื่น ๆ)

4. SMPlayer / VLC แนะนำทำไมสองตัวนี้ ใครใช้ลินุกซ์แล้วไม่รู้จักกันบ้าง แต่ที่ยกตำแหน่ง App แห่งปีให้แบบแพคคู่ก็เพราะ … มันต้องอยู่คู่กัน งาน Multimedia ด้านภาพพร้อมเสียงจึงจะสมบูรณ์ ยังไงน่ะเหรอ ? คือถ้าเป็น VCD DVD ไฟล์ MPG DAT AVI แน่นอนว่า SMPlayer ซึ่งเป็น Shell ที่ครอบ MPlayer อีกทีนั้น Handle ได้ดีมาก แล้วทำไมต้องมี VLC ล่ะ ก็เพราะไฟล์ FLV (ที่จิ๊กมาจาก Youtube น่ะสิ !)

เมื่อเปิด FLV ด้วย SMPlayer มันจะหนืด คือภาพไปไม่ทันเสียง งานนี้พระเอกอย่าง VLC จึงต้องขี่ม้าขาวมาช่วยอย่างเสียมิได้

อ๊ะ! แล้วโททึ่ม เอ๊ย! Totem ล่ะ แน่นอนว่า Totem หรือเจ้า Media Player ที่ติดมากับ Ubuntu นั้น “เปิดอะไรก็ได้” จริง ๆ ครับ (ถ้าลง Codec ต่าง ๆ ครบนะ) แต่ข้อเสียคือ ภาพที่ได้มันงดไปซึ่งความงาม (ไม่งดงาม) และมันไม่สามารถแสดงผลแบบ 16:10 (ซึ่งจะทำให้เต็มจอ Wide Screen โดยไม่เหลือขอบดำ) ได้ .. เซ็งเขาไหมล่ะ !

5. Rhythmbox อันที่จริงไม่อยากแนะนำโปรแกรม Native ที่มากับ Ubuntu เลยนะเนี่ย แต่มีเหตุผล ว่าไงลองอ่านกัน

ในบรรดาโปรแกรมฟังเพลงสไตล์ iTunes บนลินุกซ์ ตัวที่มีสีสันน้อยที่สุด (จนน่ากลัว) ก็ Rhythmbox นี่แหละ ซึ่งพยายามหาตัวอื่นมาแทน ผลที่ได้ก็คือ

Banshee ไม่อ่าน ID3Tag (เปลี่ยนไว้ พอลง OS ใหม่มันก็ไม่จำของเดิม) ไม่อ่านภาพปกของเพลง (แม้จะกำหนดไว้ในโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บแล้ว) ไม่สามารถเล่นเพลงแบบ Cross Fader ได้

Songbird แดกแรมเวอร์ เล่น Cross Fader ไม่ได้ หน้าตาไม่ไปทิศทางเดียวกันกับธีมของระบบ (เข้าใจว่าลอก iTunes มาทุกกระเบียด แต่ขอเหอะให้มัน Native กะธีมหน่อยได้ม๊ายยยย)

ทั้งหมดนี้ทำให้ต้องกลับมาใช้ Rhythmbox โปรแกรมฟังเพลงเปลี้ย ๆ ที่บังเอิ๊ญ.. หาปกอัลบั้มที่วางไว้ในโฟลเดอร์เจอ อ่าน ID3Tag ได้ไม่มีงอแง ใช้แรมในระดับที่พอดี ที่สำคัญ Cross Fader ได้ !

6. Sun xVM Virtualbox หรือ VirtualBox เวอร์ชั่นที่ไม่ OpenSource นั่นเอง ตัวนี้ไม่อยู่ใน Repository ของ Ubuntu ครับ ต้องไปขโมย เอ๊ย! ดาวน์โหลดจากเวบ www.virtualbox.org มาเอง (อันที่จริงเค้ามี Repo ให้ใช้ apt-get เอาก็ได้) เวอร์ชั่นนี้เคยแนะนำกันแล้ว (คลิ๊ก) ที่จำเป็นต้องใช้ตัวนี้แทน VirtualBox OSE เพราะ OSE ใช้ USB ไม่ได้ สำคัญมากนักเพราะจะใช้ Sync ไอ้ป๊อดกะ iTunes ซึ่งอย่างที่รู้ ๆ กันล่ะว่า iTunes ไม่มีบนลินุกซ์ งานนี้เลยต้องเล่นท่ายากกันหน่อย เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ (เหมือนกับว่า) จะฟังเพลงไม่สะดุดแล้ว ? (เป็นบางที) เอาเป็นว่า มีตัวนี้แล้วสะดวกขึ้นเยอะ (ขั้นต่อไปถ้ามันสามารถใช้ Flash Firmware ของ V8 ได้ จะกราบ 3 ทีแล้วลบ Vista ทิ้งไปเลย หุหุหุ)

7. Ubuntu Tweak ถ้าใช้ Windows คงรู้จักโปรแกรมประเภท Tune Up ต่าง ๆ Ubuntu Tweak เองก็ประมาณนั้น ตัวนี้ใช้ปรับแต่งพื้นฐานจำพวก Start Up หรือไฟล์ใน Home Folder หรือจะใช้จัดการโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่นอก Repository ของ Ubuntu ก็ได้ สะดวกมากไม่ต้องเพิ่ม Source เอง นอกจากนั้นพื้นฐาน (แต่ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่) เช่น ดู Kernel ที่ใช้อยู่ ดูเสปกฮาร์แวร์คร่าว ๆ ก็ทำได้ ก็ต้องขอขอบคุณทีม Ubuntu Tweak ที่ทำให้งานยาก ๆ นั้นง่ายขึ้นนะ

8. Wine เหล่าเซียนมักไม่สนับสนุนให้ใช้ Wine เพราะมันเป็นช่องทางหนึ่งซึ่งจะนำไวรัส (?) และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์มาสู่ Ubuntu สุดที่รัก (อันที่จริงมันเป็นพาหะซะมากกว่า ในกรณีที่อยู่วงแลนเดียวกับเครื่องอื่นที่ใช้ Windows) โดยเฉพาะการใช้ IE4Linux นั้นเป็นพาหะชั้นดีที่นำสิ่งไม่พึงประสงค์มาสู่เครื่องของคุณ แต่ที่ต้องใช้นี่เพราะเกมส์ ! 555+

เกมส์ที่ว่านี่ไม่ใช่เกมส์หนัก ๆ อะไรหรอกครับ ก็ยิ่งหินยิงไข่ธรรมดานี่แหละ รองรับเกมส์ประเภท Puzzle และ Casual ที่ไม่ใหม่มากได้เป็นอย่างดี (ก็พวก Dynamite, Bejeweled, Bookwarm, Zuma ที่ไหวอยู่ ภาพสวยเสียด้วย) ห่างจาก Windows ก็ใช่ว่าจะไม่มีเกมส์ให้เล่นนะคับ

อย่างไรก็ตาม เกมส์ในโลกลินุกซ์นั้นก็เยอะอยู่ (โดยเฉพาะแนวต๊อง ๆ อย่างผมเล่นนี่เยอะใช้ได้) ยังไม่ได้ลองเล่นซักเท่าไรครับ เพราะปกติก็ไม่ได้ติดเกมส์ซักเท่าไร …

สำหรับ Wine นั้น แนะนำว่าให้เพิ่ม Repo จากเวบของ Wine เลย จะดีกว่ารอจาก Repo ของ Ubuntu เพราะอัพเดทเวอร์ชั่นเร็วกว่า นั่นหมายความว่าซัพพอร์โปรแกรมใหม่ ๆ ได้เร็วกว่าด้วย

9. Nautilus Action ! สิ้นคิดมากข้อนี้ 555+ ใคร ๆ ก็รู้จักวุ้ย แต่ผมปลื้มจริง ๆ เพราะมันเติมเต็มสิ่งที่หายไปให้กลับมา (อะไรหรือที่หายไป ?)

ใน Windows เวลาที่เราคลิ๊กขวาที่รูปภาพจะมีคำสั่งประมาณ “Set as Wallpaper” ให้ ซึ่งสะดวกมาก แต่ Nautilus ดั๊นไม่ยอมมี ต้องให้ติดตั้ง Plug In เพิ่มเอง ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร ติดตั้ง nautilus-wallpaper จาก apt-get หรือ Synaptic ได้เลย

นอกจาก Set as Wallpaper แล้ว สำหรับคนที่ใช้ชีวิตติด “เทอร์” (เทอร์มินอล) คงประสบปัญหาอย่างมากในการจะ cd เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ต้องการ ยิ่งลึกยิ่งพิมพ์กันยาว ผิดนิดผิดหน่อยก็ไม่ได้ งานนี้โลกไม่ได้โหดร้ายจนเกินไป เพราะมีคนทำปลั๊กอิน “Open In Terminal” ไว้ให้แล้ว แค่ติดตั้ง nautilus-open-terminal เท่านั้น จากนี้ต่อไปเวลาคลิ๊กขวาที่ว่าง ๆ ในโฟลเดอร์ใด ก็สามารถสิ่งเปิด Terminal โดยให้เริ่มจากโฟลเดอร์นั้นได้เลย สะดวกสบายมากมาย (ว่าแต่ทำไมไม่มีมาให้ตั้งแต่แรกว๊า..)

หมดมุขแล้วครับ อันนี้แนะนำแบบแปลก ๆ ออกจากพื้นฐานที่หลายท่านก็คงรู้จักหรือใช้กันอยู่ จะออกแนวสวยงาม และสะดวกสบายซะมากกว่าเน้นสมรรถนะ ก็ให้หลากหลายครับ แต่ที่แน่ ๆ รอบปีที่ผ่านมาประทับใจ App ที่อยู่ใน 9 ข้อที่แนะนำมามาก เพราะมันทำให้การใช้งาน Ubuntu รื่นรมณ์ขึ้นมาเยอะเลย ;-)

เลือกใช้ AV ยี่ห้ออะไรกันคับ

อะ อะ อะ ไม่ต้องหลับตาแล้วนึกถึงน้องอ้อย หรือมิยาบิแต่อย่างใด เพราะบล็อกนี้ไม่นิยม 555+ AV ที่ว่านี่คือ Anti-Virus ครับ แต่เดิมใช้ NOD32 แต่แหม ช่งนี้เค้าขี้เหนียว จับแคร๊ก จับพาสเถื่อนกันเป็นว่าเล่น เลยต้องไปสรรหายี่ห้ออื่นมาใช้ ปวดตับจริง ๆ

ไปเปิดเวบ ToptenReviews ดูมาครับ 3 – 5 อันดับแรกแคร๊กยากทั้งน๊านนน ส่วนเจ้า BitDefender ก็บล็อกมันซะทุกอย่างจนออนเอ็มไม่ได้ Windows Update ก็ไม่ได้ เลยมาเป็นภาระที่ 2 ยี่ห้อดังที่อันดับไม่ดี แต่แคร๊กไม่ยาก (เลวจริง ๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง)

McAfee ก็โอเคนะครับ แต่คนเคยใช้ NOD มาก่อนต้องเหงาแน่ ๆ เพราะมันไม่มี Pop Up อะไรขึ้นมาเลยว่าอัพเดทแล้วนะ ทนไม่ไหวครับ เพราะเหมือนกับว่าเราต้องไปโหลดไฟล์มาอัพเดทเอง เลยเปลี่ยนมาใช้ Norton 360 Version 2.0 นี่ก็ความสามารถเกินต้องการไปหน่อย สุดท้ายเลยมาใช้ Norton Anti-Virus ก็โอเคในระดับนึงครับ การป้องกันมันอาจจะไม่รอบด้าน อย่างไม่สามารถป้องกันไวรัสทาง P2P ได้ แต่ก็นาน ๆ ใช้ล่ะเนอะ

เรื่องข้อกล่าวหาที่ว่า Norton ทำเครื่องหน่วง สมัยก่อนผมใช้ Norton 360 เวอร์ชั่นแรกมันก็ไม่หน่วงเท่าไรนะคับ ส่วนเจ้า AV ที่ใช้ตอนนี้ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเปิดเครื่องช้าแต่อย่างใด มันคงเป็นอะไรที่เครื่องเก่า ๆ จะอืดมากกว่ามั้ง ถ้าแรมอึด ๆ น่าจะเอาอยู่อะนะ

อยากทาบว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ใช้ AV อะไรกันบ้าง จะได้เอามาเป็นแนวทางหามาใช้ต่อไป อิอิอิ