Next Linux Will I Use ?

ฮั่นแน่ …

เลิกกะ openSUSE ไปซะยังงั้น เอ๊ะ ! ทำไม

.
.

ก็เนื่องจากว่าต้องการใช้ GNOME 2.26 บน openSUSE 11.1 ที่ฐานของมันเป็นเวอร์ชั่น 2.24 ดังนั้นความลำบากจึงบังเกิด อย่างที่บอกไปแล้วว่าถึงแม้จะมี 1-Click Install ให้ใช้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์ และเมื่อปรับแต่งไปมากเข้า ก็เน่าเข้าขั้นไปใหญ่โต ล่าสุดเมื่อเช้าของวันที่ 24 ที่ผ่านมา หลังจากชัตดาวน์เครื่องจากที่ทำงานแล้วไปเปิดที่หอพัก ปรากฎว่า

“คีย์บอร์ดภาษาไทยหายไป !!!” แบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ไม่มีฟลุ๊ต ไม่มีแตรวง หรือไม่มีอะไรทั้งนั้น (จะอารัมภบทเยอะไปไหน)

ค้นหาทุกกระบวนท่าที่จะแก้ไขปัญหา ขนาด search ว่าจะเอาของ openSUSE นะ มันยังโถล่โถ่ทิ่มเอาของ Ubuntu มาให้ซะงั้น ไม่ไหวจะเคลียร์ …

ดังนั้น เลยจัดการลง Ubuntu 9.04 ไปซะ ก็ดั๊น… ลืมแผ่นไปที่ทำงานอีก เลยควานหาของเก่า ๆ เจอ Daily Build ของวันที่ 1 เมษายน เอาซะหน่อย เพราะลงตัวล่าสุดไปมันก็ให้ Compiz ที่มีบั๊คกะการ์ดจอผมมาอยู่ดี

วิธีการคือลง Build เก่า แล้วสั่งอัพเดทโดยไม่ยุ่งกะ Compiz เรียบร้อย … ได้ใช้ 9.04 Jaunty Jackalope ตัวเต็ม ๆ ที่ไมมีปัญหากะ Compiz อิอิอิ

.
.

เข้าหัวข้อ Next Linux Will I Use ?

ตั้งให้ทายกันเล่น ๆ ไปงั้นแหละครับ มันจะเหลืออะไรล่ะ ถ้าย้อนไปดู 7 Distro ในดวงใจก็ 1 ในนั้นแหละครับ เอาล่ะ.. ไม่ต้องทายหรอก บอกเลยแล้วกัน Continue reading

ใช้ยากใช้เย็น : openSUSE

เป็นบล็อกชื่นชม openSUSE 555+

……………………………………………….

วันนี้ได้เปลี่ยนเวอร์ชั่นของ openSUSE จาก 32 bit ไปเป็น 64 bit เนื่องจากรู้สึกว่าตัว i586 หรือ 32 bit ของ openSUSE มันอืดผิดปกติ

.

.

เล่าความลำบากให้ฟังละกันนะครับ

1. ติดตั้งเสร็จ Wifi ใช้ไม่ได้ ต้องติดตั้ง MadWifi เอง ทำตามเสต็ปง่าย ๆ ในเวบของ openSUSE ก็ไม่ได้ ต้องควานหาวิธีการเอง (คอมไพล์เองอีกตะหาก) อีกทั้งต้องติดตั้ง kernel source ก่อน .. วุ่นวายมากมายมหาศาล

2. อัพเดท GNOME จาก 2.24 ไปเป็น 2.26 ถึงแม้จะมี 1-Click Install ให้ใช้ แต่ก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไร เพราะดันเอ๋อเหรอไม่สมบูรณ์ (GNOME 2.26 ใช้ชุด GTK เวอร์ชั่น 2.16 แต่ openSUSE มีแต่เวอร์ชั่นเก่า 2.10 ผลคือ Theme พังพินาศ ต้องตามล่าหามาเอง ลงยากอีกตะหาก)

3. ทุกอย่างจะต้องไป 1-Click Instasll ซะหมด เพราะใน Repo มันไม่อัพเดทซักเท่าไร

4. Forum ของ openSUSE ดุมากกกก (ต่างประเทศนะ)

5. ช้า .. เอ๋อ .. ค้าง .. แฮ้งค์ .. สารพัดจะเจอ เน็ตไม่แรงนี่หมดสิทธิ์กันไปเลยเหอะ

6. เมนูโปรแกรมใช้ยาก มันเหมือนจะง่ายนะ แต่ใช้เวลาหาโปรแกรมที่ต้องการนานมาก สับสนอลหม่าน

7. zypper สู้ apt ไม่ได้ (อย่างแรง)

8. rpm มีแพคเกจที่จำเป็นต้องใช้อย่างแรงในชีวิตน้อยกว่า deb

9. Software Management ยังสู้ Synaptic ไม่ได้ในทุกกรณี

10. YaST, Control Centre และ Application ซ้ำซ้อนกันมาก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือน Ubuntu

.

.

10 ข้อนี่เยอะนะเนี่ย (ตอนแรกนึกว่าจะหมดตั้งแต่ข้อที่ 5 แต่เขียนไปเขียนมาชักเยอะแหะ

เล่าเหตุอีกครั้ง มันเกิด ณ Ubuntu 9.04 เมื่อสองสามวันก่อน (หลัง RC 1 วัน) อัพเดทปุ๊บ Compiz พังกระจุย! ซึ่งรอแล้วรอเล่ามันก็ไม่ยอมแก้บั๊คซะที โมโหหิวย้ายมาใช้ openSUSE ซะงั้นเลย …

ก็คงใช้ openSUSE ไปเรื่อย ๆ จนกว่า Ubuntu จะส่งแผ่นมาให้ล่ะครับ (แล้วจะมีประโยชน์อะไร ก็ต้องไปโหลด 64 bit ใช้เองอยู่ดี)

Moving to OpenSUSE

เป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้าย ณ วินาทีนี้ เนื่องมาจาก Ubuntu 9.04 RC ดันมาแป้กตรงที่เอา Compiz ที่มีบั๊คกับการ์ดจอของผมมาใช้ซะงั้น ไม่ไหวจะเคลียร์จริง ๆ รู้สึกว่ามันไม่เวิร์กยังไงบอกไม่ถูก (พูดตรง ๆ ว่าก่อน RC เสถียรกว่านี้มากมาั

ย้ายมา OpenSUSE เพราะดูแล้วง่ายกว่า Fedora จะให้ย้ายไปใช้ Mint ก็ไม่ไหวตรงที่มันอิงกับ Ubuntu 8.10 ซึ่งเก่าแล้วไง .. อยากใช้ Gnome 2.26 ด้วยล่ะครับ เลยต้อง OpenSUSE เท่านั้น

ตอนนี้ก็แก้ปัญหา Wireless ติ๊งต๊อง AR242x ได้แล้ว ง่าย ๆ คือต้อง Blacklist ไอ้เจ้า ath5k เสียก่อน ไม่งั้นมันจะมองไม่เห็นไดร์เวอร์ ลองแล้วเรียบร้อยใช้งานได้ จึงปักหลักใช้งาน OpenSUSE ต่อไป จนกว่า Ubuntu จะแก้ปัญหาได้อะนะ

.

.

พูดถึง Ubuntu แล้วก็คันปาก เรื่องมันเกิดที่ชุมชนไทย ๆ เนี่ยแหละ จะว่าไปมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับต่างประเทศหรอก แต่ต้องเข้าใจนิดนึงว่าที่นี่คือประเทศไทย จะคิด จะพูด จะตอบอะไร ช่วยคิดว่า “ช่วยเหลือคนไทย” ด้วยกันนิดนึง ถ้าคนพวกนี้ทำงานบริการก็จะเรียกว่า “ไม่มี Service Mind” ครั้นจะไปพูดอะไรมากก็ไม่ได้ เพราะคนพวกนี้ก็แหกปากอยู่ปาว ๆ ๆ ว่าช่วยเหลือนะเฟ้ย ไม่ได้เงินหรืออะไรตอบแทน ก็.. ของฟรีก็งี้แหละครับ อย่าไปหวังมาก อยากได้บริการดี ๆ ก็จ่ายตังค์สิ Linux ที่ซื้อ Support ได้ก็ถมเถ หรือไม่งั้นก็ใช้ Windows แท้ไปซะก็หมดเรื่องหมดราว ช่างพันธ์ทิพย์แก้ไม่ได้ก็โทรไปด่า Microsoft ประเทศไทยให้สะใจไปเลย เต็มปากเต็มคำดีด้วย

เอาเป็นว่าตอนนี้ใช้ OpenSUSE อย่างไม่มีข้อตะขิดตะขวงใจใด ๆ แล้ว แม้ว่ามันจะยากกว่า Ubuntu นิดหน่อยก็เหอะ ใช้ไปจนชินแล้วคงง่ายเองแหละนะ

.

.

Advantage of Ubuntu

วันนี้เกิดอาการ “คัน” อยากลองใช้ลินุกซ์สายพันธุ์อื่น ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว (ตอนนี้กำลังโหลด Fedora 10.1 Beta และ SLED 11.1) แต่ทว่า …

นึกไป คิดมา ก็ไม่รู้ว่าจะให้เหตุผลกับตัวเองว่า Ubuntu ไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องขวนขวายไปใช้ยี่ห้ออื่น (ให้เหนื่อยด้วย)

อรรถประโยชน์ที่ได้จาก Ubuntu เท่าที่ผมจะสามารถบอกได้มีดังนี้

1. มี Local Source เพื่อการอัพเดทอย่างรวดเร็ว เวลาจะสั่ง Update ทีนึงถ้าเป็นยี่ห้ออื่น ๆ คงนานเพราะต้องต่อ Source จากต่างประเทศ (อันที่จริงมันก็เปลี่ยนมาเป็น Source ในไทยได้ แต่ความสดจะน้อยหน่อย) ในขณะที่ Ubuntu มีแหล่งอัพเดทในไทยเป็นจำนวนมาก และความสดไม่ได้ต่างกับ Source ต่างประเทศ หรือ Source หลัก ๆ ซักเท่าไร (ช้ากว่ากันไม่เกิน 1 วัน)

2. มีผู้ใช้ (ที่เป็นคนไทย) จำนวนมาก เท่ากับว่าเราไม่ต้องพึ่งบริการซัพพอร์ต รวมถึงไม่ต้องมึนกับภาษาอังกฤษตลอดเวลา มีปัญหาปรึกษาคนไทยด้วยกันก่อนได้ ไม่ไหวจะเคลียร์จึงไปพึ่งเวบบอร์คภาษาต่างชาติ Continue reading