Fedora 16 วู้วววววววววววววววววววววว ~

เบื่อ ๆ อยาก ๆ กับ Unity และ Ubuntu เลยลองนั่นลองนี่ไปเรื่อย

ไล่ดูใน DistroWatch มาเรื่อย ๆ Mint ไม่เอา เพราะเล่นมาพักนึงแล้วไม่ปลื้ม เลยลงมาเล็งที่ Fedora และ OopenSUSE ไว้ เอาล่ะ มาลอง Fedora ก่อน

Fedora 16 ออกมาแล้วก่อน Ubuntu 11.10 ใช้ตอนแรกขัดใจเรื่อง Font มาก มันเหลี่ยมจัดแบบรับไม่ได้ (ชินกับการวาดแบบมน ๆ ของ Ubuntu) ก็ใช้ไปได้ไม่ถึงวัน ขัดใจ! เปลี่ยนกลับมาเป็น Ubuntu ก่อน กลับมาตั้งหลัก Continue reading

รายงานสถานะการใช้งาน Linux ณ ปัจจุบัน

น่าจะต้องยกความดีความชอบให้กับเคอร์เนลของลินุกซ์นะครับ เพราะรู้สึกว่าเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ทั้ง Ubuntu, openSUSE และ Fedora ได้รวมเอาไดร์เวอร์ไวเรสการ์ดของ Atheros มาให้เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งานดิโทรอื่น ๆ เพราะว่าลินุกซ์ถ้าขาดอินเตอร์เน็ตก็เกือบจะง่อยกันเลยทีเดียว (ก็ไม่เชิงหรอก แค่มีเน็ตแล้วมันจะง่ายกว่ามาก ๆ ถึงมากที่สุดแค่นั้นเอง)

ก่อนหน้านี้บอกกล่าวกันว่าไปใช้ openSUSE 11.2 ก็ใช้มาเรื่อย ๆ นั่นล่ะครับ ทีนี้มันเบื่อ เพราะว่ากันตรง ๆ แล้วนอกจากความไม่คุ้นเคยที่ทำให้ต้องเปิด Google เพื่อ Googling บ่อย ๆ ก็แทบไม่มีอะไรเร้าใจให้เล่นเหมือนฝั่ง Debian กับ Ubuntu (หรือเป็นเพราะเรายังไม่รู้ แน่นอนถ้าเทพแห่ง RPM มาอ่านเจอเข้ามันคงสาธยายแกมเหน็บแนมอีกประมาณสามวันไม่จบ) เลยโหลด Fedora 12 มาลองดู

Continue reading

เปลี่ยนมาใช้ openSUSE 11.2 ละครับ

เริ่มเบื่อ Ubuntu แบบว่ามันจำเจ และอยากเรียนรู้บ้าง อะไรบ้าง

การติดตั้งก็ง่าย ๆ สไตล์ Ubuntu แล้วครับ จากเดิมการคอนฟิกจะมาอยู่หลังติดตั้ง เดี๋ยวนี้พี่ท่านให้กรอกเท่า Ubuntu เกือบจะเป๊ะตั้งแต่ก่อนติดตั้ง บู๊ตหนึ่งครั้งมันจะคอนฟิกอัตโนมัติแล้วใช้ได้เลย ก็ดี ๆ

ปัญหาต่อมาคือเรื่อง Font Hinting ที่เข้าขั้นเลวร้าย แก้กันหลายเสต็ปมาก ๆ

1. ทำตามลิ้งค์นี้ (สำหรับ 11.2)

2. ติดตั้ง msttcorefonts (หากหาใน Software Manager ไม่เจอก็ไป 1-Click Install)

3. ใน Firefox ให้เปิด about:config ที่ช่อง Filter ใส่ gfx จะเจอ gtx.use_text_smoothing_setting ดับเบิ้ลคลิกมันจะเปลี่ยนค่าจาก false เป็น true

เรียบร้อยแล้วครับ แต่ก็ยังอ่อนโยนไม่เท่า Ubuntu นะ ถือว่าเน้นกันคนละแบบ ..

……………………….

เรื่องต่อมาคือ Repo ของ openSUSE นั้นต้องอาศัยการ add เยอะมาก การไป 1-Click มาทีนึงก็คือการพ่วง Repo นั้น ๆ เข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะเกิดปัญหาเวลาเปิด Software Manager เพราะมันจะโหลดทุก Repo ทุกครั้ง นั่งรอกันพร้อมกินมาม่าได้เป็นชาม ๆ ถ้าเน็ตไม่เร็วจริง อันที่จริงไปยกเลิกการ Auto Refresh ก่อนเปิด Software Manager ก็ได้ แต่คุณต้องอัพเดท Repo เองบ่อย ๆ (จาก Command Line ก็ได้) ไม่งั้นเข้าไปทีจะกลายเป็นแดนสนธยา มีแต่ของเก่าไม่ทันสมัย

ความประทับใจคือมันไม่ค่อยมีกรรมเมื่อเทียบกับ Ubuntu Karmic ส่วน Banshee นี่ก็ป่วยเหมือนเดิม ช่างหัวมันใช้ Songbird แทนถาวรไปแล้วทั้ง Windows และ Linux หาวิธีใช้ Cairo Dock ได้แล้ว (ง่ายมากโดย 1-Click) นอกนั้นสภาพแวดล้อมแบบ GNOME มันก็ครือ ๆ กันทุกดิสโทร จะมีก็แค่ YaST กับ GNOME Config ที่ยังแยกกันอยู่ บางอย่างก็ต้องไปทำพร้อมกันสองที่ มันก็ไม่ All-in-One เหมือนสาย Debian อะเนอะ ช่างมัน ๆ ไม่ได้หนักหนาเท่าไร

ถ้าใช้ openSUSE ไปซักพักนึง เอาซํกเดือนนึงเต็ม ๆ ได้ก็ถือว่าน่าจะผ่าน ก็จะเหลืออีกหนึ่งหน่อที่ลองกี่ทีก็ท้อทุกทีอย่าง Fedora ไม่รู้ทำไมมันอัพเดทไม่เคยได้เลยก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่รู้จะไปถามใคร ถามพี่กู๋ก็อะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะแก้ปัญหาได้เลย เซ็งเป็ด