OpenOffice in workaround

ก็ไม่เชิง Workaround หรือแก้ขัดไปก่อนหรอกครับ หะแรกก็ตั้งใจว่าจะใช้มันจริง ๆ นี่แหละ และก็ใช้มันทำงานไปแล้วด้วย ผลคือใช้งานได้ดีครับ งานออกมาสวยงาม (ที่หน้าจอ) และเป็นไปตามที่วางแผนไว้ แต่ปัญหาคือเรื่องฟอนต์ …

ทีแรกที่ทำลืมไปว่าเราต้องเอาไปเปิดในเครื่องวินโดวส์ หรือส่งไปให้เพื่อน ๆ ที่ใช้วินโดวส์ งานเข้าเลย.. เพราะตอนทำไม่ได้กำหนดฟอนต์เอาไว้ กลายเป็นว่าเป็นฟอนต์ของลินุกซ์ แน่นอนว่าพอไปเปิดบนวินโดวส์ก็งานเข้าสิครับ เละเทะหมด กลายเป็นทำงาน 2 รอบ เพราะก่อนจะส่งก็ต้องไปเปลี่ยนฟอนต์และจัดหน้าใหม่ในวินโดวส์อยู่ดี

สำหรับเรื่อง Usability หรือความสะดวกสบายในการใช้งาน พบว่าบางจุดมันก็ยังเอ๋อเหรอ หรือไม่เข้าท่าเข้าทาง รอบนี้ใช้ Impress ในการสร้างสไลด์ครับ ก็มีรูปเป็นไฟล์ .png ขนาดไม่ใหญ่มากเป็นโลโก้ที่ติดไปทุกหน้า รวมถึงมีรูปสินค้าบ้างในบางสไลด์ ปรากฎว่าพอทำไปได้ซัก 30-40 แผ่น.. เครื่องช้ามาก กระตุกบ้าง อะไรบ้าง พอไปดูโปรเซส โห… ใช้ซีพียูไปตั้ง 60% ดุจริง ๆ นะ OpenOffice

ปัญหาเรื่องการแทรกเลขหน้าก็อีก ถ้าใน MS Office เราสามารถสั่งแทรกไปได้เลย ซึ่งมันจะไปอยู่ที่ Header หรือ Footer อัตโนมัติ แต่ OpenOffice ไม่งั้นสิครับ ถ้าสั่งแทรกเลขหน้าเลยมันก็จะอยู่ตรงที่สั่งแทรกล่ะครับ สั่งที่กลางเอกสารก็อยู่มันตรงนั้นเลย ถ้าจะให้อยู่หัวหรือท้ายกระดาษ ต้องไปเปิดหัวหรือท้ายมันก่อนครับ จากนั้นเอาเคอร์เซอร์ไปจองที่แล้วค่อยสั่งแทรก .. เออ ตรรกะนี้แปลกมาก

สุดท้ายนี้ก็ลักไก่ ใช้ OpenOffice เหมือนเดิมล่ะครับ เพราะใช้เครื่องตัวเองทำงานก็เลยไม่อยากย้ายไปใช้โปรแกรมในวินโดวส์ คือ สภาพแวดล้อมมันไม่ใช่อะ (เป็นเอามาก) เลยงัดไม้ตายมาใช้คือ Export to PDF ง่าย ๆ ชิล ๆ เอาไปปริ๊นในวินโดวส์ก็สบาย ๆ เปิดข้ามเครื่องก็ชิล ๆ

จบการบ่นแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

Plan of Software in Future

งานหลัก ๆ ที่ Linux ไหน ๆ ก็ยังติดขัดคือ เรื่อง MS Office ซึ่งผมยังต้องการใช้อยู่ (Word พอให้ Writer แทนได้ แต่ Excel กับ PowerPoint นี่ไม่ไหวจริง ๆ) ดังนั้น เลยต้องยืมมือ Windows และ MS Office มารองรับมันซักหน่อย

ทางเลือกที่ได้เลือกแล้วตอนนี้คือ ใช้งานผ่าน Virtual Machine (ในที่นี้เลือก VirtualBox เพราะฟรี และดีกว่า VMWare บนลินุกซ์มาก ๆ) ทีนี้ปัญหาคือ Virtual Machine ทั้งหลายไม่สามารถเปิดใช้งาน Aero Interface หรือหน้าต่างใส ๆ ที่มีใน Vista หรือ Seven ได้ (แม้ว่า VirtualBox จะใส่ 3D Accelerator มาให้แล้วก็ตาม) ไม่รู้ว่าแรมของ Host ไม่เยอะพอหรืออย่างไร (คงต้องลองเพิ่มแรมเป็น 4 GB ดูว่าไหวไหม)

เหตุที่ทำให้คิดไม่ตก เพราะหากซื้อ Windows XP ที่ทำงานผ่าน VM ได้ดี แต่อนาคตมันไม่ดีตรงที่มันเก่ามาก ๆ และ MS ก็จะเลิกซัพพอร์ตแล้ว รวมถึงในระดับราคาที่ไม่ต่างกันมาก Windows 7 ให้ประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ดีกว่าแน่ ๆ ดังนั้นผมจึงมองว่าซื้อ Windows 7 จะคุ้มกว่า แต่มันก็ดันมาติดปัญหาเรื่อง Aero ที่ใช้ไม่ได้ใน VM นี่แหละครับ ทำให้คิดว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ (หรือว่าจะซื้อมารออนาคตเผื่อว่ามันจะใช้ได้..)

ส่วนเรื่องที่จะให้ Dual Boot นั้นไม่เอาแล้วครับ เพราะไม่คุ้มกับเวลาที่สูญเสียหากจะร้อง Reboot เข้า Windows เพื่อไปพิมพ์งานเท่านั้น ไม่ไหวจะเคลียร์แน่นอน คงต้องดูทิศทางลมดี ๆ ว่ามันจะมีโอกาสที่ Aero จะสว่างใสใน VM ได้ไหม ถ้าได้ล่ะแจ่มจรัส !

(ทั้งหมดนี้จะไม่เป็นปัญหาหากได้เครื่อง Macbook เพราะมี Office for Mac ซึ่งอย่างน้อยมันคงไม่ต่างกับ Office for Windows มากนัก แต่ราคาก็แพงเอาเรื่องพอดู .. เอาน่า Office for Windows ถ้าซื้อแบบเอามาใช้ในธุรกิจได้ราคามันก็ไม่ใช่  3,000 กว่าบาทอยู่แล้วนิ..)

เฮ้อ.. เมื่อไร OO.o จะเทียบเท่า ทัดเทียม และเลยหน้า MS Office ซักทีน๊อ (มันไม่ใช่ความเคยชินนะ แต่มันสู้ไม่ได้จริง ๆ ในเรื่องความสะดวกสบาย ความฉลาด และประสิทธิภาพเนี่ย .. แม้ว่ามันจะให้ผลงานออกมาไม่ต่างกันก็เหอะ แต่วิถีทางมันยากกว่ากันมาก …)

8 Things ที่ Ubuntu (and the gang) ไม่สามารถ…

One ::: เขียน DVD เจ๊งตลอด ไม่ว่าจะเป็นตัวที่มากับ Nautilus หรือ Brasero หรือ K3B เจ๊งได้เจ๊งดี แผ่นนึงตั้งเกือบ 6 บาทนะเฟ้ย

Two ::: ยังไม่สามารถทำงาน ใช้งาน แลกเปลี่ยนงานกับ MS Office ได้แบบสมบูรณ์ดีปกติสุข มันต้องขยับ เขยื้อน ไม่เหมือน เละเทะบ้างนิดหน่อย

Three ::: เสียดายเวบแคมมาก มีมางั้น ๆ ใช้แชตไม่ได้เลย

Four ::: ไม่สามารถ Sync กับ iPod Nano Gen 4 ได้แบบปกติสุข (หรือมันผิดที่ผมเลือก iPod)

Five ::: ไม่สามารถเม้าท์ไฟล์ iso ที่อยู่ในวงแลนได้ ต้องก๊อปปี้จากแลนมาไว้ในเครื่องเสียก่อน (คือว่าไม่สะดวกเวลาจะเม้าท์ DVD ดูอะนะ)

Six ::: Nautilus ความสามารถยังห่างไกลกับ Windows Explorer หลายขุม (เรียกว่าใช้งานจริง ๆ จัง ๆ แทบไม่ได้ คือมันแค่พอใช้ได้ แต่ไม่สะดวก ง่าย และทรงประสิทธิภาพเท่าที่ควร)

Seven ::: ปัญหา Driver (โลกแตกโครต ๆ) ตอนนี้ที่เจอก็ RICOH MP 2550 เครื่องพิมพ์ Multi-Function ที่ทำได้หลายอย่างจัดจนโง่บรม

Eight ::: เรื่อง Fonts เมื่อไรประเทศไทยจะมีฟอนต์แห่งชาติ (หรือถ้ามีแล้วเมื่อไรจะบังคับหน่วยงานราชการใช้แทน Angsana 16 เสียที คนใช้ Linux ลำบากเฟ้ย)

ก็เริ่มเบื่อ Ubuntu นิด ๆ (อันที่จริงต้องพูดว่าเบื่อ Gnome ถึงจะถูก) เพราะเมื่อเทียบกันหมัดต่อหมัดแล้ว เวลาอยู่บน Windows ไม่เห็นจะถวิลหา OS อื่นแต่อย่างใด อยากทำอะไรก็บนนั้นจบไปเลย แต่กับ Ubuntu นี่ถ้าจะซิงค์ iPod ก็ต้องเข้า XP จาก VirtualBox หรือไม่งั้นก็สลับไปบู๊ตเข้า Windows เวลาจะทำงานเอกสาร (โดยเฉพาะ Excel) ถ้าไม่กลับไปใช้ Windows ก็ต้องใช้เครื่องอื่นอยู่ดี คือ.. OS เดียวไม่จบ เบื่อมาก..

แต่ให้กลับไปใช้ Windows ก็คงไม่สบายใจหากต้องกลับไปใช้ของเถื่อน แม้ตัว Windows จะแท้ แล้วไงล่ะ Office เถื่อนอีกเหรอ ซื้อสิ แล้วซื้ออีกเท่าไร อีกกี่บาทถึงจะจบ ซื้อ MS Office 2007 มา ถ้าเค้าออกเวอร์ชั่นใหม่มาอีก (สมมุติว่า Office 14) ก็ต้องซื้ออีก (แม้จะเวอร์ชั่น Upgrade ก็เหอะ) คือ มันไม่จบไง

กับ OSX ที่ยังไม่แน่ใจก็คือมันจะมีปัญหาแบบเดิม ๆ ที่เจอกับ Ubuntu ไหม ได้ข่าวว่า Finder ก็เวลาร้ายพอ ๆ กับ Nautilus แล้วไหนจะเรื่องใช้งาน เปิดไฟล์ผ่านวงแลนอีก และแน่นอนอะไร ๆ ก็คงแพงตามประสา Mac จะไหวไหม แล้วกับ Ubuntu ล่ะ ตราบใดที่มันยังแหมะกับ Gnome แล้วจะหวังอะไรกับมันได้มากแค่ไหน รอ Gnome 3.0 ก็ได้แต่รอ อนาคตมันจะดี แตวันนี้คนใช้จะตายแล้วคุณจ๋า.. จะอยู่ถึงวันได้ใช้หรือเปล่าก็ไม่รู้เลย เกิดธาตุไฟแตกไปซื้อ Windows มาใช้ซะก่อนละเสร็จโจรแหงม ๆ

บ่นไปงั้น ๆ แล้วก็ใช้ Ubuntu ต่อไป สาธุ!