ไป Fitness มาฮับ (- -’)

ช่วงนี้ดูหมองคล้ำ & มีเคราะห์ ? ไม่ใช่ละ .. ก็รู้สึกว่าตั้งแต่ทำงานมาได้ 3 ปี น้ำหนักก็ลดเอา ๆ ขึ้นบ้างเวลากินเยอะ แต่ถ้ากินแบบพอดี ๆ แล้วน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 52-53 ถามว่าพอใจมั๊ย ? ก็พอใจล่ะครับ แต่ปัญหาคือมันไม่มีแรง เพราะไม่ได้ออกกำลังกายเลย เหนื่อยง่าย ถืออะไรหนัก ๆ ก็ไม่ค่อยไหว แล้วก็นอนหลับยาก ตื่นขึ้นมามีอาการเนือย ๆ ก็เลยคิดว่าไปออกกำลังกายบ้างดีกว่า

ครูฝึกถามว่าออกกำลังกายบ้างไหม ก็บอกว่าไม่ค่อย (อันที่จริงไม่เคยเลยด้วยซ้ำ) แล้วเค้าก็ถามว่านึกยังไงถึงเลือกมาที่ฟิตเนส ก็นะ .. ไม่เสียเงินมันก็ไม่มีกำลังใจไง อย่างน้อยเงินที่เสียไปนี่ก็เป็นตัวกระตุ้นให้อย่างน้อยก็ต้องไปใช้งานเครื่องบ้าง อะไรบ้าง เดือนละตั้งเกือบ 2,000 นี่เนอะ ?

อันที่จริงที่ตัดสินใจสมัครนี่เพราะ 1. ร่างกายไม่สมส่วนครับ ผอมจริง แต่มันเป็นการผอมแบบแห้งลงมา ช่วงไหปลาร้านี่ขึ้นชัดมาก เหมือนคนแห้งเนอะ แต่พุงนี่ยื่นซะ ปีกอีก และที่สำคัญต้นขาใหญ่มากกกกก ตั้งใจไปลดอย่างเดียวครับ คือ ลดพุง ลดต้นขา ส่วนต้นแขนอยากให้มันเฟิร์มขึ้นนิดนึง ไม่เอากล้ามเนื้อชัดมาก

ส่วนข้อ 2. ก็คือ วันหยุดผมมักจะตะลอนไร้สาระ หรือไม่งั้นก็นอนเละเทะอยู่ห้อง มันไม่มีประโยชน์อะครับ ก็เลยว่าเออ ถ้าวันหยุดเราไปหมกใน Fitness ซัก 2 ชั่วโมง ก็กลับมาง่อยไม่มีปัญญาไปไหนได้อีกแล้ว อะไรประมาณนั้น ก็น่าจะดีอยู่นะ ต่อมาคือใกล้บ้านมากมาย เดินไปยังได้ (แต่ไกลหน่อยนะ 15 นาที อิอิอิ) ก็ .. ณ วันนี้ยังถือว่าคิดถูกที่สมัครอะนะ

/ วิทยานิพนธ์ยังเป็นไข่อยู่เลย กำลังว่าจะเปลี่ยนไปเรียนแผน ข. แต่ก็เสียดายและก็ขี้เกียจสอบประมวลฯ เฮ้อออออ !

Hell in my head

เซ็งเกินพิกัด …

ไม่รู้ว่าเทอมหน้าจะจบไหม .. แต่ก็จะพยายาม

.

.

ส่วนหนึ่งที่บั่นทอนกำลังใจมาก คือความไม่พร้อม (รึเปล่า) หรืออะไรก็ตามที่มันส่งผลให้เหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้น ก็ช่างมันเหอะ ยังไงก็คงจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยไปได้

.

.

ไม่ใช่ว่าเราไม่พยายาม หรือไม่ขวนขวาย ไม่กระตือรือร้น แต่พูดตรง ๆ จ่ายแพงกว่า สบายกว่า เป็นสัจธรรมโคด ๆ เลยล่ะ ..

[My Study] อันที่จริงการเรียน ป.โท มสธ. นี่มันไม่ง่ายจริง ๆ แฮะ

ตอนนี้เรียนมาได้ 1 ปี 2 เทอม 4 ชุดวิชาแล้ว เกรดออกมาครบ ก็ต้องบอกว่าออกมาเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก (และเกินคาดด้วย เพราะมีวิชานึงได้ A แบบไม่คาดฝันมาก่อน)

.

.

เหตุมันมาพลาดที่วิชา “การวิเคราะห์เชิงปริมาณและการจัดการการดำเนินงาน” หรือที่พวกเราเรียกกันย่อ ๆ ว่า QA&OM เนื่องจากผลการสอบที่ออกมา หลาย ๆ ท่านได้เกรดต่ำกว่าที่คาดเอาไว้มาก ๆ

.

.

ด้วยความที่เป็นข้อสอบแบบอัตนัย และตัดสินกันภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง (แม้จะมีคะแนนเก็บตุนกันไว้คนละเกือบ ๆ 50 คะแนนก็เหอะ) แต่หลายท่านก็ยังพลาด ได้ไม่ถึง B นั่นหมายความว่าโอกาสที่เกรดเฉลี่ย 4 วิชาเบื้องต้นจะไม่ถึง 3.00 ซึ่งจะทำให้ลงชุดวิชาวิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระได้ กระทบหลายทอดหลายต่อเลย

.

.

ซึ่งโอกาสก็ไม่ได้ตีบตันขนาดนั้นหรอกครับ พวกเรายังมีสิทธิ์ลงเรียนวิชานั้นซ้ำ 1 ครั้งเพื่อสอบใหม่ให้เกรดดีขึ้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วผมเชื่อว่าการเรียนซ้ำนั้นย่อมดีกว่ารอบแรกแน่นอน ยังไงก็อย่ากังวลไปนะครับ

.

.

ว่ากันด้วยเรื่องนึงที่เพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายคนอาจจะลืมไป ในรายวิชานี้อาจารย์ผู้สอนได้ย้ำแล้วครั้งนึง ว่าการนำประสบการณ์ส่วนตัว จากการทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่มาตอบนั้น ควรนำประสบการณ์หรือกระบวนการคิดดังกล่าวมาผ่านการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ ให้เป็นไปตามหลักการ หรือ ทฤษฎีที่เราเรียนมา ไม่ใช่ยกประสบการณ์ห้วน ๆ มาตอบเลย ซึ่งอาจารย์ก็ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไร เพราะมันหาทฤษฎี หรือ “Key” ของข้อสอบข้อนั้น ๆ ไม่เจอ

.

.

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้สู้กันต่อไปนะครับ (ผมเองก็ลงทะเบียนผิด ดันไม่ได้ลงชุดวิทยานิพนธ์ ยังไม่รู้จะทำยังไงเลยเนี่ย)