The impact of piracy

เรามักคุ้นชินกับอะไรง่าย ๆ เช่น เพลงจาก 4shared แผ่น Windows จากพันทิป ยืมแผ่นเพื่อนมา Rip มา Write เคยรู้บ้างไหมว่าการกระทำของเรามันทำร้ายใครบ้าง

บุคลากรจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังผลงานเหล่านั้นไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีรายได้ การละเมิดลิขสิทธิ์ของเราจึงทำให้รายได้ของคนเบื้องหลังเหล่านี้หดหายไปเรื่อย ๆ เราอาจจะคิดว่าเพียงแค่ไม่กี่คนคงไม่กระทบกระเทือน แต่เอาเข้าจริงแล้วมันกระทบ เพราะคนที่คิดแบบนี้ยังมีอีกเยอะ

ทำไมถึงยกเรื่องนี้มาพูดเหรอครับ .. สลดใจนิดนึงตรงที่ปกติไม่ค่อยได้เข้าบอร์ด Windows ซักเท่าไร จะไปสิงอยู่กับข่าวและ Android ซะมาก (ซึ่งเราพยายาม Root เครื่องเพื่อซื้อ App) วันนี้ได้มีโอกาสเข้าบอร์ด Windows ก็เจอข้อความหลาย ๆ อันที่แสนน่าหดหู่

หากไม่ไหวจริง ๆ กับราคา ก็น่าจะหาทางเลือกอื่น ๆ ที่ทดแทน หรือเพียงพอกับทุนทรัพย์ การพยายามโกงแล้วภูมิใจที่ทำได้นี่มันไม่น่าชื่นชมเลยจริง ๆ นะ

ไม่ได้บอกว่าต้องใช้ Linux แต่ถ้าคุณไม่สามารถซื้อ Windows ใช้ได้ ก็น่าจะพิจารณาทางเลือกที่ไม่ทำร้ายคนอื่นนะ จริงไหม

/ การแลกเปลี่ยนเอกสาร เดี๋ยวนี้มี Google Docs รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่คล้ายกันแล้ว ไม่น่าใช่ปัญหานะ อีกทั้งเอกสารบางอย่างที่ผูกติดกับ Excel ก็น่าจะเริ่มต้นสร้างกันใหม่โดยเริ่มจากซอฟท์แวร์ฟรีค่าลิขสิทธิ์ น่าจะยั่งยืนกว่านะครับ

(ผมเพ้อ อย่าสนใจเลย ..)

รายงานสถานะการใช้งาน Linux ณ ปัจจุบัน

น่าจะต้องยกความดีความชอบให้กับเคอร์เนลของลินุกซ์นะครับ เพราะรู้สึกว่าเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ทั้ง Ubuntu, openSUSE และ Fedora ได้รวมเอาไดร์เวอร์ไวเรสการ์ดของ Atheros มาให้เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งานดิโทรอื่น ๆ เพราะว่าลินุกซ์ถ้าขาดอินเตอร์เน็ตก็เกือบจะง่อยกันเลยทีเดียว (ก็ไม่เชิงหรอก แค่มีเน็ตแล้วมันจะง่ายกว่ามาก ๆ ถึงมากที่สุดแค่นั้นเอง)

ก่อนหน้านี้บอกกล่าวกันว่าไปใช้ openSUSE 11.2 ก็ใช้มาเรื่อย ๆ นั่นล่ะครับ ทีนี้มันเบื่อ เพราะว่ากันตรง ๆ แล้วนอกจากความไม่คุ้นเคยที่ทำให้ต้องเปิด Google เพื่อ Googling บ่อย ๆ ก็แทบไม่มีอะไรเร้าใจให้เล่นเหมือนฝั่ง Debian กับ Ubuntu (หรือเป็นเพราะเรายังไม่รู้ แน่นอนถ้าเทพแห่ง RPM มาอ่านเจอเข้ามันคงสาธยายแกมเหน็บแนมอีกประมาณสามวันไม่จบ) เลยโหลด Fedora 12 มาลองดู

Continue reading

ความไม่ประทับใจใน Windows 7 (ภาค 2)

ภาคแรก ก็กล่าวไว้เยอะพอสมควร (ในลักษณะที่ว่าใช้ลินุกซ์จนชิน) และหลังจากเขียนภาคแรกไปนั้นก็ใช้ Windows 7 ต่อมาอีกหลายวันอยู่ เนื่องจากต้องพิมพ์วิทยานิพนธ์ด้วย ซึ่งปัญหาของ OpenOffice.org คือ ฟอร์แมตหรือการจัดรูปแบบย่อหน้ามันแปลก ๆ ในขณะที่ MS Office 2007 มันจัดง่ายกว่า และปัญหาเรื่องไดรฟ์เวอร์ของพริ้นเตอร์ที่ทำงานมันไม่มีของลินุกซ์ (RICOH ห่วยมาก) เลยไปทำบน Windows ซะให้จบ ๆ พอเสร็จปุ๊บกลับมาใช้ Ubuntu แทบไม่ทัน 555+

เริ่มเลยละกันนะครับ

1. การสลับหน้าต่างโปรแกรม แม้ว่า Superbar ของ Windows 7 มันจะล้ำ แนวมาก และค่อนข้างอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะ Jump List ที่ส่วนมากใช้ได้กับโปรแกรมของ MS ที่ผมไม่ใช้ ดังนั้นการใช้งานมันจึงยังเป็นแค่เพียง Task Bar แม้ว่าจะตั้งชื่อให้สวยหรูซักเพียงใด แต่มันก็สู้การสลับหน้าต่างด้วย Expose แบบ Mac ไม่ได้อยู่ดี เพราะ Task Bar นั้นเราต้องย้ายสายตาลงไปด้านล่างของจอ (หรือใครจะย้ายไปด้านบนมันก็ต้องเลื่อนลูกตาอยู่ดี) แต่ Expose แค่เหวี่ยงเม้าส์มึน ๆ มันก็เลือกได้แล้วว่าอยากจะย้ายไปหน้าต่างไหน ไม่ต้องหลุบลูกตาขึ้นลง .. (ใน Ubuntu ผมใช้ Compiz เหวี่ยงได้เหมือนกัน)

2. ไฟแสดงสถานะของภาษา ใน GNOME จะตั้งได้ว่าถ้ามีการสลับไปใช้ภาษาที่สองจะให้ไฟที่ Caps Lock, Scroll Lock หรือ Num Lock ติดขึ้น เป็นอันรู้กันว่าเปลี่ยนไปเป็นอีกภาษานึงแล้ว ข้อดีคือไม่ต้องย้ายลูกตาไปมองด้วยซ้ำ เพราะแสงมันแยงตาอยู่แล้ว และชัดมาก ส่วน Windows 7 นั้นแสดงไว้ที่ Task Bar ไม่มีความโดดเด่นใด ๆ เลย ต้องเพ่งลงไปมอง หรือเบาที่สุดก็ต้องย้ายลูกตาเหลือบไปมองอยู่ดี

3. Aero Snap ที่ผมบนเรื่องการสั่ง Alway On Top ของทุกหน้าต่างไม่ได้เหมือน GNOME นั้น พอดีไปค้นพบว่ามันสามารถเหวี่ยงหน้าต่างไปซ้ายจะได้ครึ่งหน้า ขวาได้อีกครึ่ง เท่ากับแบ่งครึ่งทำงานได้เลย สะดวกมากตอนพิมพ์วิทยานิพนธ์ครับ เพราะผมสามารถอ่านจาก PDF แล้วพิมพ์ใน Word ได้เลยโดยไม่ต้องสลับที่ Task Bar แต่ปัญหาคือเมื่อเจอหน้าต่างที่ 3 Aero Snap จะไม่สามารถแบ่งจอให้ได้แล้ว ก็ต้องแบ่งเองด้วยมือตามปกติ ดังนั้น การสั่ง Alway On Top กับทุก ๆ หน้าต่างได้จึงยืดหยุ่นมากกว่าอยู่ดี

4. การติดตั้งและอัพเดทโปรแกรม (อีกแล้ว) นอกจากการสรรหาโปรแกรมที่ลินุกซ์น่าเชื่อถือมากกว่าและสะดวกกว่า ยังรวมไปถึงระบบการอัพเดทโปรแกรมในเครื่องด้วย ถ้าเทียบกันที่ระดับเคอร์เนล ทั้งลินุกซ์และ Windows ไม่แตกต่างกัน แต่ลินุกซ์นั้นสามารถอัพเดทโปรแกรมทั้งที่อยู่ในการดูแลของทีมพัฒนา หรือจากแหล่งอื่น ๆ (Third Party) ได้ภายในคราวเดียวกัน ต่างจาก Windows ที่หากต้องการอัพเดทอะไรที่ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ของ Microsoft แล้ว ผู้ใช้จำเป็นต้องจัดการเอง ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยคำสั่งเดียวเหมือนลินุกซ์

5. Click to run VS Command to run Windows นั้นมี GUI ที่เข้มแข็ง สามารถครอบคลุมงานที่ต้องใช้คำสั่งพิมพ์มือได้เกือบทั้งหมด ซึ่งการออกแบบโดยแนวคิดการใช้เม้าส์นั้นเหมาะกับยุคสมัยที่โปรแกรมไม่เยอะ ไม่มีความซับซ้อน และความต้องการในการใช้งานของผู้ใช้ยังไม่มากนัก ปัญหาของการใช้เม้าส์ค้นหาและคลิก คือมันจะสลับซับซ้อนมากถ้าเราจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน และจะต้องเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนค่าปกติ (ที่ระบบตั้งมา หรือที่ผู้ใช้ตั้งไว้ใช้เอง) ดังนั้นใน Windows 7 จึงเริ่มใส่ช่อง Search ซึ่งใช้งานเป็นคำสั่ง Run ได้ด้วยมาที่ Start Menu เลย ในขณะที่ลินุกซ์นั้น หาก GUI มันตอบสนองช้า เราสามารถสั่งมันด้วย Command Line ได้ทันที แม้ว่ามันจะไม่เหมาะกับมือใหม่ แต่มันเหมาะกับคนใช้งานครับ เพราะถ้าใช้งานจริง งานเร่งจริง อะไรจริง แล้วต้องย้ายมือจากคีย์บอร์ดไปจับเม้าส์ หรือย้ายนิ้วมา Touch Pad กับกด ALT+F2 แล้วสั่งมันไปเลย ประการหลังจะเร็วกว่า แน่นอนว่ามันคงไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้แน่กับผู้ที่ไม่คุ้นเคย และข้อนี้ก็เป็นเพียงแนวคิดของผมเท่านั้น กรุณาอย่าเอาไปอ้างอิงที่ไหน ใครใช้ย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด เลือกที่เหมาะกับตัวเองละกันครับ

6. Windows Explorer “No Tab” มันจะดีมาก ๆ ถ้ามี Tab ขอเถอะ ให้มันหน้าต่างเดียวจบจริง ๆ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

7. Start Menu ที่รกที่สุด สำหรับ Windows เมื่อติดตั้งโปรแกรมใด ๆ ลงไปมันจะไปกองอยู่ที่เดียวกันหมด นอกจากโปรแกรมพื้นฐานที่มากับระบบปฏิบัติการเท่านั้นที่จะแบ่งหมวดหมู่ให้ ข้อดีคือสามารถไล่หาโปรแกรมตามอักษรได้เลย ส่วนข้อเสียคือ คนใช้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมนั้น ๆ จะไม่รู้ว่ามันคือโปรแกรมอะไร ใช้งานประเภทไหน โดยเฉพาะโปรแกรมที่ชอบสร้าง Shortcut แบบเอาชื่อบริษัทขึ้นก่อนนี่ตัวดี คนใช้ไม่ได้ Expert หรือ Average ไปซะหมดนะครับ (แต่ก็อย่างว่า โปรแกรมบน Windows มันหมื่นพ่อล้านแม่ MS คงไม่สามารถรวบรวมทุกโปรแกรมที่มีโอกาสติดตั้งบน Windows และจับมันแยกประเภทให้ได้หรอก ต้องทำใจ)

8. เปลือง RAM ที่สุด ว่าจะไม่บ่นแล้วนะเนี่ย เพราะคิดในอีกมุมนึงก็คือ ทรัพยากรเรามึตั้งเยอะ ใช้มันให้คุ้มจะเป็นไร เพราะงานหนักแบบโพด ๆ Windows 7 ก็เอาแรมผมไปแค่ 2 กิ๊กนิด ๆ (ตอนเปิดมันเอาไปแล้วเกือบ 1.5 กิ๊ก) แต่.. 1.5 กิ๊กนี่แหละคือ Full Load ที่ Ubuntu ใช้ตอนผมทำงานหนัก ๆ (ในสภาวะงานเดียวกัน) ก็น่าคิดอยู่เหมือนกันแฮะ ว่าให้มันใช้เต็มที่เพื่อความคุ้มค่าในทรัพยากรที่มี หรือให้มันประหยัด ๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า

9. ขยันสร้างขยะ การที่ Windows พยายามจะรักษาระดับความเร็วในการใช้งานของเครื่อง โดยการสร้างไฟล์เบื้องหลังอะไรไว้มากมายเพื่อจะให้ได้ตัวเลขด้านเวลา .. แต่ต่อมาสิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นขยะที่คาไว้บนฮาร์ดดิสก์ของเรา ซึ่งเราก็ต้องตามมาเก็บกวาดกันเอง อีกทั้งระบบ Registry ที่ใช้ยังสร้างภาระงานหนักให้กับหน่วยประมวลผลเมื่อใช้ไปนาน ๆ เพราะมัน Regis อย่างเดียว ไม่ Deregister ออกไปเลย (นอกจากจะเอาออกด้วยตัวเอง หรือโปรแกรม 3rd party เท่านั้น) ถ้าเทียบระบบ Registry กับลินุกซ์นั้นถือว่าเสมอกัน เพราะในลินุกซ์เมื่อถอนการติดตั้งโปรแกรม แต่ซากอารยธรรมมันก็ยังคาไว้ที่ /home ผิดกันที่ระบบการกำจัดมันง่ายกว่ากันมาก เพราะในลินุกซ์แค่ยกเลิกการซ่อน แล้วลบมันเป็นอันจบ ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรเก็บกวาดเลย ประเด็นต่อมาคือไฟล์ขยะ ในลินุกซ์สาย Debian จะมีขยะเพียงแค่ .deb ที่เป็นไฟล์อัพเดท ปัญหาคือมันไม่มีระบบลบของเก่าอัตโนมัติ ต้องสั่งลบเอง ซึ่งก็สั่งทีเดียวเกลี้ยงเลย ยิ่งกว่านั้นลินุกซ์ในสาย Fedora หรือ SUSE ยิ่งล้ำกว่านี้อีก เพราะมันจะอัพเดทแค่เพียงส่วนที่ต่างจากของเดิมเท่านั้น ไม่ได้ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่มาทั้งหมดเหมือน Debian ส่วนการเก็บกวาดก็ง่ายพอ ๆ กัน ดังนั้น จะใช้ Windows คงต้องขยันกวาดบ้านซะหน่อย เพราะเปิดทั้งประตูหน้าต่างโล่งไปหมด ฝุ่นเยอะโพด ๆ

9 ข้อซะแล้ว หุหุหุ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้นนะครับ ย้ำ! ว่าความคิดเห็น กรุณาอย่าเอาไปอ้างอิงที่ไหน ใครใช้อะไรแล้วมีความสุข สร้างสรรค์ผลงานจรรโลงกระเพาะและลำไส้ตัวเองได้ก็ตามสบาย ไม่ได้ชี้นำจริง ๆ นะเออ .. อิอิอิ

ความไม่ประทับใจใน Windows 7

ติดตั้งลงไปแล้วครับสำหรับ Windows 7 ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่งกับมัน แต่ของดี ๆ ที่น่าใช้น่าลองก็เยอะอยู่ เลยขอหน่อยแล้วกัน และแล้วก็เจอข้อเสียที่เคยกังวลว่าต้องเจอแน่ ๆ ใน Windows

1. ติดตั้งช้ามาก เป็นอะไรที่ไม่อยากจะเปรียบเทียบหรอกนะครับ แต่ขั้นตอนในการติดตั้ง Windows นี่สู้ Linux โดยเฉพาะสาย Ubuntu ไม่ได้จริง ๆ แม้จะมีข้อดีเรื่องการเลือกขั้นตอนที่ง่ายกว่า แต่ใช้เวลานานและรีสตาร์ทมากเกินความจำเป็น นอนหาวรอตั้งนาน

2. ทุกอย่างต้อง Google & Download ภายใต้ข้อดีของอิสระในการเสือกสรรโปรแกรมใช้งานของ Windows ก็ปรากฎว่ามีข้อเสียเช่นเดียวกัน ในระบบปฏิบัติการ Linux มักจะจัดเตรียมโปรแกรมต่าง ๆ พร้อมให้ใช้ และไม่ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดแต่อย่างใด เพราะโดยตัวระบบปฏิบัติการมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อค้ากำไร และโปรแกรมส่วนมากที่ให้มามักจะเป็นฟรีแวร์ หรือโอเพ่นซอร์ส ปัญหาของ Windows คือ ไม่มีมาให้ด้วยข้อกฎหมาย และไม่มีมาให้ด้วยตัวของระบบปฏิบัติการเอง เราจึงต้องจัดหา ซื้อบ้าง ค้นหาเองบ้าง ข้อเสียนอกจากจะไม่สะดวกแล้ว ยังไม่มีการควบคุมได้เต็มที่เท่ากับเหล่า Linux ที่โปรแกรมทุกตัวใน Repositories จะถูกตรวจสอบโดยทีมผู้พัฒนา และรับรองเกือบ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาเมื่อเลือกติดตั้งใช้งานพร้อมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Windows ยังทำได้ดีไม่เทียบเท่า แต่ก็ไม่ได้ยากเกินผู้ใช้จะเข้าใจ หรือเรียนรู้หรอกครับ

3. ใช้พื้นที่เยอะมาก ขนาดการติดตั้งเพื่อใช้งานได้ของ Windows เท่ากับ 17 GB โดยประมาณ ในขณะที่ Ubuntu ใช้เพียง 6 GB ก็เหลือแหล่แล้ว

4. Hinting ของฟ้อนต์สู้ Ubuntu ไม่ได้ เหลี่ยมกระจาย

5. บังคับโปรแกรมแอนตี้ไวรัส มันเป็นความปลอดภัยขั้นพื้นฐานล่ะครับ อันที่จริง UAC นั้นก็ช่วยได้พอสมควร แต่ตัว Security Center มันเตือนตลอด ซึ่งการแก้ปัญหาโดยการปิดระบบเตือนนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักหรอกครับ เพราะคุณประโยชน์ของมันมีเยอะกว่านั้นและไม่ควรรำคาญ และแน่นอนว่าการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส .. ก็เปลืองโปรเซสของเราอีกแล้ว

6. ซอฟท์แวร์ 3rd Party ที่เป็น 64 bit แท้ ๆ น้อยมาก ไล่มาตั้งแต่ Firefox ยาวไปจนถึงอีกมากมาย ในขณะที่ Ubuntu และ Linux อื่น ๆ มีเวอร์ชั่น 64 bit แท้ ๆ หรือทำไว้เป็นแพคเกจสำหรับ 64 bit เพียบพร้อม ทำให้การใช้งานนั้นเต็มประสิทธิภาพมากกว่า

7. Eye Candy แม้ว่า Out of Box ของ Windows 7 จะสวยกว่าลินุกซ์สาย GNOME เช่น Ubuntu แต่ต้องยอมรับว่า GTK Engine ของ GNOME นั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานสวย ๆ ได้มากกว่า ในขณะที่ Aero ของ Windows นั้นบังคับรูปแบบตายตัว เปลี่ยนได้แค่สี และได้ความใสเท่านั้น โดยรวมแล้วสำหรับคนขี้เบื่ออย่างผม ชอบ GTK+ Engine มากกว่า Aero ครับ

8. Usability ทุก ๆ หน้าต่างภายใต้การควบคุมของ gtk2-engines จะมีตัวเลือกให้แสดงหน้าต่างบนสุดเสมอทุกหน้าต่าง ไม่จำเป็นว่าโปรแกรมจะต้องมีฟังก์ชั่นนั้น ข้อดีคือทำให้การทำงานสะดวกมากกว่า ในกรณีที่ต้องสลับหน้าต่างเสมอ

โดยรวมแล้วข้อไม่ประทับใจ มีทั้งส่วนที่เป็นจุดด้อย และจุดที่เป็นความเคยชิน ยังไงซะข้อดีมันก็มีมากพอ ๆ กัน (หรือเผลอ ๆ จะมากกว่า) ตอนนี้ก็ใช้ได้ทั้งสองระบบโดยไม่ตะขิดตะขวงใจแล้วครับ เพราะว่าทั้ง Ubuntu และ Windows ของผมถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทุกอย่างแล้ว (รวมถึงฟ้อนต์ด้วย หุหุหุ)