Getdeb เค้าแคร์เราด้วยแฮะ ?

ณ วันนี้ ก่อน Finale Release จะออก Getdeb.net เค้าก็เกิดห่วงใยว่าสุขภาพซอฟท์แวร์ และเสถียรภาพของสุขภาพ Ubuntu ของเราจะย่ำแย่ พี่แกเลยเมล์มาเตือนว่ากรุณาติดตั้งใหม่ไปเลย อย่าอัพเกรดนะจ๊ะ เนื่องจากซอฟท์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาจาก Getdeb นั้นไม่ได้รับการทดสอบว่าใช้งานได้เข้าขากันดีกับเจ้าหมีโคอาล่าบ้ากามหรือเปล่า

และถ้าอยากไปหา deb สำหรับ Karmic ก็ไปที่หน้านี้ได้ beta.getdeb.net

ความสะดวกของ Getdeb ที่คนเน็ตแรง ๆ อาจมองไม่เห็นคุณค่า คือมันรวบรวมโปรแกรมต่าง ๆ พร้อมทั้งโปรแกรมพ่วง หรือปลั๊กอินที่สำคัญ เหมาะสำหรับเครื่องที่ไม่ได้ต่อเน็ต เน็ตไม่แรง หรือเอาไปติดตั้งนอกสถานที่ หรือเงื่อนไขใด ๆ ที่ไม่สามารถติดตั้งจาก Repo ได้

นี่คือเมล์ต้นฉบับ

Hello ipex,
you are receiving this email because if you have registered at http://www.getdeb.net .

As you probably already know, Ubuntu 9.10 (Karmic Koala) will be out on the 29th October. If you have *getdeb* packages installed, we strongly advise you to do a fresh install instead of upgrading. Getdeb packages were not tested with the Ubuntu official packages upgrade process.

Also we would like to inform you that since Karmic we will be providing the packages and updates using a regular software source repository. This new system/website is still under development and is available at http://beta.getdeb.net.

If you have web designer skills or just suggestions don’t hesitate to contact us, any help is appreciated.

Best Regards

The GetDeb Team

Pidgin Comeback !

** ตอนนี้ทราบแล้วว่าเป็นบั๊กของ libpurple ครับ มัน Depend กันไปมาจนต้องขายเหล้าพ่วงเบียร์ ขาย lib พ่วง Pidgin มาซะงั้น ถ้าโหลด ISO ตัว Beta มาลงจะไม่มี Pidgin แล้วครับ เพราะว่าบั๊กดังกล่าวถูกแก้ไขเรียบร้อย (และ Empathy ก็ยังผ่าน Proxy ไม่ได้เหมือนเดิม) **

pigin_club

^

^

It’s all about I want to say.

(รูปแรก Take มาจากคุณ QQ จากคลับ ที่กระทู้นี้ นะครับ)

pidgin_me2

Now Using Ubuntu Karmic (9.10)

เบื่อความเสถียรของ Jaunty เต็มที่ละ ลองหน่อยแล้วกัน จะเป็นไรไป ณ จุดนี้ อิอิอิ

ติดตั้งโดยใช้ Daily Build ของวันที่ 2 กันยายน ก็ยังอยู่ในอาณาเขตของ Alpha 4 อยู่ ทั้ง ๆ ที่ Alpha 5 ตามตารางต้องรีลีสวันนี้แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววเลย คงสาย ๆ บ่าย ๆ เลยล่ะ

บั๊กที่เห็น ๆ เลยคือ

thai_bug

อธิบายจากภาพคือ เมื่อพิมพ์วรรณยุกต์เหนือพยัญชนะใด แล้วไม่มีตัวสะกดต่อท้าย พี่ท่านจะเติม ๐ ให้ทันที ก็ไม่รู้ว่าใครไปแก้ไขอะไรเกี่ยวกับเรื่องภาษาไทยที่ต้นน้ำ ถึงเพี้ยนได้ขนาดนี้ ทำให้เกิดปัญหาสองประการ คือ พิมพ์เพลิน ๆ จะสะดุ้งว่าพิมพ์ผิด กับอีกข้อ อ่านข้อความอะไรแล้วปวดหัวมาก อ่านผิดอ่านถูก มึนตึ้บ!

สำหรับ Firefox ที่ให้มาตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 3.5 เรียบร้อยแล้ว (ถ้าใน Jaunty จะยังเป็น Shiretoko อยู่) ปัญหาที่เจอคือพอติดตั้ง Extensions ไปซักรอบสองรอบ เปิดมาอีกทีมันจะขึ้นเตือนให้รีสตาร์ทตลอดเวลา ปิดเปิดใหม่กี่ทีก็ไม่หาย ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง เลยล้างไพ่ใหม่โดยการลบโฟลเดอร์ .mozilla ใน /home ทิ้งไป ให้มันสร้าง Profile ใหม่ทั้งหมด ก็ยังไม่เจอปัญหาอะไรครับ

ใน Alpha 4 จัด Firefox มาให้ทั้ง 3.0 และ 3.5 (โดยตัว Default จะเป็น 3.5) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าปัญหาของด้านบนนั้นมันเกิดมาจาก 2 เวอร์ชั่นในถ้ำเดียวกันหรือเปล่า ก็เลยเอา 3.0 ออกเพราะยังไงก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว เหตุการณ์เลยกลับมาเป็นปกติครับผม

Empathy ที่มาแทน Pidgin เกิดอาการ Crash ปิดตัวเองไปดื้อ ๆ ไม่ได้หาทางแก้เลย เพราะติดตั้ง Pidgin ใช้เหมือนเดิมก็ได้ เรื่อง Pidgin นั้นเนื่องจาก Ubuntu ไม่เอาแน่ ๆ แล้วเลยไม่มีเวอร์ชั่นใหม่ใน Repo ถ้าอยากได้ต้องไปหาใน Launchpad เอง เป็นของทีม Pidgin เค้านั่นแหละครับ ก็ใช้งานได้ปกติ แต่จะไม่ประสานกับ Session-Indicator หรือไอ้ตัวที่ขึ้นชื่อล็อกอินด้านบนขวาแล้ว

พูดถึงด้านบนขวาที่เป็นชื่อล็อกอิน ตอนนี้ทั้ง Log Out / Shutdown กลับไปอยู่ที่ปุ่มนั้นแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปอยู่ที่เมนู System ก็ดีครับ ชินแล้วง่ะ

หน้าตาของ Boot Screen และ Login Screen แบบใหม่ ขี้เกียจบรรยายไปหามาลองเองเหอะ แต่ Login Screen และเอฟเฟคตอนเปลี่ยน Wallpaper นี่ได้ Fedora มาเต็มตัวแล้ว สวยดี เนียนขึ้น (แล้วเกรียนบางตัวก็จะบอกว่า เป็นไงล่ะ Ubuntu อะตาม Fedora ตลอด ชิส์)

มีปัญหาเรื่องฟอนต์นิดหน่อย ปกติใน Jaunty ผมจะเตรียมฟอนต์ใส่โฟลเดอร์แยกไว้ เช่น Win Mac U ติดตั้งเสร็จก็ก็อปปี้ไปวางใน /usr/share/fonts ปัญหาที่เจอคือ มันไม่สามารถตรวจสอบฟอนต์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ขึ้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ได้ และเมื่อติดตั้งทั้งยวงลงไปทีแรกก็บังเกิดปัญหากับ Firefox คือไม่สามารถแสดงผลภาษาไทยได้เลย มันจะเป็นเส้นยาว ๆ ว่างเปล่าเต็มหน้าไปหมด ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเพราะฟอนต์ตัวไหนหรืออะไร อาศัยว่าทยอยติดตั้งไปทีละตัว ทดลองไปเรื่อย ๆ จนพอที่จำเป็นต้องใช้แล้วก็หยุด ปรากฎว่าใช้ได้ดีไม่มีปัญหา จบข่าว!

ไอคอนเหมือนจะยังทำไม่เสร็จอะครับ มันมาไม่ครบ เช่น ไอคอนที่แสดงโฟลเดอร์ในเมนูบาร์ เป็นต้น ดูโล่ง ๆ ยังไงบอกไม่ถูก

จบการรายงานเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

กลับมาที่ Linux Mint อีกซักที

แต่เป็นเวอร์ชั่น 64 bit นะ .. อิอิอิ

เมื่อวานนี้ หลังการสั่งอัพเดท Karmic A2 ไปตามปกติที่ทำทุกวัน ปรากฎว่าพังพินาศครับ ล็อกอินเข้าระบบไม่ได้ คือ ล็อกอินเรียบร้อยแล้ว มันก็จะเด้งมาให้ล็อกอินใหม่อยู่นั่น ไม่รู้ว่าเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา เซ็งจัดเลยคว้าแผ่น Jaunty 9.04 เวอร์ชั่น 64 bit ลงใหม่เรียบร้อย

ลงเสร็จ คอนฟิกค่าต่าง ๆ เสร็จก็เล่นเน็ตตามปกติ เข้า Distrowatch ดั๊นนนน ไปเจอ Mint ออกเวอร์ชั่น 64 bit มาซะงั้น อดใจไม่ไหวต้องลอง ก็เพิ่งติดตั้งเสร็จเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้ (หมายถึงติดตั้ง และคินฟิกค่าต่าง ๆ จนใช้งานได้สมบูรณ์)

เรื่องความเร็วนั้นรู้สึก (ไปเอง) มานานแล้วล่ะครับว่า 64 bit มันเร็วกว่า 32 bit นิดหน่อย ส่วนเรื่องแพคเกจก็ไม่ได้มีอะไรพิสดารกว่า 32 bit มากมาย ยิ่งมาใช้ Mint ก็ยิ่งสบาย เพราะไม่ต้องลัดเลาะวิธีข่มขืนแพกเกจแบบ 32 bit ให้ลงใน 64 bit ได้ โดยเฉพาะ Flash ใน Youtube ที่ง่ายและสบายกว่าลง Ubuntu 64 bit ธรรมดา ๆ

ก็คาดว่าคงใช้ Mint 64 bit ไปเรื่อย ๆ จนกว่า Karmic จะเข้า Alpha 6 หรือ Beta ล่ะครับ ขี้เกียจลงบ่อย ๆ อะนะ อิอิอิ