Using Google Chrome

Chrome จาก Google สำหรับ Linux วันนี้ออกเวอร์ชั่น Beta แล้วนะครับ (ข่าวจาก UbuntuClub) ก็ลองดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย ถ้าใครใช้ Linux แล้วเพิ่ม Repo ของ Google Testing ไว้แล้วก็สั่งติดตั้ง google-chrome-beta ได้เลยครับ มันจะถอนตัว unstable ให้อัตโนมัติ

ที่หันมาใช้ Chrome นี่ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เป็นเทรนด์แห่งการเปลี่ยนแปลง หลังจากย้ายไปย้ายมาหลายดิสโทรแล้ว (เหลือ Mandriva) ก็ลองมาเปลี่ยน ๆ อะไรใน Ubuntu บ้าง เริ่มจากการติดตั้ง Ubuntu 9.10 APE ของ TreddyTrendy ที่เป็น 64 bit แบบโล่ง ๆ มีแต่แกนและไดร์เวอร์ที่จำเป็น หลังจากนั้นอยากได้อะไรก็ติดตั้งเอง ทีนี้ก็สะดวกเลยสิครับ

Songbird เริ่มติดแล้วครับ เปิดคู่ Firefox ซดแรมได้กระหน่ำดีแท้ ข้อเสียคือมันลากเพลงออกนอกโปรแกรมไม่ได้ เวลาจะลากใส่ GTKPod จึงต้องไปลากจาก Nautilus แทน ลำบากไม่น้อยกับเพลงที่กองไว้ในโฟลเดอร์รวมไม่ได้แยกตามอัลบั้ม เนื่องจากเวลาสั่งเปิดจาก Songbird มันไม่ยอมชี้ไปยังจุดที่ไฟล์อยู่ มันเปิดให้แค่ Nautilus อย่างเดียว หากันตาลายเลย

Google Chrome เนื่องจาก Firefox กับ Flash บน Linux นั้นมันยังไม่สมานฉัณฑ์กันอย่างที่ควรจะเป็น แฮ้งค์ทีนึงตายยกยวง แถมเรื่องกินแรมอีกอะไรอีก จึงทำให้ Chrome เหนือกว่าตรงที่มันแยกแต่ละแท็บเป็นคนละโปรเซสไปเลย ตายก็ตายแท็บเดียว หน้าอื่นไม่เกี่ยว ข้อเสียของ Chrome ก็คือ Extensions ยังไม่หลากหลายเท่า Firefox แต่ก็เยอะและพอใช้พอสมควรแล้วล่ะ อดทนอีกนิดนึงก็คงได้ (สำหรับจุดที่ยังไม่ปลื้มจริง ๆ กับ Chrome ก็คือ เปิด Manager Online เละ และไม่ยอมซูมแต่ Text มันบอกว่าจะทำให้  Layout ของเว็บเสียถ้าไม่ซูมรูปด้วย แต่การซูมรูปด้วยมันก็ทำให้ล้นหน้านะเฟ้ย .. ปัญญาอ่อนจริง ๆ)

F-Spot ก็ต่อเนื่องจากการไม่ใช้ Firefox ทำให้ไม่มีโปรแกรมหรือ Extension ใดช่วยอัพโหลดรูปภาพขึ้น Picasaweb และ Zooomr สำหรับ Picasaweb นั้น ตัว Picasa สำหรับ Linux มันใช้งานผ่าน Proxy ไม่ได้ เอ๋อสิ้นดี ฟาก Zooomr จริง ๆ ก็มี jUoload ให้ใช้ แต่ผมเกลียด JAVA ในเมื่อต้องเลือกระหว่าง JAVA กับ Mono งานนี้ไฟท์บังคับจริง ๆ ก็เอา Mono ก็ได้วะ ยังไงของมันก็กำลังจะมาอยู่แล้วนิ (Solang ก็ยังง่อยอยู่ คงได้ใช้ F-Spot ต่อไปอีกเป็นปีนั่นแหละ)

ถามว่าตัด Firefox ขาดจริง ๆ เหรอ ก็ยังเหลืองานดาวน์โหลดครับ เพราะยังต้องใช้ DownThemAll! ที่เป็น Extension ของ Firefox อยู่ มันก็ลำบากนิดหน่อยที่ต้องคอยสลับโปรแกรมไปมา แต่ถ้าใช้ Firefox อย่างเดียวมันกินแรมไม่ค่อยคืน ไม่รู้จะแก้ยังไง ก็ต้องปิดแล้วเปิดใหม่ งานสะดุดเหมือนกันอยู่ดี เลยว่าความคุ้มหรือความลำบากคงไม่ต่างกันหรอกเนอะ (ปลอบใจให้ทน ๆ ใช้ไป อิอิอิ)

I don’t use MONO anymore

ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงคือ .. มันกินแรมมหาศาล !!!

อันที่จริงข้อหากินแรมนั้นควรอัปเปหิทั้ง Gecko&Xulrunner และ Mono แต่ทว่าในรายของ Gecko กับ Xulrunner นั้นมันเปลืองแค่แรม ส่วน Mono นั้นบริโภคตะกละตะกรามทั้งแรมและ CPU ที่สำคัญที่สุดคือ ทีม Mono ของ Ubuntu นั้นนิ่งเฉยกับเหตุการณ์นี้มาก ๆ ไม่ยอมแก้ไขทั้ง ๆ ที่รายงานบั๊กไปตั้งนานแล้ว ข้ออ้างที่อาจจะนำมาใช้ว่าจะแก้ไขใน Ubuntu 10.04 นั้นคงเป็นคำตอบที่เพียงพอให้เลิกใช้ Mono ไปเลยจะง่ายกว่าไหม ?

Apps ใน Ubuntu ที่ใช้ Mono ก็ได้แก่ Tomboy, F-Spot และ Banshee (อาจจะมีเยอะกว่านี้อีกแต่ผมใช้แค่นี้) ในรายของ Banshee นั้นอาการหนักมาก ทั้งแรมและซีพียูกระจาย Tomboy ก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ ส่วน F-Spot นั้นชนะ Picasa เรื่องเดียวคือเป็น GTK+ แท้ นอกนั้นแพ้ Picasa กระจุยกระจาย ดังนั้น การล้าง Mono ทิ้งไปซะเลยก็ไม่ใช่เรื่องที่หนักหนา

เทียบกันตัวต่อตัวเลยนะครับ

+ F-Spot แทนที่ด้วย Solang เป็น C++ แนวคิดเดียวกับ F-Spot ใช้แทนกันได้

+ Tomboy แทนที่ด้วย GNote  เป็น C++ เหมือนกัน ความสามารถพื้นฐานคล้าย ๆ กัน หน้าตาก็คล้าย ๆ กัน

+ Banshee แทนที่ด้วย Songbird ครับ โปรแกรมเล่นเพลงที่เข้าเว็บได้สไตล์ Firefox แม้จะเปลืองแรมแบบ Double แต่เรื่องซีพียูไม่มีปัญหา

ก็เบาลงไปเยอะครับเรื่อง CPU ส่วนแรมนั้นช่างมันเหอะ มีตั้ง 3 GiB ใช้ให้มัน Full Load บ้างจะเป็นไรไป

เครื่องมือที่ Ubuntu จัดให้แต่ไม่ได้ใช้

ลางเนื้อชอบลางยา และอาจจะเป็นธรรมชาติของคนแต่ละประเทศ ที่วัฒนธรรม ความชอบ ทัศนคติต่างกัน และที่สำคัญ Ubuntu นั้นคนทำเค้าเป็นฝรั่งเมืองผู้ดี ที่ไม่ใช่หัวดำ ตาน้ำตาลแบบคนไทย เลยอาจจะมีอะไรที่เค้าใช้ และเราไม่ใช้มาให้บ้าง ก็ทำไงได้ เราอารยะขัดขืนได้โดยไม่ผิดกติกาอยู่แล้ว

– Evolution ไม่เคยใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมถึงสมัยใช้ Windows ก็ไม่เคยใช้ Outlook ด้วย ตอนเรียนก็ไม่ได้เน้นเรื่องรับส่งอีเมล์มากมาย ทำงานก็ใช้ Lotus Note และผมมีความคิดว่าเอามันไว้ในเว็บนั่นแหละดีแล้ว ย้ายเครื่อง ย้ายที่ก็สบาย ๆ เลยใช้ Gmail มาตลอด

– Empathy IM Chat ของใหม่จาก GNOME ที่ Ubuntu หยิบเข้ามาซักที ไม่ใช้เพราะมันมีบั๊คกับ Proxy และหน้าตาเรียบง่ายเกิน ที่สำคัญคือ ผมใช้เฉพาะโปรโตคอล MSN ดังนั้นหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานลูกเล่น MSN ได้มากที่สุดดีกว่า เลยมาลงตัวที่ Emesene

– F-Spot ใช้บ้าง (ในช่วงหลัง ๆ) ข้อเสียเป้ง ๆ เลยคือ อิมพอร์ตรูปช้ามาก และไม่มีฟังก์ชั่นแก้ไขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้อดีคือ Upload ไปยังเว็บแชร์รูปดัง ๆ อย่าง Picasaweb, Flickr, Smugmug และอื่น ๆ ได้ (แค่นี้แหละที่ว่าดี) ส่วนที่เหนือกว่า Picasa อยู่จุดเดียวคือ มันจัดการ Tags ได้ ในขณะที่ Picasa เวอร์ชั่น Desktop ก็ยังงี่เง่าจัดการเป็นอัลบั้มอยู่นั่นแหละ

– Totem (Movie Player) ข้อเสียคือมัน Simple เกินไป มีความเป็น GNOME เต็มเปี่ยม คือ “ขาด” ความสุนทรี เช่น ปรับหน้าจอเป็น 16:10 ไม่ได้ เมนูคลิกขวาไม่สามารถจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับ Player ได้ คือ มันสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย แต่สำหรับการดูหนัง ดูคลิป ที่ให้ความสุขที่แท้จริง แนะนำโปรแกรมอื่น ๆ ดีกว่า เช่น VLC หรือ SMplayer เป็นต้น

– Rhythmbox อันที่จริงมันเพียงพอ และเหมือน iTunes แทบจะที่สุด (ถ้าไม่นับ Songbird) แต่ข้อเสียมันเหมือน iPod มาก ๆ เลย คือ “เสียง Flat” และ “ไม่เพราะ” อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว อันที่จริงมันมี EQ เป็นปลั๊กอินที่ต้องติดตั้งเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น เช่น Banshee, Amarok หรือ Exaile แล้วมันไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม .. เลยใช้ Banshee แทน หน้าตาคล้าย ๆ กัน บางฟังก์ชั่นก็ง่อยกว่า แต่รักจะใช้ และที่สำคัญ “หน้าตามัน Professional ดี”

– Ubuntu One อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ฝากไฟล์อะไรหรอกครับ ยิ่งด้วยจุดมุ่งหมายของ Ubuntu One ที่เหมือน Dropbox แล้วด้วยยิ่งไม่ได้ใช้ คือ ผมหิ้วโน็ตบุ๊คไปไหนมาไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่มีไม่นานมานี้เกิดกรณีอยากจะฝากไฟล์ไว้ในโฮสต์ซักที่นึงให้เพื่อน ๆ เข้าไปโหลด พอดีว่าไฟล์มันเล็กมากไม่กี่กิโลไบรต์ เลยนึกถึงบริการแนวนี้ Ubuntu One ยังไม่เวิร์ก เพราะมันยังทำไม่เสร็จด้วย และเรื่องการแชร์แบบ Public นั้น Dropbox ยังทำได้ดีกว่า ที่สำคัญ Dropbox ใช้งานผ่าน Proxy ได้ แต่ Ubuntu One ทำไม่ได้ (ทำไมไม่เชื่อมเข้ากับ Network Proxy ของระบบ ไม่เข้าใจ) ดังนั้นเลยต้อง Dropbox เท่านั้น ณ จุดนี้

– Transmission โปรแกรม Bittorent Client ที่หน้าตาเรียบ (เหมือนคนดั้งแหมบ) ก่อนหน้านี้ใช้ Deluge แทน เนื่องจากหน้าตามันดูดีกว่า และบอกรายละเอียดได้ดี (หลับตาแล้วนึกถึง BitComet) แต่ตอนนี้ไม่ใช้อะไรทั้งนั้นครับ เนื่องจากไปวีนคนเช่าหอเรื่องโหลดบิตจนเน็ตล่ม ดังนั้นผมเลยต้องเลิกโหลดไปโดยปริยาย ก็ไม่เป็นไร ฝากพี่ที่ทำงานโหลดได้ครับ บ้านเค้าเน็ต 8 M และเร็วมาก (สงสัยอยู่ใกล้ชุมสาย)

(เกือบทั้งหมด อ้างอิงจาก ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Ubuntu 9.10 อ่านแล้วก็ขำดี)