เมื่อกลับมาใช้ Mail Client บน Desktop อีกครั้ง

ชาว Ubuntu Desktop ที่ใช้เวอร์ชั่น 10.10 ขึ้นไป คงจะคุ้นกับไอคอนรูปจดหมาย หรือชื่อที่เป็นทางการก็คือ Messaging Indicator ที่คลิกมาจะเจอตุ่มหลาย ๆ แบบที่ผนวกเอา Social Network ต่าง ๆ เข้ามา โดยพื้นฐานก็จะมี Empathy เป็น Instant messaging, Gwibber เป็น Social network Client และ Evolution ที่เป็น E-mail client โดยทั้งสามโปรแกรมเป็นโปรแกรมมาตรฐานที่มากับ Ubuntu อยู่แล้ว

โดยปกติผมจะใช้ E-mail client บนเว็บ ก็ลากทุกสิ่งอย่างมาไว้ใน Gmail ทั้งหมด พอข้ามมาใช้ Ubuntu 11.04 ซึ่ง Messaging indicator ไม่เอ๋อเหมือนใน 10.10 แล้ว จึงอยากใช้งานเจ้าตุ่มแจ้งเตือนนี้ให้เต็มรูปแบบ จึง Sign-in ใช้งานทั้งหมด แน่นอนว่าก็ต้องใช้เจ้า Evolution จนได้

ความประทับใจที่มีต่อ Evoluion ก็คือ .. ไม่มี!! (นอกจากที่มันแจ้งเตือนเมล์ผ่าน Messaging icon ก็เท่านั้น) เพราะมันหนืด ๆ อาจจะรู้สึกไปเองหรืออย่างไร ก็เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไร

ต่อมา มาอ่านข่าวโครงการ ThunderBird จะถูกยุบรวมเข้าไปอยู่กับ Mozilla Foundation จึงกลับมาสนใจ ThunderBird อีกครั้ง เห็นหลาย ๆ คอมเม้นต์ในนั้นชื่นชมในความเรียบง่าย และเร็ว เลยขอลองดูหน่อย ก็พบว่ามันเร็วกว่า Evolution แต่เรื่องความสามารถในการปรับแต่งอาจจะเป็นรอง ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะมันมี Extensions แบบ Firefox นั่นล่ะ สามารถเสริมเติมแต่งความสามารถกันได้

คิดว่าข้อดีของการใช้ E-mail client บน Desktop ก็คือลดภาระของ Browser แยกกันไปเลยให้ชัด ในกรณีที่ใช้ Browser เก่า ๆ ก็คือ ถ้ามันหนักหนาอะไร อย่างน้อยก็จะไม่เป็นสาเหตุให้พังทั้งหมด ส่วนใน Browser ใหม่ ๆ ก็คือ ไม่รกนั่นเอง!! ส่วนอีกกรณีก็คือ มันน่าจะมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับการพิมพ์บน Desktop App มากกว่าการพิมพ์ใน Text Area บน Browser ซึ่งก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าพิมพ์งานบน Desktop มันกดอะไร ทำอะไรได้มากกว่าบน Browser อยู่แล้ว

ก็ลองใช้ดูครับ ชอบมันเด้งเตือนเมล์ และสำหรับ ThunderBird ก็เปิดเมล์และรูปเร็วดีมาก Evolution เทียบไม่ติด สำหรับผมที่ไม่ค่อยได้ใช้อะไรมากมาย ก็คงจะใช้ ThunderBird แทน Evolution ไปก่อนละกันนะครับ

เครื่องมือที่ Ubuntu จัดให้แต่ไม่ได้ใช้

ลางเนื้อชอบลางยา และอาจจะเป็นธรรมชาติของคนแต่ละประเทศ ที่วัฒนธรรม ความชอบ ทัศนคติต่างกัน และที่สำคัญ Ubuntu นั้นคนทำเค้าเป็นฝรั่งเมืองผู้ดี ที่ไม่ใช่หัวดำ ตาน้ำตาลแบบคนไทย เลยอาจจะมีอะไรที่เค้าใช้ และเราไม่ใช้มาให้บ้าง ก็ทำไงได้ เราอารยะขัดขืนได้โดยไม่ผิดกติกาอยู่แล้ว

– Evolution ไม่เคยใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมถึงสมัยใช้ Windows ก็ไม่เคยใช้ Outlook ด้วย ตอนเรียนก็ไม่ได้เน้นเรื่องรับส่งอีเมล์มากมาย ทำงานก็ใช้ Lotus Note และผมมีความคิดว่าเอามันไว้ในเว็บนั่นแหละดีแล้ว ย้ายเครื่อง ย้ายที่ก็สบาย ๆ เลยใช้ Gmail มาตลอด

– Empathy IM Chat ของใหม่จาก GNOME ที่ Ubuntu หยิบเข้ามาซักที ไม่ใช้เพราะมันมีบั๊คกับ Proxy และหน้าตาเรียบง่ายเกิน ที่สำคัญคือ ผมใช้เฉพาะโปรโตคอล MSN ดังนั้นหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานลูกเล่น MSN ได้มากที่สุดดีกว่า เลยมาลงตัวที่ Emesene

– F-Spot ใช้บ้าง (ในช่วงหลัง ๆ) ข้อเสียเป้ง ๆ เลยคือ อิมพอร์ตรูปช้ามาก และไม่มีฟังก์ชั่นแก้ไขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้อดีคือ Upload ไปยังเว็บแชร์รูปดัง ๆ อย่าง Picasaweb, Flickr, Smugmug และอื่น ๆ ได้ (แค่นี้แหละที่ว่าดี) ส่วนที่เหนือกว่า Picasa อยู่จุดเดียวคือ มันจัดการ Tags ได้ ในขณะที่ Picasa เวอร์ชั่น Desktop ก็ยังงี่เง่าจัดการเป็นอัลบั้มอยู่นั่นแหละ

– Totem (Movie Player) ข้อเสียคือมัน Simple เกินไป มีความเป็น GNOME เต็มเปี่ยม คือ “ขาด” ความสุนทรี เช่น ปรับหน้าจอเป็น 16:10 ไม่ได้ เมนูคลิกขวาไม่สามารถจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับ Player ได้ คือ มันสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย แต่สำหรับการดูหนัง ดูคลิป ที่ให้ความสุขที่แท้จริง แนะนำโปรแกรมอื่น ๆ ดีกว่า เช่น VLC หรือ SMplayer เป็นต้น

– Rhythmbox อันที่จริงมันเพียงพอ และเหมือน iTunes แทบจะที่สุด (ถ้าไม่นับ Songbird) แต่ข้อเสียมันเหมือน iPod มาก ๆ เลย คือ “เสียง Flat” และ “ไม่เพราะ” อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว อันที่จริงมันมี EQ เป็นปลั๊กอินที่ต้องติดตั้งเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น เช่น Banshee, Amarok หรือ Exaile แล้วมันไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม .. เลยใช้ Banshee แทน หน้าตาคล้าย ๆ กัน บางฟังก์ชั่นก็ง่อยกว่า แต่รักจะใช้ และที่สำคัญ “หน้าตามัน Professional ดี”

– Ubuntu One อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ฝากไฟล์อะไรหรอกครับ ยิ่งด้วยจุดมุ่งหมายของ Ubuntu One ที่เหมือน Dropbox แล้วด้วยยิ่งไม่ได้ใช้ คือ ผมหิ้วโน็ตบุ๊คไปไหนมาไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่มีไม่นานมานี้เกิดกรณีอยากจะฝากไฟล์ไว้ในโฮสต์ซักที่นึงให้เพื่อน ๆ เข้าไปโหลด พอดีว่าไฟล์มันเล็กมากไม่กี่กิโลไบรต์ เลยนึกถึงบริการแนวนี้ Ubuntu One ยังไม่เวิร์ก เพราะมันยังทำไม่เสร็จด้วย และเรื่องการแชร์แบบ Public นั้น Dropbox ยังทำได้ดีกว่า ที่สำคัญ Dropbox ใช้งานผ่าน Proxy ได้ แต่ Ubuntu One ทำไม่ได้ (ทำไมไม่เชื่อมเข้ากับ Network Proxy ของระบบ ไม่เข้าใจ) ดังนั้นเลยต้อง Dropbox เท่านั้น ณ จุดนี้

– Transmission โปรแกรม Bittorent Client ที่หน้าตาเรียบ (เหมือนคนดั้งแหมบ) ก่อนหน้านี้ใช้ Deluge แทน เนื่องจากหน้าตามันดูดีกว่า และบอกรายละเอียดได้ดี (หลับตาแล้วนึกถึง BitComet) แต่ตอนนี้ไม่ใช้อะไรทั้งนั้นครับ เนื่องจากไปวีนคนเช่าหอเรื่องโหลดบิตจนเน็ตล่ม ดังนั้นผมเลยต้องเลิกโหลดไปโดยปริยาย ก็ไม่เป็นไร ฝากพี่ที่ทำงานโหลดได้ครับ บ้านเค้าเน็ต 8 M และเร็วมาก (สงสัยอยู่ใกล้ชุมสาย)

(เกือบทั้งหมด อ้างอิงจาก ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Ubuntu 9.10 อ่านแล้วก็ขำดี)