[จาก Distrowatch Weekly] Kubuntu คือลูกเมียน้อย ?

อ่านเจอคำถามและคำตอบ จากคนใช้ Kubuntu และจาก Distrowatch น่าสนใจดีครับ ลองไปอ่านดู

คนถามเค้าถามประมาณว่าทำไม Kubuntu เป็นดิสโทร KDE ที่ง่อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับ openSUSE หรือMandriva ประมาณว่าลูกเมียน้อย ทีม Ubuntu ไม่ได้เหลียวแล หรืออะไรเลยเหรอ .. ทำไมมันช่างง่อยขนาดนี้

คนที่ตอบจาก Distrowatch เค้าก็ออกตัวแรงเลยว่าไม่ได้ใช้ Kubuntu เลยตอบไม่ได้หรอกว่าทำไมมันถึงง่อย (แหงล่ะ ถามจริง ๆ คนใช้ KDE คนไหนบ้างที่ทน Kubuntu ได้ ขนาด openSUSE ดิสโทรที่ได้รางวัล KDE ที่ดีที่สุดยังง่อยคามือผมมาแล้วเลย) เค้าก็ตอบแบบกว้าง ๆ หว่านแหไป อะไรไป

สรุปให้สั้นก็คือ ต้องเข้าใจว่า Kubuntu เริ่มต้นมาจากชุมชน และการดูแลของ Canonical นั้นก็แค่ให้ใช้ชื่อและอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้าเท่านั้น แต่กับทีมพัฒนาแล้วมันต่างกัน ทีมที่ได้ค่าแรงก็ทำกันแต่ Ubuntu ซึ่งเป็น GNOME Base ส่วนทีม KDE นั้นทำด้วยใจ และการเปลี่ยนแปลงของ KDE จากเวอร์ชั่น 3 มาเป็น 4 มันก็กินเวลาตั้งนานนมกว่าจะเข้าที่ (ตอนนี้ผมว่ายังไม่เวิร์กเท่าที่ควรเลยนะ) ดังนั้นมันก็ไม่แปลกที่จะเอ๋อบ้างอะไรบ้าง ก็ว่ากันไป

ถ้าถามความเห็นผมก็คงคล้ายกับที่ Distrowatch ตอบ .. ก็ Ubuntu เป็นดิสโทรที่ไม่เหมือนใครนี่ครับ ดิสโทรใหญ่ ๆ ทั้ง Fedora, openSUSE และ Mandriva นั้นเลือกที่จะรองรับ DE ที่หลากหลาย แต่ Ubuntu นั้นเลือก GNOME อย่างเดียว เมื่อมีคนอยากใช้ KDE ก็ไปทำกันเอง เข้าท่าก็มาเอาเครื่องหมายทางการค้าไปใช้ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่เป้าหมายของ Ubuntu ดังนั้นก็ตัวใครตัวมัน เห็นได้จาก Ubuntu เน้นแผ่น CD แผ่นเดียวเสมอ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ CD เพียงแผ่นเดียวจะบรรจุ DE มาให้เลือกได้มากกว่า 1 อยู่แล้ว

ถ้าอยากใช้ KDE จริง ๆ ผมว่าอย่ามายุ่งกับ Ubuntu เลยครับ ใช้ openSUSE หรือ Mandriva จะดีกว่า Kubuntu นั้นปล่อยให้มันอยู่เพื่อแสดงฐานะ “เป็น Ubuntu แบบ KDE” ก็พอ อย่าไปยุ่งกับมันเลย ได้ไม่คุ้มเสียหรอก เชื่อผมสิ

Charming of Linux

เปิด Distrowatch มาดูเล่น ๆ วันนี้ อืม.. ลินุกซ์นี่มันเยอะได้ใจจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เคอร์เนลก็มีอยู่หนึ่งเดียวแต่ก็แตกไลน์ออกไปได้มากมายมหาศาล แ(ที่สำคัญโลโก้ และหน้าตาสวย ๆ ทั้งนั้น) สิ่งที่สำคัญของลินุกซ์ ก็คือความเสรี เสรีที่จะปรับแต่งระบบปฏิบัติการเพื่อตัวเอง ให้ได้ตรงความต้องการของตัวเองมากที่สุด นั่นคือหัวใจหลัก ๆ ของเคอร์เนลลินุซ์เลยล่ะ

ปัญหาคือ คนใช้คอมพิวเตอร์ไม่ได้รู้ภาษาคอมพิวเตอร์กันทุกคน หรือแม้กระทั่งรู้แต่ก็ไม่ได้สามารถจะแก้ไข ปรับปรุง หรือสร้างมันขึ้นมาให้ตรงกับความต้องการได้ เลยมีกลุ่มนักพัฒนากลุ่มนึงที่ใช้เวลาว่าง หรือเวลาไม่ว่าง และใจรัก มารวมสมัครพรรคพวก สร้าง Distro ต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งต่างก็ตั้งธงชัยเอาไว้ว่าต้องการให้ใช้ง่ายที่สุด ตรงกับความต้องการที่สุด (แต่กับใคร หรือคนกลุ่มไหนก็ว่าไป) ดังนั้น อิสระของผู้ใช้ธรรมดา ๆ อย่างเราก็คือ เลือก Distro ที่เราใช้แล้วเข้าท่าที่สุด ดังนั้นจึงไม่ได้หมายความว่า จะมีเพียง Distro เดียวที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่ละคนมีหน้าที่ หรือควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง แล้วจะเลือกจากที่ไหน สำหรับผมก็ Google, DistroWatch และบล็อกต่าง ๆ ของคนไทยที่ใช้ลินุกซ์

เสน่ห์ของลินุกซ์ ในที่นี้คือ ความหลากหลาย (ที่ตอนแรกผมมองว่ามันไม่ Unique หรือไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว) แต่ ณ ตอนนี้ ปัญหาเดียวของลินุกซ์คือเรื่องไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ซะมากกว่า นอกนั้นปัญหาอื่นมันเป็นเรื่องเล็ก ซึ่งส่วนมากจะเป็นปัญหาเรื่องความเคยชินกันทั้งนั้น

ความหลากหลายของลินุกซ์ที่ทำให้มันเป็นเสน่ห์ คือ เรามีสิทธิ์เลือกมากกว่าใช้ระบบปฎิบัติการอื่น ตัวอย่างเช่น หากไม่พอใจใน Windows Vista ก็ต้องกลับมาใช้ Windows XP ซึ่งหมายความว่ากลับมาใช้เทคโนโลยีเก่า OSX ของ Mac ก็เช่นเดียวกัน แต่ในกรณีของลินุกซ์ หากไม่พอใจ Ubuntu 8.10 คุณสามารถกลับไปใช้ Ubuntu 8.04 หรือจะไปใช้ Distro อื่น ๆ เช่น openSUSE 11.1 หรือ Fedora 10 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับเดียวกันได้ และสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทุกระบบปฏิบัติการคือ หากไม่พอใจเทคโนโลยีที่ถูกยัดเยียดมาให้ ก็สามารถไปเอาตัวเคอร์เนลมาคอมไพล์เองได้เลย (แต่ใครจะท๊ำ ไหวกันเรอะ อิอิอิ) ทางเลือกไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นหรอกครับ สำหรับเคอร์เนลใหม่ ๆ นั้นแต่ละ Distro เค้าก็จะมีตัวที่ Build ออกมาเรื่อย ๆ เราสามารถลัดเลาะเอามาใช้ได้ เสถียรหรือเปล่าก็ว่ากันไป ว่าไปแล้วข้อดีของลินุกซ์อีกข้อนึงก็คือ แม้ว่าคุณจะชอบระบบปฏิบัติการที่เสถียร หรือชอบลองเทคโนโลยีใหม่สดตลอดเวลา ลินุกซ์ก็สามารถ handle มันได้ …

ใครอ่านแล้วจับใจความได้บ้างครับว่าเสน่ห์ของลินุกซ์ที่ผมมองเห็นนั้นคืออะไร (เวลาสอบถ้าตอบอย่างนี้สงสัยจะคะแนนไม่ดี) หรือใครไม่ได้มองว่ามันเป็นเสน่ห์ แต่เป็นขนมก็ไม่ได้ว่ากัน เพราะถนนมีหลายสาย หากแออัดแย่งกันวิ่งอยู่สายเดียวรถติดตาย ไม่ต้องถึงที่หมายกันพอดี เพราะฉะนั้นใครสะดวกทางไหน เชิญเลยตามสบายครับ 555+

Linux Mint แรงได้ใจ

หลัง ๆ มานี้ไม่ค่อยได้เข้าไปเยี่ยมเยียน Distrowatch เลย บอกกันซักนิดว่า สำหรับ Distrowath ก็คือเวบที่รวบรวมข่าวสารการพัฒนาของสารพัด Linux ทุกสายพันธุ์ ที่ด้านขวาของหน้าโฮมเพจ จะมีตารางจัดอันดับความฮิตของแต่ละดิสโทร โดยนับจากจำนวนคลิกเข้าไปชมภายในเวบของ Distrowatch เอง และผลจากการเก็บข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เวลาประมาณ 21:30 น. คือ

มองเห็นกันมั๊ยเนี่ย จับภาพมาให้ 20 อันดับครับ ที่ 1 นั้น Ubuntu นอนมาอย่างไม่ต้องสงสัย อันที่จริงใครออก Distribution ใหม่ ๆ มามักจะได้เปรียบ อันดับ 2 ที่ OpenSUSE ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรตามประสา Novell ที่เข้มแข็งในตลาดนี้อยู่แล้ว (สวย ใช้ง่าย รากฐานดี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) แต่อันดับ 3 นี่สิ ขนลุกเลย…

น้องมินต์ (Linux Mint) ของเรานี่เอง 555+ มาเปรี้ยวมะนาวเชอร์เบทมั่ก ๆ เรียกได้ว่าถ้าไม่นับ Ubuntu ที่ไปโขก Dedian ออกมาจนโด่งดัง ก็ต้อง Mint เลยที่สร้าง Ubuntu ในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมาได้จนติดอับดับความนิยมได้ขนาดนี้ (เรื่องของเรื่องคือ PCLinuxOS ชะงักการพัฒนาไปอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย) จุดประสงค์ของ Mint คือสร้าง Linux ให้ตอบสนองง่าย ๆ อิสระในความชิล ๆ ไม่ใช่อิสระในแนวทางของ OpenSource คำว่า OpenSource นั้นเหนือกว่าฟรี เพราะต้องสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขทุกอย่างได้ตามใจ (Ubuntu เองก็ไม่ได้ใช้แพกเกจที่ OpenSource เต็มรูปแบบ) แต่สำหรับ Mint ผมต่อให้คนใช้ Windows มาจับแล้วเล่นนั่นเล่นนี้ได้เลย เผลอ ๆ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันไม่ใช่ Windows นะ (เพื่อนผมโดนมาแล้ว มันมารู้ว่าไม่ใช่ Windows ตอนหา MSN Messenger ไม่เจอนั่นแหละ 555+)

แล้วตอนนี้เป็กซ์ใช้อะไรล่ะ ตอบว่า..ตอนนี้ใช้ Ubuntu ธรรมด๊า ธรรมดาครับ แอบเอาหน้าตาของ UbuntuStudio มาแปะไว้หน่อย ให้จอดำ ๆ ประหยัดพลังงาน แล้วอยากใช้อะไรก็ติดตั้งเอง ซึ่งสำหรับความง่ายแล้ว Linux Mint กินขาดกระจุย แต่ถ้าใช้ไป ๆ ๆ ๆ จนเชี่ยวแล้วจะรู้ว่าเราสามารถ Build Ubuntu ตัวธรรมดาให้เทพกว่า Mint ก็เป็นได้ ดังนั้น ลงตัวธรรมดาดีกว่า (เคยคิดจะ port ไป Debian ด้วย แต่ขี้เกียจจำคำสั่งใน Terminal ใหม่ เพราะมันไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว) ไม่งั้นก็ไปใช้ OpenSUSE หรือ Mandriva หรือ Fedora ตามเรื่องตามราว (พูดก็พูดเหอะ ข้อได้เปรียบของ Ubuntu คือมันไม่มีเวอร์ชั่นขาย ไม่เหมือนดิสโทรใหญ่ ๆ ที่มีทั้งขาย มีทั้งฟรี จึงมีการแทงกั๊ก ตัวฟรีไม่ให้มาเต็มที่ ผิดกับ Ubuntu ที่ยัดตู้มมาม้วนเดียวจอด ไม่กั๊ก ไม่หวงของ สบายเราสิ อิอิอิ)

(20 อันดับที่คัดมา เคยใช้แค่ 7 ตัวเอง น้อยเนอะ !)