มันอะไรก๊านนนนน เรื่อง Apple เนี่ย

ที่ Blognone เค้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (กันใหญ่โต) อ่านไปแล้วก็ปลง เรื่อง Apple นี่มันศาสนา กับการเมืองจริง ๆ พูดกลางวงเหล้านี่ตายห่ากันได้ง่าย ๆ เลยนะเนี่ย ไม่คุ้มเสียเลย

ถ้าประเทศไทย เป็นประเทศที่ใช้ OS ลิขสิทธิ์เสียส่วนมาก คงจะไม่มีคนที่อคติกับสินค้า Apple สูงขนาดนี้ เพราะราคามันก็ขึ้นมาสูสีกันอยู่ดี

ข้างบนนั้นคือประเด็นที่ 1 ประเด็นต่อมาคือเรื่องการตลาดของ Apple บริษัทนี้ไม่ได้ทำตลาดขนาดมหภาค (แม้มันจะขายไปเกือบทั่วโลก แต่ไม่ได้ขายทุกคนบนโลก) การเลือกที่จะปิดทุกอย่างเท่าที่จะเป็นได้ และวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มีความต่าง แน่นอนว่าในหมู่คนซัก 100 คน คงไม่สวามิภักดิ์กับ Apple ทั้ง 100 คนแน่ ๆ ขึ้นอยู่กับทัศนคติ และประสบการณ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไป

Apple มีทั้งดีไซน์ มีทั้ง OSX ที่ปัจจุบันใคร ๆ ก็พยายามเปลี่ยน OS ของตัวเองให้เป็นไปตามแนวทางนั้น (ใคร ๆ ในที่นี้หมายถึง MS และ Distro ต่าง ๆ เช่น Ubuntu) มีทั้งภาพลักษณ์ที่ดูดี ดูเหนือกว่า ชื่อเสียง ความภูมิใจของคนที่ได้หอบหิ้ว …

การวิพากษ์วิจารณ์นั้นเกิดขึ้นได้ แต่ก่อนอื่นคงต้องเข้าใจ Apple เยอะ ๆ เสียก่อน การวิจารณ์ควรเป็นลักษณะ “บอกตัวเอง” คือ บอกตัวเองว่าที่ฉันไม่ซื้อเพราะอะไร อย่าเขียน หรือพูดลักษณะว่า คนอื่นไม่ควรซื้อเพราะ… เรื่องอย่างนี้ชักนำกันไม่ได้ และไม่เหมาะครับ

ขี้เกียจไปบ่นในนั้น เพราะแค่นี้กระทู้ก็ร้อนรนพอแล้ว ขอระบายความเซ็งในนี้นิดหน่อย เพราะอนาคตถ้าสอย Apple เช่น Macbook มา คงต้องตอบคำถาม และคงต้องเจอสายตาอะไรหลาย ๆ อย่าง (เพื่อนร่วมงาน (บางคน) ก็ประมาณว่า เมิงเด็กกว่าอย่าเจือกได้ดีกว่าตู .. เซ็งเป็ด)

อ้างอิง : http://www.blognone.com/node/10255

อุ๊ย! มันมาแล้ว Apple Store Thailand !

ในที่สุด อิอิอิ

เปิดกันอย่างเป็นทางการแล้ว (มั้ง..เชิญคลิก) กับ Apple Store Thailand หลังจากได้ฤกษ์งามยามดี ยัดภาษาไทยลง iPod (บางรุ่น) เป็นที่เรียบร้อย ก็เลยเปิด Store ขายตรงกันซะ งานนี้ราคาขายก็ประมาณเดียวกับพวก iStudio ล่ะครับ มีบางอย่างที่ถูกกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก การสั่งซื้อใช้เวลา 1-2 วันทำการในการจัดส่ง

ทดลองสมัครและสั่งซื้อสินค้าแล้วครับ ปรากฎว่าก็เหมือน ๆ กับการสั่งซื้อสินค้าผ่านเน็ตจากต่างประเทศทั่วไป คือตัดผ่านบัตรเครดิต หรือจะจ่ายทาง Pay Pal ก็ได้ แนะนำว่าท่านไหนไม่มีบัตรเครดิต แต่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกสิกรไทย หรือไม่มีก็ไปเปิดได้ สามารถเปิดใช้บริการ K-Web Shopping Card ได้ครับ รายละเอียดอ่านตามลิ้งค์นี้ สรุปคร่าว ๆ คือต้องสมัคร K-Cyber Banking ก่อน แล้วสามารถสมัครเวบการ์ด เพื่อให้ได้หมายเลขที่สามารถนำไปสมัครเวบที่ต้องใช้บัตรเครดิตได้ โดยการหักเงินจะหักจากบัญชีเงินฝากโดยตรง ประมาณนี้ (กระผมเองก็เปิดบัญชีแล้วครับ แต่ยังไม่สมัคร)

โดยรวมแล้วถามว่าน่าตื่นเต้นไหม ก็คงต้องตอบว่าหลัก ๆ คงสะใจคนใช้แมคที่ไม่ต้องทนกะ Dealer กร่าง ๆ ในบ้านเราอีกต่อไป ตัวจริงเสียงจริงเค้ามาแล้วจะได้ลดความโก๊ะลงไปได้บ้าง ส่วน iTunes Store ในส่วนขายเพลงคงไม่ตามมาในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็คงอีกไม่นานเกินรอล่ะมั้งครับ (ส่วน iPhone นี่คนละเรื่องกันนะ อันนี้ขึ้นอยู่กับ AIS / DTAC หรือ True เค้า Apple Store ไม่มีเอี่ยวแต่ประการใด)

ที่มา : Blognone / Freemac.net

เรื่อง Apple VS Microsoft มันไม่มีตอนจบจริง ๆ

ไปอ่านกันเองน๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

แอบสงสัยนิดเดียว iTunes Store ผู้โด่งดังยังต้องยอม Port โปรแกรมของตัวเองมาไว้บน Windows หรือ Microsoft ก็ยังมี Mac Business ที่เป็นแผนกเดียวใน MS ที่ พนง. หิ้วสินค้าตระกูล Macbook เข้าไปใช้ทำงาน แล้ว .. แล้ว .. แล้ว ..

สาวกจะมากัดกันทำม๊ายยยยยยยยยยยยย

Let’s Rock สวยกระจาย …

ก่อนจะไปว่าเรื่องมันส์ ๆ WordPress อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่อีกแล้ว… ถี่จริง ๆ ช่วงนี้ ใครยังไม่อัพก็อัพกันซะนะครับ ไม่มีการยุ่งกับ Database แต่ประการใด ก็ปลอดภัยขึ้นมาอีกกระจึ๋งนึง

ipod-nano-chromatic

เป็นไงล่ะครับ งามพักต์ อิอิอิ (พี่เนไม่คล้อยตามแน่ ๆ เลย 555+) ในที่สุด Apple ก็เจอทางสว่างซักที ว่า iPod Nano อ้วน (ดำ) เตี้ย มันไม่เวิร์กอย่างแรง แถมรอบนี้ส่งสารพัดสีลูกกวาดมาแบบว่า กะฆ่า MP3 ยี่ห้ออื่นให้ตายสนิท และที่สำคัญ (สำหรับคนไทยมาก ๆ) คือเจ้าลูกกวาดแก๊งนี้อ่านไทยได้แล้วนะคร๊าบบบ ว๊าว! (ไม่มีผลกะผมแฮะ เพราะฟังแต่เพลงสากล อิอิอิ)

สำหรับตัวนี้ที่ชอบอีกอย่างนึงคือ ตามรูปเลยครับ มันแสดงปกอัลบั้มได้เต็มจอแล้ว ไม่ต้องแบ่งครึ่งนึงให้เมนู ก็เข้าท่าดี แล้วก็ (น่าจะ) Auto Rotate ได้คล้าย ๆ iPhone และ iPod Touch แล้วนะ เขย่าเปลี่ยนเพลงก็ได้ (ชอบใช้มาก ๆ ตอนใช้ Sony Ericsson เขย่าตอนเดินห้าง หรือเดินตามท้องถนนนี่เท่ห์ชะมัด อิอิอิ) อัดเสียงได้แต่ต้องซื้อหูฟังแยกขายต่างหาก (ให้สาวกเค้าจัดไปแล้วกัน) งานนี้คนที่รังเกียจการ Sync ก็ยังคง Say No ใส่เจ้าตัวนี้ต่อไป (ผมก็ไม่ชอบ Sync นะ ชอบลากไปวางแบบง่าย ๆ แต่ปกติใช้ iTunes อยู่แล้วเลยเฉย ๆ)

นอกจาก Nano แล้ว อีกตัวที่ลือกันมานานว่าจะยกเลิกสายการผลิต หรือลดราคาหรือเปล่าก็มาแล้วครับ สำหรับตัว iPod Touch ก็มีการอัพเดทนิดหน่อย โดยที่ฝาหลังจะมัน ๆ วาว ๆ เสี่ยงต่อการเป็นริ้วรอยได้ง่ายมาก คุณแม่ไม่ปลื้มจริง ๆ งานนี้น่าจะถูกใจคนเล่นเกมส์ เพราะจากที่อ่านจาก Blognone เค้าว่ากันว่าจะเน้น Touch ให้สูสีกะเครื่องเล่นเกมส์พกพายี่ห้ออื่น ๆ ยังไงไม่ทราบเพราะผมไม่เล่นเกมส์แฮะ ก็สำหรับคนที่ชอบเจ้าตัวนี้ ราคาขายลดลงแล้วนะครับ (ไปดูหน้าเวบ Apple กันเองเด้อ) ขนาดความจุยังเท่าเดิม คือ 8 16 และ 32 GB ตามลำดับ

iPod ตัวสุดท้ายที่ได้รับการอัพเดทคราวนี้ ลูกเมียน้อยมากเลยสำหรับ iPod Classic เพราะถูกลดขนาด (และเพิ่มขนาด) เหลือเพียงไซด์เดียว เสียบการ์ดเพิ่มไม่ได้ (แหงล่ะ) ที่ 120 GB เท่านั้น คงหมดหวังกันเสียแล้วสำหรับ iPod ที่ใช้ HDD เป็นตัวเก็บข้อมูล คราวหน้าถ้าทรงแบบ Classic ไม่หายไป ก็คงเปลี่ยนตัวเก็บข้อมูลเป็นแบบอื่นแล้วล่ะ (HDD ตกทีนึงก็นะ.. เข้าใจเขาล่ะ)

…………….

สุดท้ายนี้ ขวัญใจผม (ตัวจริง) iTunes อัพเดทเวอร์ชั่นเป็น 8 เรียบร้อยแล้ว หน้าตาเดิม ๆ แต่เน้นลูกเล่นและฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น (ยังสำรวจไม่ครบ) เปิดมาทีแรกมันเรียงเพลงเป็น Thumbnails เลย (เรียกว่า Grid) สวยดี แต่พอดีผมมีรูปปกอัลบั้มไม่ครบก็เลยสวยแหว่ง ๆ และบริโภคทรัพยากรเครื่องพอสมควร (แอบหน่วงนิด ๆ ไม่ทันรู้สึก?) เสียงดีขึ้นมั๊ย! คงเดิม (แต่ดีกว่า WMP แน่ ๆ) หน้า Perference เปลี่ยนไปนิดหน่อย พอให้งงเป็นกระสัย

คงถูกใจ และไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คนนะครับ สำหรับงานกลางปีของ Apple คราวนี้ ไปติดตามได้ที่เวบไซด์ของ Apple ได้เลยครับ

Products Link : http://www.apple.com/itunes/
Reference Link : http://www.blognone.com/node/8900