What best (and bad) in Linux Mint

Best

  • สวยมวลชน เพราะน้อยคนที่จะมองสีน้ำตาลของ Ubuntu ว่าสวย
  • Full Multimedia Out-of-Box ไม่ต้องอะไรมาก ติดตั้งแล้ว Go On โลด
  • Reduce command line ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ออกแบบมารองรับทุกงานได้อย่างดี
  • Start Menu สวยดี ดูโปรฯ หาโปรแกรมง่าย
  • มีความเป็นเอกลักษณ์ Unity ที่หลุดจากกลิ่นอายของ Ubuntu มาเยอะหลายช่วงตัว
  • เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ย้ายมาจาก Windows เพราะให้ความคุ้นเคยที่ไม่ฉีกไปมากเหมือน Ubuntu หรือ GNOME เพียว ๆ

Bad

  • Multimedia มั่วนิ่ม คือ เน้นว่า Geek สุดขีด แต่มันเอามาใช้จริงไม่ได้ เช่น กรณีของ xine กับ compiz
  • การแยก Repository ของโปรแกรมสำคัญ ๆ บางตัวมาทำเอง เช่น Firefox หรือ MPlayer ข้อเสียคือ บางครั้งมันอัพเดทเวอร์ชั่นช้ามาก และเป็นปัญหาในการใช้งาน อาทิเช่น เมื่อติดตั้ง Firefox 3.5 มันจะฟ้องว่า Flash Player ที่มีเป็นเวอร์ชั่นเก่าไป
  • การเลือกโปรแกรม Bundle มาให้แบบแปลก ๆ เช่น Gnome MPlayer กรณีนี้เข้าใจว่าเนื่องจากต้องการ Shell มาครอบ MPlayer ที่เป็น GTK+ แต่การใช้งานจริงมันไม่ได้เรื่องเลย ยังไงซะตัดใจไม่ใส่มาให้จะดีกว่า
  • ไม่สามารถอัพเกรดได้ ซึ่งก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติของ Distro ที่เอา Ubuntu มา Customize

……………………………………………………..

ก่อนหน้านี้ก็ใช้ Ubuntu PE ของท่านชายเจตน์ ณ คลับ นั่นล่ะครับ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอก แต่อยากใช้ 64 bit เลยจำเป็นต้องบอกลา ในการใช้งาน Ubuntu 64 bit นั้น นอกจากปัญหาเรื่อง 3rd Software แล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร จำนวนโปรแกรมระหว่าง 32 กับ 64 ก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่โดยรวมที่ได้คือมันใช้แรมเกิน 4 GB ได้ (ซึ่งตอนนี้ก็มีแค่ 3 จะมาใช้ทำไม คือ ว่าจะเพิ่มในเร็ว ๆ นี้น่ะครับ) สรุปว่า ถ้าเรา ๆ ใช้กันก็ Ubuntu PE หรือ PB ดีกว่าครับ เหมาะมือมากกว่า และสำเร็จรูปของจริง ส่วน Mint ด้วยความที่ว่าไม่ใช่คนไทยทำด้วย และก็แนวคิดมันแปลกสุดโต่งไปหน่อย เลยอาจจะไม่เหมาะกับมือใหม่ หรือผู้ที่ขี้เกียจจะหาวิธีการเพื่อจะแก้ไขปัญหาเวลามันไม่ได้ดั่งใจ แต่ยังไง Linux Mint ก็เป็นเครดิตสำหรับ Ubuntu พร้อมใช้ตัวอื่น ๆ เหมือนกันนะ เพราะน้อยมากที่ Distro ที่เอาตัวอื่นมา Customize นิด ๆ หน่อย ๆ จะโดดเด้งใน Distrowatch ได้ยาวนาน และมั่นคงขนาดนี้ แสดงว่ามันก็มีดีเหมือนกันล่ะมั้ง …

กลับมาที่ Linux Mint อีกซักที

แต่เป็นเวอร์ชั่น 64 bit นะ .. อิอิอิ

เมื่อวานนี้ หลังการสั่งอัพเดท Karmic A2 ไปตามปกติที่ทำทุกวัน ปรากฎว่าพังพินาศครับ ล็อกอินเข้าระบบไม่ได้ คือ ล็อกอินเรียบร้อยแล้ว มันก็จะเด้งมาให้ล็อกอินใหม่อยู่นั่น ไม่รู้ว่าเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา เซ็งจัดเลยคว้าแผ่น Jaunty 9.04 เวอร์ชั่น 64 bit ลงใหม่เรียบร้อย

ลงเสร็จ คอนฟิกค่าต่าง ๆ เสร็จก็เล่นเน็ตตามปกติ เข้า Distrowatch ดั๊นนนน ไปเจอ Mint ออกเวอร์ชั่น 64 bit มาซะงั้น อดใจไม่ไหวต้องลอง ก็เพิ่งติดตั้งเสร็จเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้ (หมายถึงติดตั้ง และคินฟิกค่าต่าง ๆ จนใช้งานได้สมบูรณ์)

เรื่องความเร็วนั้นรู้สึก (ไปเอง) มานานแล้วล่ะครับว่า 64 bit มันเร็วกว่า 32 bit นิดหน่อย ส่วนเรื่องแพคเกจก็ไม่ได้มีอะไรพิสดารกว่า 32 bit มากมาย ยิ่งมาใช้ Mint ก็ยิ่งสบาย เพราะไม่ต้องลัดเลาะวิธีข่มขืนแพกเกจแบบ 32 bit ให้ลงใน 64 bit ได้ โดยเฉพาะ Flash ใน Youtube ที่ง่ายและสบายกว่าลง Ubuntu 64 bit ธรรมดา ๆ

ก็คาดว่าคงใช้ Mint 64 bit ไปเรื่อย ๆ จนกว่า Karmic จะเข้า Alpha 6 หรือ Beta ล่ะครับ ขี้เกียจลงบ่อย ๆ อะนะ อิอิอิ