Ubuntu at play & Windows at work

ไม่มีไรจะเขียน 555+

ที่ทำงานมี LAN ให้ใช้ทำงาน ออกเน็ตได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทุกเว็บ เพื่อแหกด่าน เราเลยใช้วิทยายุทธ์กันนิดหน่อย ท้ายที่สุด เลยมี Route 2 วงให้เน็ตออก

ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าถ้าเสียบ LAN ปั๊บ มันจะยึด LAN เป็นหลัก พยายามหาวิธีที่ง่าย ๆ ในการออกเน็ตผ่านทางนึง แชร์ไฟล์ผ่านทางนึง แต่มันไม่ง่ายเลย

จริง ๆ ก็ทำให้มันยากไปงั้นล่ะครับ แต่เดิมใช้ Ubuntu ก็ง่ายมาตลอด ง่าย ๆ เลยคือ ก็ออกเน็ต เล่นอะไรบน Ubuntu แล้วใช้ LAN ใน Virtual Machine

การเซ็ตก็ง่าย ๆ เสียบสายแลนปุ๊บ บน Ubuntu ก็ Disable มันซะ จากนั้นในการตั้งค่าของ Virtual Machine ผมใช้ VirtualBox ก็เลือกใช้ Bridge Adapter เป็นพอร์ต LAN ซะ แค่นี้ก็แยกกันได้อย่างอิสระ (แต่เปลือง Resource สิ้นดี แนะนำสำหรับเครื่องแรง ๆ แรมเยอะ ๆ)

แก้ปัญหาได้เท่านี้แหละ ยากกว่านี้เอาไว้วันหลังละกาน

อยากให้แม่ใช้ Ubuntu จัง

แม่ซื้อ PC ใหม่ อยากได้ Windows 7 เพราะเดิมเค้าใช้ XP แล้วมันดู Youtube ไม่ได้ (เผอิญว่าไม่ได้อัพเกรดเวอร์ชั่นของ Internet Explorer)

ผมเองนั้น หลังจากซื้อ Windows 7 Home Premium แท้แบบ FPP ใช้ ก็ไม่ได้สนใจเรื่องการ Crack Windows 7 อีกเลย จนกระทั่งวันนี้ หลังจากที่รับปากกับแม่ว่าจะลง Windows 7 ให้ ก็เลยลอง ๆ ดูว่าเค้าใช้งานกันอย่างไร

หลาย ๆ วิธีนั้นยอมรับว่าปวดหัวมาก เพราะหลัง ๆ เคยชินกับการใส่ Key แล้ว Online Activate แป๊บเดียวจบ แต่ถ้าไม่ซื้อนี่เรื่องใหญ่มาก ต้อง Mod ต้องโมฯ วุ่นวายไปหมด แถมไม่ 100% (ก็แหงล่ะ เถื่อนนี่) เลยตัดใจ จะสละ Home Premium ให้แม่ และจะซื้อ Professional มาใช้แทน

แต่ .. Ubuntu ดีกว่าไหม ใช้ได้เนียน ๆ หลาย ๆ อย่างแค่ดูหนัง ฟังเพลง ไร้ท์แผ่น ดู Youtube มันง่าย ๆ อยู่แล้ว ตั้งค่าดี ๆ ก็น่าจะได้ยาวนานอยู่ กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะกลับไปลง Ubuntu ให้แม่ดี หรือจะทำอย่างไรดี ปวดหัวจริง ๆ

(พอดีแอบไปเจอ Win 7 Pro แบบ FPP ราคาถูกผิดปกติมา น่าซื้อดีเหมือนกัน ถ้าดูสินค้าแล้วน่าไว้วางใจจริง ๆ ก็คงตามแผน สอย Pro มาใช้ แล้วสละ Home Pre ให้แม่ .. เฮ้อ อยากรอ Win 8 แต่ก็รัดตัวจริง ๆ กับการตัดสินใจครั้งนี้)

 

Migrate

ไม่ได้อัพบล็อกเสียนานเลย ก็ไม่ค่อยมีอะไรอัพเดทมากนักสำหรับช่วงนี้

การเปิดตัวของ Firefox 3.6 ก็แค่รวม Persona มาให้ในตัว ส่วนเรื่องความเร็วหรืออะไรมันก็แค่เร็วขึ้นกว่าของเดิม แต่ถ้าไปเทียบกับคนอื่นอย่างเช่น Chrome ก็ยังช้ากว่าอยู่ดี (อ้างอิง UbuntuClub) รวมถึงเรื่อง Flash ที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของ Firefox ใน Linux ถ้า Abode ไม่ทำอะไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่ดี ง่อยเหมือนเดิม

สำหรับ Ubuntu เท่าที่ลองติดตามข่าวสารในเวอร์ชั่นถัดไปคือ 10.04 ก็เริ่มเห็นความไม่เข้าท่าในหลาย ๆ อย่าง เช่น การนำ GIMP ออกจากชุดติดตั้งมาตรฐานแล้วใส่ PiTiVi ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอมาแทน นัยว่าจะให้เหมือน Windows Movie Maker หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ปัญหาคือแน่ใจเหรอว่าใช้ GStreamer แล้วมันจะเวิร์กจริง ๆ แล้วเอา GIMP ออกนี่มันเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ เหรอ โอเคว่าก็อาจจะไม่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ และ Interface ก็ง่อยซักหน่อย แต่จะหาโปรแกรมอะไรที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียง PhotoShop ได้ ดูจากแพลนแล้วเค้าจะให้ไปตบแต่งรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน F-Spot แทน แล้วถามหน่อยว่าทุกวันนี้ความเสถียรมันเพียงพอแล้วเหรอ Mono ที่เป็นเอ็นจิ้นของทั้ง F-Spot และ TomBoy กินแรมยังกะอะไร ใจคอ Ubuntu จะเทียบเคียง Windows Vista ในเรื่องการกินแรมแบบไร้สาระให้ได้ใช่ไหม ?

เข้าเรื่องดีกว่า …

จากหัวข้อ Migrate ก็ต้องการจะบอกว่า ตอนนี้เริ่มกลับไปใช้ Windows มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในเวลาทำงาน เพราะปัญหาเรื่อง Lotus Notes ที่อยู่ดี ๆ ก็ใช้งานผ่าน WINE ไม่ได้ (แม้ว่าจะลง Ubuntu ใหม่หลาย ๆ รอบและกลับมาใช้ 32 bit แล้วก็ตาม) อีกทั้งปัญหาเรื่องไฟล์ Excel ที่พอเอามาเปิดด้วย OpenOffice บน Ubuntu แล้วเอากลับไปเปิดใน MS Office ไม่ได้ ไฟล์เสียทันที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร นอกจากนั้นก็อย่างเช่นการใช้งาน Flash ขั้นเทพผ่านเว็บไซด์ บน Linux มันง่อยได้ใจจริง ๆ พอย้ายไป Windows แล้วรู้สึกอะไรมันง่ายมากกว่า และตอนนี้เริ่มติดแชต ไปแชตด้วย Windows Live Messenger ลูกเล่นหรืออะไรมันทำให้สนุกกับการคุยมากกว่าใช้โปรแกรมใน Linux จริง ๆ

นอกจากจะย้ายไปใช้ Windows บ่อยขึ้นแล้วก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง เช่น

- เลิกเล่น Twitter (ฆ่าทิ้งไปรอบนึงแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้ปิดเลยยังมี Tweet ของคนอื่นหรอมแหรมมาอีก)

- เลิก Hi5 แล้วไปเล่น Facebook แทน

- กลับมาเล่นเอ็มอีกครั้งหลังจากเลิกไปนาน (เมื่อก่อนคุยแต่ธุระกับเพื่อน ไม่มานั่ง WINK หรือนั่งดูกล้องอะไรหรอก)

- ใช้ iTunes ในการ sync iPod อีกครั้ง แน่นอนว่าต่อไปนี้ถ้าจะลงเพลงต้องกลับไป Windows สถานเดียว

ตอนนี้ก็ดูทิศทางของ Ubuntu ไปเรื่อย ๆ ว่าจะมาไม้ไหนอะไรยังไง กลัวที่สุดคือกลัวมันอ้วน อ้วนแบบว่าไร้สาระ ไร้คุณค่าทางอาหารไรงี้ ก็กำลังว่าถ้า Ubuntu ไม่น่าใช้จริง ๆ จัง ๆ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป Fedora ก็ Geek เกิน ส่วน OpenSUSE ก็ออกช้า .. (ว่าแล้วก็ฟอร์แมตแล้วไปใช้ OpenSUSE ดีกว่า – เอาจริงเหรอ 555)

Best in Windows 7

หลังจาก ความไม่ประทับใจใน Windows 7 ทั้ง 2 ภาค หลายคนคงคิดว่าผมไม่ชอบเจ้า Seven นี่เลยชิมิ .. ป่าวหรอกครับ ก็มีจุดที่ดี ที่ชอบบ้างเหมือนกัน เพียงแต่มันอาจจะสาธยายออกมาได้ไม่เยอะเท่าจุดที่ไม่ปลื้ม ก็อย่างว่าละนะ ลางเนื้อชอบลางยา จะหาจุดพอดีที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้มันก็ไม่เสมอไปหรอก .. เนอะ

เริ่มเลยนะครับ

1.

2. Eye Candy และ Super Bar เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ของ Windows ทั้งในด้านความสวยงามและอรรถประโยชน์ของเครื่องมือที่แทบจะเป็นคู่บุญของระบบปฏิบัติการเลยทีเดียว ในเรื่องของ Task Bar ที่ถูกเปลี่ยนเป็น Super Bar ที่หลายคนอาจจะคิดว่ามันยุ่งยากตรงที่ต้องแสดงพรีวิวก่อนเลือกหน้าต่างที่ต้องการ แต่การใช้พื้นที่มันก็น้อยลงตามไปด้วย ยิ่งถ้าปรับ Bar ให้มีขนาดเล็กลงยิ่งคุ้มค่า และได้ความสวยงามพ่วงมาด้วย อีกทั้งยังมี Jump List เป็นลูกเล่นที่พ่วงมาอีก (แม้ว่าตอนนี้แทบจะไม่มีโปรแกรม 3rd เจ้าไหนที่รองรับ Jump List แบบเต็มสูบ เหมือนไม่คุ้มแต่อนาคตรุ่งแน่นอน)

2. Windows Explorer ก็ยังเป็น File Manager ที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่ชีวิตนี้เคยเจอมา ทั้งการเข้าถึงและการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย เสียอย่างเดียวเรื่อง Tab ถ้ามีจะทิ้ง Nautilus แบบไม่ใยดีเลยจริง ๆ นะเอ้า

3. ความอัจฉริยะในเรื่องไดร์เวอร์ Windows Update ความสามารถสูงมาก และ Microsoft เองก็เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงไม่สามารถดูแลได้หมดครับ ถ้าเก่าไป หรือจีนแดงม๊าก มาก ก็คงต้องติดตามจากผู้ผลิตเอาเอง แต่เท่าที่ผมเจอนี่ใช้ได้ทุกอย่าง อาจจะมีปัญหาเรื่องบลูทู๊ดบ้างแต่ก็เล็กน้อย เพราะ ณ บัดนี้ผู้ผลิตโดยเฉพาะพวกโน๊ตบุ๊คนี่เตรียมไดร์เวอร์ไว้ให้พร้อมละ ถ้า Windows Update ช่วยไม่ไหวก็ไปหาจากเว็บไซด์ผู้ผลิตได้เลย

4. Microsoft Security Essentials เป็น AntiVirus และ Anti-Spyware จาก Microsoft ที่พัฒนาต่อมาจาก One Care สำหรับคนใช้ของถูกลิขสิทธิ์ (แคร๊กผ่านก็ลงได้ แต่ก็จงภูมิใจ ณ จุดนั้นต่อไป) หน้าตามันเรียบ ๆ ดีครับ กลมกลืนไปกับทั้ง Vista และ 7 และประสิทธิภาพในการจับไวรัสค่อนข้างดีกว่า Avast Home แต่ก็อย่างว่า .. ใครใคร่ใช้อะไรก็ใช้ไปเหอะครับ พฤติกรรมการใช้งานสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประสิทธิภาพของโปรแกรมประเภทนี้อยู่แล้ว

5. Intelligence Search ความพยายามจาก Vista มาส่งผลแล้วใน 7 ถ้าการไปค้นหาโปรแกรมที่เรียงรายอยู่ใน Programs มันเสียเวลา พิมพ์ชื่อโปรแกรมไปเลยครับ นอกจากนั้นก็ทำหน้าที่แทนหน้าต่าง Run ได้เต็มรูปแบบ เรียกโปรแกรมได้เร็วขึ้นมากมาย ขอบอก

6. Control Panel ที่เหมาะกับมือใหม่หัดปรับ บ้านเราอาจจะไม่ปลื้มจิตเนื่องจากภาษาอังกฤษแบบเป็นประโยคด้วย และเหล่าเซียนก็จะมึนกับการแบ่งเป็น Section ไม่เหมือนเดิม อันที่จริงก็เปลี่ยนกลับคืนได้ครับ แต่ผมมองว่าการแบ่งเป็นหมวดหมู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ง่ายดีสำหรับมือใหม่

7. Network Sharing Center & Device อย่างแรกมีมาตั้งแต่ Vista ส่วน Device & Printer นั้นมาเพิ่มเติมจนเป็นแบบใหม่ ข้อดีของการดู Network นั้นไม่ต้องพูดถึง ส่วน Device & Printer นั้น ข้อดีมาก ๆ เลยคือมันรวบรวมอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดไว้ในจุดเดียว และสามารถแสดงสัญลักษณ์เพื่อเตือนเมื่ออุปกรณ์ใดอาจทำงานไม่สมบูรณ์ เช่น ไดร์เวอร์ไม่ครบ อะไรอย่างนี้เป็นต้น ไม่มีสับสนหรือหาของไม่เจอแน่นอน

8. Task Bar Experience พูดง่าย ๆ ว่าการสลับตำแหน่งหน้าต่างบน Task Bar ได้อย่างเสรีนั้นน่าจะมีมานานแล้ว และก็มีจนได้ เริ่ดหรูและสะดวกมาก รวมทั้งการแสดงการพรีวิวหน้าต่างแบบเต็มตา มันทำให้การรวมเป็นกลุ่มเดียวกันของหน้าต่างดูรื่นรมณ์ขึ้นเยอะ (แม้ว่าจะเสียคลิกไปหลายอยู่ เนื่องจากต้องดู ต้องวิว แต่ก็ไม่ได้ช้าไปซักเท่าไรหรอก)

9. Aero Snap & Aero Shake เป็นลูกเล่นของระบบพื้นโต๊ะแบบ Aero อันแรกปลื้มมาก อันที่สองก็ฮาดี ตัว Snap นั้นแค่เราลากหน้าต่างนึงไปชนซ้าย อีกหน้าต่างนึงไปชนขวา แค่นี้ก็แบ่งครึ่งได้ง่าย ๆ ไม่ต้องลากเม้าส์กะขนาดเอง สะดวกมาก ๆ ในการทำงานแบบลอกไปพิมพ์ไป หรืออะไรที่ต้องสลับ 2 หน้าต่าง (แต่ถ้าเกิน 2 ต้องแบ่งเองตามระเบียบ) ส่วน Shake นั้นคอนเซปเด็กแนว .. ก็กด Win ค้างไว้แล้วเอาเม้าส์ไปจิ้มที่ขอบบนของหน้าต่าง เขย่าไปมา หน้าต่างอื่น ๆ ที่เปิดอยู่จะย่อลงมาทั้งหมด สนุกดี

10. One Click Network ต่อไวไฟได้ภายใน 2 คลิ๊ก แนวมากและสะดวกดี ที่สำคัญคือมันสามารถแสดงสถานะของการต่อออกอินเตอร์เน็ตได้ คือการเชื่อมต่อเครือข่ายนั้นมันมี 2 เสต็ป คือ การเชื่อมต่อกับเครือข่าย และจากเครือข่ายออกไปสู่โลกภายนอก ถ้าแค่เชื่อมเน็ตเวิร์กได้แต่ออกเน็ตไม่ได้มันจะขึ้นเครื่องหมายตกใจ .. อันที่จริงมันก็มีมานานแล้วล่ะ แต่ทว่าใน 7 มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นตรงที่มันรีเฟรชตัวเองตลอดเวลา เมื่อเชื่อมได้เครื่องหมายก็หาย น๊อกก็กลับมาเป็นตกใจ เป็นอันรู้กัน ..

ก็ประมาณนี้ล่ะครับ ข้อดีอื่น ๆ ก็มีอีกเยอะแต่มันไม่เจาะจงว่าเป็น Windows 7 เท่านั้น ก็เช่นทำงานง่ายขึ้น เม้าท์เน็ตเวิร์กไดรว์ฟง่าย ๆ สามารถใช้งาน Windows Explorer จาก Local เชื่อมกับ Network ได้อย่างแนบเนียน 0 ขั้นตอน การพรีวิวไฟล์ต่าง ๆ เป็นระบบระเบียบ และมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน การออกแบบโปรแกรมให้ใช้งานง่าย อะไรแบบนี้ก็น่าจะรู้ ๆ กันอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายกันเยอะแล้วกัน (ส่วนชุด WLM ที่ไม่พูดถึงเพราะว่ากันตามตรงว่าใช้แค่ Windows Live Messenger และก็ไม่ต้องอธิบายอะไรกันเยอะ เพราะยังไงก็ใช้เวอร์ชั่นเดียวกันทั่วโลกอยู่ดีล่ะเนอะ)