Migrate

ไม่ได้อัพบล็อกเสียนานเลย ก็ไม่ค่อยมีอะไรอัพเดทมากนักสำหรับช่วงนี้

การเปิดตัวของ Firefox 3.6 ก็แค่รวม Persona มาให้ในตัว ส่วนเรื่องความเร็วหรืออะไรมันก็แค่เร็วขึ้นกว่าของเดิม แต่ถ้าไปเทียบกับคนอื่นอย่างเช่น Chrome ก็ยังช้ากว่าอยู่ดี (อ้างอิง UbuntuClub) รวมถึงเรื่อง Flash ที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของ Firefox ใน Linux ถ้า Abode ไม่ทำอะไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่ดี ง่อยเหมือนเดิม

สำหรับ Ubuntu เท่าที่ลองติดตามข่าวสารในเวอร์ชั่นถัดไปคือ 10.04 ก็เริ่มเห็นความไม่เข้าท่าในหลาย ๆ อย่าง เช่น การนำ GIMP ออกจากชุดติดตั้งมาตรฐานแล้วใส่ PiTiVi ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอมาแทน นัยว่าจะให้เหมือน Windows Movie Maker หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ปัญหาคือแน่ใจเหรอว่าใช้ GStreamer แล้วมันจะเวิร์กจริง ๆ แล้วเอา GIMP ออกนี่มันเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ เหรอ โอเคว่าก็อาจจะไม่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ และ Interface ก็ง่อยซักหน่อย แต่จะหาโปรแกรมอะไรที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียง PhotoShop ได้ ดูจากแพลนแล้วเค้าจะให้ไปตบแต่งรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน F-Spot แทน แล้วถามหน่อยว่าทุกวันนี้ความเสถียรมันเพียงพอแล้วเหรอ Mono ที่เป็นเอ็นจิ้นของทั้ง F-Spot และ TomBoy กินแรมยังกะอะไร ใจคอ Ubuntu จะเทียบเคียง Windows Vista ในเรื่องการกินแรมแบบไร้สาระให้ได้ใช่ไหม ?

เข้าเรื่องดีกว่า …

จากหัวข้อ Migrate ก็ต้องการจะบอกว่า ตอนนี้เริ่มกลับไปใช้ Windows มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในเวลาทำงาน เพราะปัญหาเรื่อง Lotus Notes ที่อยู่ดี ๆ ก็ใช้งานผ่าน WINE ไม่ได้ (แม้ว่าจะลง Ubuntu ใหม่หลาย ๆ รอบและกลับมาใช้ 32 bit แล้วก็ตาม) อีกทั้งปัญหาเรื่องไฟล์ Excel ที่พอเอามาเปิดด้วย OpenOffice บน Ubuntu แล้วเอากลับไปเปิดใน MS Office ไม่ได้ ไฟล์เสียทันที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร นอกจากนั้นก็อย่างเช่นการใช้งาน Flash ขั้นเทพผ่านเว็บไซด์ บน Linux มันง่อยได้ใจจริง ๆ พอย้ายไป Windows แล้วรู้สึกอะไรมันง่ายมากกว่า และตอนนี้เริ่มติดแชต ไปแชตด้วย Windows Live Messenger ลูกเล่นหรืออะไรมันทำให้สนุกกับการคุยมากกว่าใช้โปรแกรมใน Linux จริง ๆ

นอกจากจะย้ายไปใช้ Windows บ่อยขึ้นแล้วก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง เช่น

- เลิกเล่น Twitter (ฆ่าทิ้งไปรอบนึงแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้ปิดเลยยังมี Tweet ของคนอื่นหรอมแหรมมาอีก)

- เลิก Hi5 แล้วไปเล่น Facebook แทน

- กลับมาเล่นเอ็มอีกครั้งหลังจากเลิกไปนาน (เมื่อก่อนคุยแต่ธุระกับเพื่อน ไม่มานั่ง WINK หรือนั่งดูกล้องอะไรหรอก)

- ใช้ iTunes ในการ sync iPod อีกครั้ง แน่นอนว่าต่อไปนี้ถ้าจะลงเพลงต้องกลับไป Windows สถานเดียว

ตอนนี้ก็ดูทิศทางของ Ubuntu ไปเรื่อย ๆ ว่าจะมาไม้ไหนอะไรยังไง กลัวที่สุดคือกลัวมันอ้วน อ้วนแบบว่าไร้สาระ ไร้คุณค่าทางอาหารไรงี้ ก็กำลังว่าถ้า Ubuntu ไม่น่าใช้จริง ๆ จัง ๆ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป Fedora ก็ Geek เกิน ส่วน OpenSUSE ก็ออกช้า .. (ว่าแล้วก็ฟอร์แมตแล้วไปใช้ OpenSUSE ดีกว่า – เอาจริงเหรอ 555)

About openSUSE 11.2 (GNOME)

1. YaST หรือ Yet Another Setting Tools เครื่องมือของ SUSE ที่ไม่มีบน Distro อื่น ๆ ถึงแม้ว่ามันออกจะซ้ำซ้อนกับ Control Centre ของ GNOME อยู่หน่อย ๆ (แต่ถ้าใช้จริงจะรู้ว่ามันไม่ได้ซ้ำกันหรอก แค่ไม่เข้าใจว่ามันจะแยกกันทำไมแค่นั้นเอง) การตั้งค่าต่าง ๆ ในระบบนั้นง่ายมาก รับประกันเลยว่าต่อให้ Linux User มือใหม่ก็ใช้ได้ไม่มีงง และห่างจากคอมมานไลน์มาก ๆ เนื่องจากเครื่องมือมันเข้าใจง่าย ไม่ต้องถวิลหา Terminal กันอีกต่อไป

2. Delta / RPM ข้อดีของระบบแพกเกจแบบ RPM ที่ DEB ของ Debian ยังไม่มี คือการดาวน์โหลดไฟล์อัพเกรดแบบโหลดเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง เช่น Firefox 3.5.5 มีส่วนที่เปลี่ยนแปลงจาก 3.5.4 เพียง 48 kb ก็จะโหลดแค่ 48 kb เท่านั้น ในขณะที่ DEB ยังต้องโหลดไฟล์ใหม่มาทั้งหมด .. นอกจากจะเหมาะกับเน็ตช้า ๆ แล้วยังส่งผลดีต่อการใช้ Bandwidth ของมวลมนุษยชาติด้วย

ไม่ชอบ

1. Slab หาโปรแกรมทีตาลาย ติดตั้งโปรแกรมแล้วไม่ชอบพาไอคอนมาด้วย ต้องหามาใส่เอง วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง

2. Bluetooth ไม่สามารถใช้งาน Dial-Up Modem ได้อัตโนมัติเหมือน Fedora 12 และ Ubuntu ตั้งแต่ 8.10 ขึ้นมา

/ ใช้ Mint ละครับ .. ลิ้มรสจนรู้แล้ว .. อิอิอิ

รายงานสถานะการใช้งาน Linux ณ ปัจจุบัน

น่าจะต้องยกความดีความชอบให้กับเคอร์เนลของลินุกซ์นะครับ เพราะรู้สึกว่าเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ทั้ง Ubuntu, openSUSE และ Fedora ได้รวมเอาไดร์เวอร์ไวเรสการ์ดของ Atheros มาให้เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งานดิโทรอื่น ๆ เพราะว่าลินุกซ์ถ้าขาดอินเตอร์เน็ตก็เกือบจะง่อยกันเลยทีเดียว (ก็ไม่เชิงหรอก แค่มีเน็ตแล้วมันจะง่ายกว่ามาก ๆ ถึงมากที่สุดแค่นั้นเอง)

ก่อนหน้านี้บอกกล่าวกันว่าไปใช้ openSUSE 11.2 ก็ใช้มาเรื่อย ๆ นั่นล่ะครับ ทีนี้มันเบื่อ เพราะว่ากันตรง ๆ แล้วนอกจากความไม่คุ้นเคยที่ทำให้ต้องเปิด Google เพื่อ Googling บ่อย ๆ ก็แทบไม่มีอะไรเร้าใจให้เล่นเหมือนฝั่ง Debian กับ Ubuntu (หรือเป็นเพราะเรายังไม่รู้ แน่นอนถ้าเทพแห่ง RPM มาอ่านเจอเข้ามันคงสาธยายแกมเหน็บแนมอีกประมาณสามวันไม่จบ) เลยโหลด Fedora 12 มาลองดู

Continue reading