Archive

Archive for the ‘Linux’ Category

คุณครูขู่จะฟ้อง Linux ฐานแจกจ่ายซอฟท์แวร์ผิดกฎหมาย และตำหนิทำให้เด็กล้าหลัง

December 17th, 2008

(ตัดมาจาก Blognone นะครับ คลิ๊กที่ลิงค์ไปอ่านกันได้)

linux

(ข้างบนนี่เป็นรูปภาพนะครับ อย่าไปเผลอคลิ๊กลิงค์เข้าล่ะ อิอิอิ)

ที่เอามาแปะ มาบอกกล่าวกันก็คือ ยังมีความไม่เข้าใจใน “ลินุกซ์” อยู่อีกมาก ซึ่งผมก็ไม่เคยเชื่อว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้ (แต่ยอมรับว่าไม่แปลกใจเท่าไร เพราะในโลกลินุกซ์ที่ผมรู้จัก บางคนก็เกลียด MS เกลียด Windows เข้ากระดูกดำกันเลยทีเดียว) เพราะอย่างน้อย ๆ ฝรั่งก็รู้จัก Mac ผมก็เลยไม่คิดว่า เค้าจะไม่รับรู้ถึงขนาดว่า โลกนี้มี OS เพียงหนึ่งเดียวคือ Windows โอยยย ปวดหัวจายยยย

ใครจะว่ายาก ว่าง่าย ชอบ ไม่ชอบอย่างไร มันแล้วแต่คนครับ อาหารบนโลกนี้มีหลากหลายชนิด ลินุกซ์ก็มีหลายดิสทิบิวชั่น แม้กระทั่งวินโดวส์บางคนก็ชอบ XP มากกว่า Vista บางคนก็ยังใช้ Windows 98 บางคนก็ยังมีความทรงจำดี ๆ กับ Windows 3.11 ซึ่งมันไม่ใช่ทางเส้นเดียวที่มุ่งตรงไปยังที่ใดที่หนึ่งได้ และทุกคนต้องไปพร้อม ๆ กัน หากแนะนำ จงแนะนำด้วยความรู้ ประสบการณ์ โดยปราศจากอคติใด ๆ ซึ่งก่อนจะได้ความรู้นี้มา คงต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างดีจากบุคคลนั้น ๆ และที่สำคัญ ควรเรียนรู้เพื่อจะสื่อสารให้ดีด้วย เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่คุณสื่อสารออกไป มันก็บ่งบอกบุคลิก ความคิด ทัศนคติของคุณไปในตัว …

(แรงเกินก็ไม่ดี นิ่มไปก็ไม่ไหว ยืนตรงกลางกันนะครับเพื่อน ๆ อิอิอิ)

Linux ,

เข้าใจแล้วว่าทำไมต้อง Ubuntu

December 5th, 2008

เคยคิด (และจะเขียน) ว่าถ้าย้ายไปใช้ Debian จะมีอะไรที่ดี หรือให้ผลที่ดีในเรื่องงาน เรื่องการใช้งานอะไรที่มากกว่า ที่แน่ ๆ คือความเป็นต้นตำรับมันมีกลิ่นหอมหวน ชวนให้ลองสัมผัสจริง ๆ นะ ว่ามั๊ย

คิดได้ดังนั้นเลยจัดการทดลองติดตั้งไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้นึกถึงการติดตั้งพวก OpenSUSE หรือ Mandriva สมัยก่อนเลยครับ ที่ต้องมีครอบครัวซีดีนับล้านแผ่น (เวอร์ไป ก็แค่ 5) แต่ในกรณีของ Debian นั้นหนักกว่า ซีดีปาไปเกือบ 30 แผ่น ดีวีดีขำ ๆ ที่ 5 แผ่นเท่านั้น ! แต่ไม่ต้องตกใจหรอกครับ เพราะทางเลือกไม่ได้ตีบตัน หรือโหดร้ายขนาดนั้นเสมอไป

ตรงข้ามกับ Ubuntu ที่มองข้ามช็อตปัญหาสำคัญ จัดมาให้เพียงซีดี 1 แผ่น ติดตั้งขำ ๆ 15-30 นาทีไม่เกินนี้ ก็ได้เดสก์ทอปดี ๆ ใช้แล้ว ซึ่ง Debian เราสามารถใช้แผ่นซีดีติดตั้งเพียง 1 แผ่นก็ได้ แต่ต้องมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เพื่อเลือกแพคเกจมาติดตั้งเพิ่มเติม (ทั้ง ๆ ที่สั่งแค่ System และ Desktop Environment เท่านั้นเองนะเนี่ย) ความยากตรงจุดนี้ของ Debian จึงเป็นประเด็นที่ 1 ที่ทำให้ Ubuntu ดูดี เปรี้ยงปร้างดังข้ามคืนมาได้จนบัดนี้

ในขณะที่ Ubuntu จัดเตรียมเวอร์ชั่นหลักมา 2 เวอร์ชั่น สำหรับ Desktop และ Server เรื่อง Server ไม่ต้องพูดถึง (เพราะไม่เคยใช้) แต่ที่ Desktop นั้น Ubuntu ได้จัดเตรียมทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ ที่ Desktop ซักเครื่องนึงไม่ว่าจะเป็น PC หรือ Labtop ต้องการ ติดตั้งแล้วใช้ได้ดี ซึ่ง Hardware หลักต่าง ๆ ที่เป็นยาขมปี๋สำหรับโลกลินุกซ์ ถูก Ubuntu จัดการหาจนเจอและใช้งานได้เสียด้วย (ส่วนเรื่อง Web Cam ไม่ต้องหวัง) ในขณะที่ Debian คงต้องออกแรงตั้งค่ากันซักพักใหญ่ ๆ จึงจะ Feel Fine ได้เหมือน Ubuntu

ความเสถียร (มาก ๆ) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Debian ทำให้แพคเกจอาจจะ “ไม่สด” มากมายเท่าไร เพราะความสดที่อาจจะเข้ากันไม่ได้กับระบบ ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงภายในของ Debian แน่นอน ดังนั้น ช่วงก่อนที่จะ Release เวอร์ชั่นใหม่ Debian จะมีช่วง Freeze คือ ไม่รับแพคเกจใหม่ หรือเวอร์ชั่นใหม่เข้ามา จะแก้เพียงบั๊คที่ร้ายแรง ที่ส่งปลกระทบต่อความเสถียรของระบบเท่านั้น เท่ากับว่าช่วง Freeze ยิ่งยาวนานเท่าไร แพคเกจก็จะยิ่งล้าหลังไปมากเท่านั้น แน่นอนว่ามีได้มันก็ต้องมีเสีย ดังนั้นจึงเป็นเค้าลาง ๆ แล้วใช่ไหมครับ ว่า Debian นั้นเหมาะ หรือไม่เหมาะกับใคร กับงานประเภทไหน และใครที่ควรใช้ Debian และเมื่อต้องการความเป็น Debian แต่สดใหม่ดังใจปรารถนา จึงต้อง Ubuntu เท่านั้น (แม้จะมีหลายคนกังขาว่ามันจะเสถียรเหรอ แต่อย่าลืมว่ามันเป็น OpenSource ที่มีคนใช้เยอะ คนแก้ก็เยอะ บั๊กต่าง ๆ จึงถูกตรวจเจอและแก้ไขได้รวดเร็วมากจนบางครั้งเรา ๆ ท่าน ๆ แทบจะไม่รู้สึก ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสถียรเลยครับ :-) )

นี่เป็น 3 ประเด็นหลัก ที่ Ubuntu ถือว่ามาถูกทาง และเหนืออื่นใด Ubuntu คงจะไม่มีวันนี้หาก Debian ไม่ได้มีกระบวนการที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าบ้านจะคงทน ต้านแดดฝนได้ดี โครงสร้าง เสาเข็ม ต้องแข็งแรงและลึกพอสมควร ดังนั้น ความเป็น Debian จึงไม่ใช่จุดอ่อน ความเป็น Ubuntu ก็ไม่ใช่ฉาบฉวย หรือหยิบชิ้นปลามันขึ้นมา แต่มันเป็นสิ่งที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และสำคัญที่สุดคือเรานี่แหละครับ เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราได้ มาถึงวันนี้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า Debian นั้นเหมาะกับ Geek ของแท้ ส่วน Ubuntu ไม่ต้อง Geek มากก็พอไหว อิอิอิ

Linux, OS, Ubuntu ,

ความลำบากของ Super Tux !

December 3rd, 2008

Super Tux นี่ชื่อเกมส์ครับ จริง ๆ จะสื่อความหมายถึง Linux นั่นแหละ

เมื่อวานได้ลองหาที่ฝากไฟล์ออนไลน์ หรือ Online Storage เพื่อเวลาจะแบ่งปันไฟล์กับใครจะได้สะดวก และเป็นส่วนตัวกว่าพวก Rapidshare อะไรแบบนี้หน่อย ซึ่งก็พบว่าเวบส่วนมากจะมีโปรแกรมที่เป็น Client ให้ติดตั้งลงเครื่อง เพื่อความสะดวกในการอัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์ โปรแกรมเหล่านั้นรับรองว่าไม่มีตัวไหนที่รองรับ Linux เลย

บริการอย่าง DropBox นั้นก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง แต่มันยังไม่ได้ตอบโจทย์ของผมได้ดี ซึ่งก็ถือว่าโชคร้ายว่านี่คือโปรแกรมเดียวที่รองรับ Linux แบบ Native

บริการอย่าง SkyDrive จาก Windows Live จุดอ่อนของมันคือเรื่องการอัพโหลดไฟล์ที่ไม่สามารถเลือกไฟล์เป็นหมู่คณะได้ ต้องเลือกทีละไฟล์เท่านั้น การส่งรูปเข้าไปเก็บจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปได้ยากมาก ๆ

ไป ๆ มา ๆ เลยต้องกลับมาตายรังที่ OoSah เวบน้องใหม่ (ที่ยังแปะป้าย Beta อยู่เลย) ใจดีให้พื้นที่มากมายถึง 1TB อ่านไม่ผิดหรอกครับ TB ไม่ใช่ GB พื้นที่มหาศาลขนาดนี้มากกว่า HDD ผมสองลูกรวมกันอีก แต่จุดอ่อนของ OoSah คือตัวเวบยังทำงานไม่เสถียรนัก (พูดง่าย ๆ ยังมีปัญหากับ Linux อยู่ แต่ก็ยังพออดทนใช้งานได้) เลยใช้ OoSah เป็นที่เก็บสำรองรูปถ่ายแทน Zooomr และ PicasaWeb เป็นที่เรียบร้อย (ตอนนี้ทยอย ๆ อัพขึ้นไปอยู่ ขี้เกียจเหมือนกันแฮะ)

ลองอ่านรีวิว OoSah ได้จาก CyberBiz @ Manager Online ครับ ยังไงก็ไปลองกันได้ (ส่วน DropBox คงใช้เวลาส่งไฟล์ ส่งคลิปให้เพื่อนให้น้อง สะดวกดี แค่เอาไฟล์ไปวางในโฟลเดอร์ DropBox ในเครื่องเรา มันก็ซิงค์ขึ้นเวบไปโผล่อีกที่นึงที่มี Account หรือ Join กับเราไว้แล้วด้วย หรูเริ่ดจริง ๆ)

Internet, Linux , , ,

ความตะขิดตะขวงใจเล็ก ๆ (Linux)

November 29th, 2008

ณ วันนี้ วงการลินุกซ์นั้นเหมือนกับเซนเตอร์พอยด์ที่มีหลายซอย แต่ละซอยก็มีเสื้อสวย ๆ กางเกงเท่ห์ ๆ หมวกเก๋ ๆ รองเท้าฮิป ๆ ทำให้เราอาจจะตัดสินใจลำบากว่าอะไรที่เหมาะกับเรา บางคนที่รู้สไลต์ของตัวเองดีคงไม่เป็นปัญหา แต่คนที่วิ่งตามแฟชั่นคงไล่ซื้อมันทุกร้าน กระจายกันเลยทีนี้

ลินุกซ์เองเดี๋ยวนี้ก็บุกตลาดผู้ใช้ตามบ้านอย่างเรา ๆ มากขึ้น ตัวหลัก ๆ ใหญ่ ๆ ที่รู้จักกันก็มีทั้งตัวที่เป็นเดสก์ทอปใช้ตามบ้าน และตัวที่ใช้สำหรับงานในองค์กรขนาดต่าง ๆ จากเล็กไปใหญ่ และใช้ในงานเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอย่างหลัง ๆ ไม่ค่อยฟรี (ก็จะมี Ubuntu, Debian, CentOS ที่ใช้ได้ฟรี นอกนั้นก็เสียเงินกันไป)

การเลือกลินุกซ์ซักตัวนึงมาใช้เป็นเดสก์ทอปในพีซี หรือแลปทอป จึงต้องพิจารณาในหลาย ๆ ด้าน คนไทย ๆ อย่างเราคงต้องเลือกตัวที่เป็นมิตรแท้ภาษาไทยมากที่สุด คำตอบไม่ต้องคิดกันนาน เลือกได้เลยตัวไหนก็ได้ในตระกูล Debian หรือ Ubuntu รับรองเนี๊ยบ

เรื่องต่อมาที่ต้องทำความเข้าใจคือ โดยปกติลินุกซ์ที่ทำเป็นแผ่นซีดีให้เราโหลดมาใช้ จะไม่มีความสามารถเล่นหนัง เล่นเพลงได้ เป็นเตย์ทีใบ้ถามอะไรไม่ค่อยตอบ อันนี้จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่ฟังเพลงจากซีดี หรือจากไฟล์ .ogg (มีบ้างปะแถวนี้) แต่จะเจอทันทีที่ท่านฟัง .mp3 อ้าว ๆ ๆ ๆ ทำไมยังงั้นล่ะ ก็เพราะ .mp3 นั้นมีลิขสิทธิ์ ใช้งานได้ฟรีแต่แจกจ่ายไม่ได้ (ในบางประเทศ) ดังนั้นจึงต้องปลอดภัยไว้ก่อนโดยการให้ติดตั้งกันเอง มันก็ยังยากอยู่ดีสำหรับคนไม่เคย หรือคนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงส่ง โอยย ปัญหานี้จิปาถะ อยากทราบปัญหาหลังไมค์มาเหอะ พูดตรงนี้สามวันก็ไม่จบ

เมื่อมีข้อจำกัดอย่างที่ว่ามา (คร่าว ๆ) จึงมีการ Optimize ลินุกซ์ตัวดัง ๆ ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ก็มีหลากหลาย (ไปเลือกชมได้ที่ Distrowatch ตัวที่ระบุว่า Based On … ทั้งหลายเนี่ยอ่านดี ๆ โดยมากมักจะสมบูรณ์ในเรื่องภาพและเสียงแล้ว)

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องซักที ที่บอกว่าตะขิดตะขวงใจคือ …

ผมไม่มีข้อสงสัยใน Debian, Ubuntu หรือตัวอื่นใดที่พัฒนามาจาก 2 ตัวนี้เท่าไร (เอาเข้าจริงก็ใช้แค่ Mint) แต่อีกฝั่งนึงนี่ไม่แน่ใจ จะรู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่ใช้ OpenSUSE แล้วเห็นโลโก้ของ Novell หรือ Fedora ที่เห็นโลโก้ของ RedHat และหนักที่สุดก็ Mandriva One ที่พอบู๊ตใช้งานครั้งแรกก็ชวนซื้อ Pack ต่าง ๆ เสียแล้ว มันคล้ายกับบอกเป็นนัย ๆ ว่า “ถ้าแกไม่จ่ายเงินฉัน ฉันจะไม่ซัพพอร์ตแกนะ” แต่ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ โลกไม่ได้โหดร้ายกับคุณขนาดนั้น บริษัทพวกนี้ก็ไม่ใช่ยักษ์มารมาจากไหน ปากท้องเค้านี่เนอะ

ณ ชั่งโมงนี้ ผมจึงมองว่า Ubuntu คือบ้านโฮมฮักอันแสนอบอุ่น รู้สึกดีที่ได้ใช้ รู้สึกดีที่ได้เผยแพร่ข้อดี ข้อด้อย (อีกหน่อยจะพอร์ตไปใช้ Dedian) แต่นอนอยู่บ้านนาน ๆ ก็เบื่อ อยากออกไปพักค้างอ้างแรมที่อื่นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าไม่สบายใจเหมือนอยู่บ้านแน่นอน ? แต่ถ้าจำเป็นต้องย้ายบ้านล่ะ ก็คงจะชินกันมันไปเอง หรืออย่างไร ?

หลายคนพูดรุนแรงถึงขนาดว่า Fedora, OpenSUSE เป็นห้องทดลองของ RedHat, Novell โห.. ขนาดนั้นเชียว มิเช่นนั้น Mandriva One ไม่มีสถานะเป็นเพียงแค่สินค้าทดลองอย่างนั้นหรือ (อัดหนักเลยนะเนี่ย) ไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้นหรอกครับ ในด้านผลลัพธ์นั้นทั้งสามตัวที่ว่ามาสามารถทำงานออกมาได้เหมือน ๆ กัน ใช้งานได้จริงพอ ๆ กัน แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีโลโก้แสดงความเป็นเจ้าของของคนจ่ายตังค์ (แล้วเค้าจะจ่ายทำไมล่ะ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง) ดังนั้น.. ใช้ Ubuntu หรืออื่นใดต่อไปดีกว่า อย่างน้อยก็สบายใจว่าหันไปทางไหนก็ฟรี (จริงเหรอ ยังไม่เลิกขโมยฟอนต์จากวินโดวส์มาใช้เลยนะ 555+)

สรุปสั้น ๆ ว่า เหตุที่ไม่ได้ไปแหมะอกคนอื่น หลัก ๆ เพราะภาษาไทย ความสดใหม่ของแพคเกจ และแหล่งความรู้ จุดนี้ Ubuntu > Debian > and the gang ชนะตัวอื่นแบบใสกิ๊งเลยล่ะ

Linux