7 things to do after install Fedora 16

1. ปรับการแสดงผลฟ้อนให้มี hint สวยงามตามนี้

su -c "ln -s /etc/fonts/conf.avail/10-autohint.conf /etc/fonts/conf.d/"
su -c "ln -s /etc/fonts/conf.avail/10-sub-pixel-rgb.conf /etc/fonts/conf.d/"

จากนั้นติดตั้ง gnome-tweak-tool แล้วปรับ Hinting เป็น Slight และ Antialiasing เป็น Rgba เสร็จแล้ว Reboot ครั้งนึง ฟ้อนต์ก็จะมนกลมสวยงามแล้ว

2. เพิ่ม Repo ของ RPMFusion โดยทำตามลิ้งค์นี้ http://rpmfusion.org/Configuration/

3. Update โปรแกรมทั้งหมด โดยสั่ง yum update (นิยมทำใน Terminal มากกว่า)

4. ติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งาน (หมายเหตุ : SMPlayer ไม่มีธีม, rar ไม่มี, p7zip และ p7zip-plugins)

5. ติดตั้งคณะ gnome-shell-extension ทั้งหลาย

6. ติดตั้ง Theme และ Font ตามชอบ (จะไว้ที่ /usr/share หรือ /home ก็ได้ ถ้าใช้คนเดียวไว้ที่ไหนก็ไม่ค่อยต่างกัน)

7. ติดตั้ง google-droid-*-fonts ทั้งหลาย และเอา Droids Font ของไทยใส่ไปด้วย (ชอบแบบนี้ซะแล้ว)

su -c "ln -s /etc/fonts/conf.avail/10-autohint.conf /etc/fonts/conf.d/"
su -c "ln -s /etc/fonts/conf.avail/10-sub-pixel-rgb.conf /etc/fonts/conf.d/"

Fedora 16 วู้วววววววววววววววววววววว ~

เบื่อ ๆ อยาก ๆ กับ Unity และ Ubuntu เลยลองนั่นลองนี่ไปเรื่อย

ไล่ดูใน DistroWatch มาเรื่อย ๆ Mint ไม่เอา เพราะเล่นมาพักนึงแล้วไม่ปลื้ม เลยลงมาเล็งที่ Fedora และ OopenSUSE ไว้ เอาล่ะ มาลอง Fedora ก่อน

Fedora 16 ออกมาแล้วก่อน Ubuntu 11.10 ใช้ตอนแรกขัดใจเรื่อง Font มาก มันเหลี่ยมจัดแบบรับไม่ได้ (ชินกับการวาดแบบมน ๆ ของ Ubuntu) ก็ใช้ไปได้ไม่ถึงวัน ขัดใจ! เปลี่ยนกลับมาเป็น Ubuntu ก่อน กลับมาตั้งหลัก Continue reading

Ubuntu Today !!!

ห่างหายไปนานแสนนานจนเหมือนจะดองเค็ม 555+ ตอนแรกคิดว่าจะ Discontinued บล็อกนี้ดีไหม .. แต่ Facebook หรือ Social Network อื่น ๆ ก็ไม่สนับสนุนน้ำท่วมทุ่งแบบนี้ รวมถึงเสียดายข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้บันทึกเอาไว้ด้วย เก็บไว้เป็นแหล่งอ้างอิงและอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในอนาคตให้กับตัวเองบ้างก็ดีนะจะว่าไป

อะ เข้าเรื่อง

Ubuntu ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 11.10 หรือ Oneiric Ocelot เวอร์ชั่นที่ใคร ๆ ก็ไม่รักเพราะมันบังคับให้ใช้ Unity 555+ ไปดูที่ Distrowatch สิ LinuxMint ขึ้นอันดับ 1 เฉยเลย ที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจ ของใหม่ ๆ แบบ Unity (หรือแม้กระทั่ง GNOME 3) ต้องอาศัยระยะเวลาในการพิสูจน์ตัวเองอีกซักพัก ซึ่งจริง ๆ แล้วผมว่าสำหรับ Desktop แห่งโลกอนาคต เช่น พวก Tablet อะไรงี้ หน้าตาและลูกเล่นของ Unity กับ GNOME 3 จะเหมาะมาก แต่เมื่อยังอยู่ในยุคเม้าส์และคีย์บอร์ดอย่างนี้ .. อะไรเดิม ๆ แบบ GNOME 2 หรือ KDE ตอนนี้ก็พอแล้วมั้ง ??

อาจจะด้วยสาเหตุนี้แหละที่ทำให้ LinuxMint ได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา เพราะ Mint เลือกที่จะเดินทางสายกลาง ใน Lisa หรือ LinuxMint 12 ทางทีม Mint ได้เลือกที่จะ “ไม่ใช้” Unity (แหงล่ะ) แต่ใช้ GNOME 3 แบบเดิม ๆ พร้อมเติม Extension MGSE (LinuxMint GNOME Shell extension) ลงไป ส่งผลให้ GNOME 3 กลับมามีหน้าตาแบบเดิม ๆ แต่กระนั้นก็ยังเป็น GNOME 3 ที่ความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ผมใช้ LinuxMint อยู่ครับ แต่ไม่ใช้ MGSE และตอนนี้ก็ติดตั้ง Unity กลับมาแล้ว 555+ คือ ชินกับ Unity แต่ก็แปลกใจว่าทำไมระบบของ Mint มันลื่นกว่า Ubuntu เดิม ๆ ทั้ง ๆ ที่ปกติผมจะรู้สึกว่า Ubuntu เดิม ๆ ลื่นกว่า Mint เสมอ ?? ก็โอเคครับสำหรับ Mint ถ้าไม่ขอบ Unity ทางนี้มีให้เลือกทั้ง GNOME 3 แบบเดิม ๆ หรือแบบแต่งหน้าทาปากแล้ว รวมถึง MATE หรือ GNOME 2 ที่ fork โครงการออกไปทำต่อก็มีเหมือนกัน เรียกได้ว่า Mint ได้เลือกทางเดินของตัวเองชัดเจนขึ้นอีก 1 ก้าว ข้อเสียข้อเดียวของ Mint ตอนนี้ก็คือ มันไม่สามารถอัพเกรดแบบไม่ลงใหม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของ Distro ที่ปรับแต่งมา อยากให้อนาคต Mint เลือกที่จะเป็นต้นน้ำเอง แต่ด้วยทรัพยากรคงเป็นไปไม่ได้ การเป็นลูกไล่ของ Ubuntu ไปเรื่อย ๆ แบบนี้อาจจะเหนื่อยใจการหาจุดต่าง แต่ความยั่งยืนทาง System และ Package นั้นมั่นคงกว่าออกมาสร้าง Distro เองอย่างแน่นอน

สนใจ LinuxMint ไปเที่ยวเล่นและหาดาวน์โหลดได้ที่ http://www.linuxmint.com หรือจะโหลดจาก mirror ในไทยก็เร็วดีครับ ผมโหลดของ ม.เกษตร ลองหา ๆ ดูไม่น่ายาก ~

GNOME 3 สงสัยจะเกิดลำบาก!!

พอดี GNOME 3 ออกแล้ว (จริง ๆ) ก็เลยลองคิดอะไรเล่น ๆ ดู แล้วก็พบว่า งานนี้ “สงสัย” GNOME 3 จะเกิดลำบาก!!

แต่เดิมนั้น GNOME ต่อสู้เคียงข้างกับ KDE มาอย่างบากบั่น ฝ่ายหลังได้รับความนิยมมากกว่า อันเนื่องมาจากความสามารถในการปรับแต่งที่หลากหลายกว่า Application ที่มากและมีประสิทธิภาพมากกว่า และมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Windows มากกว่า จึงดึงดูดทั้ง End User และ Advanced User ได้มากกว่าฝ่ายแรกที่มักจะมาในรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่เกิน (และขาดอยู่บ่อย ๆ)

จนถึงการมาของ Ubuntu ที่พลิกโฉม Linux เดิม ๆ ที่มักจะใหญ่ บวม Ubuntu ได้เลือกสิ่งที่คิดว่า “ดีที่สุด” มาให้ใน CD เพียงหนึ่งแผ่น ซึ่งในเวลานั้นน้อยดิสโทรนักที่จะทำได้ (หรือคิดจะทำ) และบังเอิญ Ubuntu เลือก GNOME 2 มาใช้เป็น Desktop Environment เพียงหนึ่งเดียว ไม่มีตัวอื่นมาให้ในแผ่น ไม่มีตัวอื่นในชื่อ Ubuntu ดังนั้น เมื่อ Ubuntu ได้รับความนิยมมากถึงมากที่สุดในเวลานี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Ubuntu ประสบความสำเร็จก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า GNOME เป็นหนึ่งในนั้น และในทางกลับกัน ที่ GNOME กลับมาเปรี้ยงอีกครั้ง ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเพราะ Ubuntu

ทั้ง GNOME และ Ubuntu เดินทางร่วมกันอย่างยาวนาน หลายปีที่ผ่านมา GNOME ประสบปัญหาการออกเวอร์ชั่นใหม่ที่ล่าช้า เพราะ GNOME นั้นใหญ่ และรายละเอียดเล็กน้อยต่าง ๆ ที่ต้องเก็บให้เรียบร้อย การเปลี่ยนเวอร์ชั่นจาก 2 เป็น 3 นั้น ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งก็คือ Library หรือ lib เดิม ๆ ที่ใช้กันมาอย่างยาวนานนั้นจะใช้ไม่ได้ใน GNOME 3 ดังนั้นกว่าจะออก 3 ได้ ทางทีมจึงต้องสะสางปัญหา lib โบราณต่าง ๆ ให้หมด จึงกินเวลายาวนานขนาดนี้

ในที่สุด Ubuntu เลือกที่จะไม่รอ ไม่รอมานานแล้ว เพราะ Ubuntu ได้คิดระบบ Desktop Environment ใหม่ที่ชื่อ Unity ขึ้นมาใช้กับ Ubuntu Netbook Edition ซึ่ง GNOME 2 เดิม ๆ มันไม่สามารถตอบสนองได้ดีบนหน้าจอเล็ก ๆ แบบนั้น คิดไปคิดมา GNOME 3 ไม่มาซักที กอรปกับแนวคิดคงไม่เข้ากันหลาย ๆ อย่าง Unity เลยกลายมาเป็น Desktop หลักใน Ubuntu ซะงั้น และทำให้ Ubuntu เปลี่ยนชื่อเรียก Edition ต่าง ๆ ไปเลย เนื่องจาก Ubuntu ตั้งแต่ 11.04 จะไม่มี Netbook Edition แล้ว ดังนั้น Ubuntu สำหรับ Desktop จึงใช้ชื่อ “Ubuntu” สั้น ๆ แปลว่าแผ่นเดียวกันลงได้ทั้ง PC และ Netbook ส่วน Server ก็ยังอยู่ดีเหมือนเดิม

ปูประวัติศาสตร์กันมายาวเหยียด กลับมาที่หัวข้อซักที ทำไมผมถึงคิดว่า GNOME 3 จะไม่เกิด ก็เพราะดิสโทรที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช้ แล้วใครจะใช้ล่ะครับ หลายคนอาจจะค้านว่า ก็ Debian ยังใช้อยู่ แต่อย่าลืมว่า Debian เป็น Rolling Release และผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ใน GNOME ใน Debian ไปถึงเวอร์ชั่นไหนแล้ว คาดว่า Debian เวอร์ชั่นหน้าคงได้ใช้ GNOME 3 แต่ดิสโทรที่เอา Debian เป็นต้นน้ำคงรื้อ GNOME 3 ทิ้งกันสนุกสนาน มันไม่ได้รับประกันอะไรได้เลยว่า GNOME 3 จะติดไปกับ Debian อย่างแนบแน่น

เส้นทางของ GNOME 3 คงลำบากน่าดู ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ ถ้ามีโอกาสได้ใช้จะเอามาเทียบกับ Unity อีกทีนะครับ