Archive

Archive for the ‘OS’ Category

Protected: ผมเบื่อ ..

January 7th, 2009
Enter your password to view comments

This post is password protected. To view it please enter your password below:


Ubuntu

Apps of the Year (Ubuntu)

January 3rd, 2009

มีบทความแล้วที่กล่าวแนะนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่ผมใช้บน Ubuntu ไปแล้ว (คลิ๊ก) พอดีกับที่ UbuntuClub บล็อกของคุณมะระได้นำข่าว 10 สุดยอดผลิตภัณฑ์ฝั่ง OpenSource ซึ่งจัดอันดับโดย ChannelWeb เลยเกิดปิ๊งไอเดีย เขียนของตัวเองมั่งดีกว่าว่า App ตัวไหนที่ผมประทับใจในรอบปีที่ผ่านมา

1. GScrot - ScreenShot Tools ตัวนี้เป็นหน้ากากของ Take ScreenShot ที่ติดมากับ Ubuntu อีกทีนึง เรื่องมันเกิดตอนที่อยากจะ Capture ภาพหน้าจอมาเขียนบล็อก ทีนี้ไอ้เจ้า Take ScreenShot เนี่ย มันจับทั้งหน้า แล้วค่อยใช้ GIMP ตัด (อันที่จริง GIMP มันก็จับภาพหน้าจอได้ แต่ไม่ชอบใช้ GIMP!) เลยค้นหาจนเจอเจ้าตัวนี้ ความสามารถอาจไม่เยอะมากมาย เอาแค่มันลาก Capture เฉพาะที่ผมจะเอาได้ก็บุญโขแล้ว

2. Avant Window Navigator & Cairo Dock ทั้งสองเป็นโปรแกรมประเภท Dock โปรโมทว่า “Like Mac OS X” แต่เอาเข้าจริงทั้งสองต่างเติมกันไม่เต็ม .. ยังไงน่ะเหรอ

Avant Window Navigator สามารถแสดงไอคอนเวลาเราเมาท์ไดรฟ์ต่าง ๆ ที่ Dock ได้ แต่ธีมหายาก ไม่ยืดหยุ่น ไม่เด้ง และยังมีปัญหาเรื่องการแสดงผลที่ไม่เนียนเท่าไร

Cairo Dock เด้งดึ๋งสุด ๆ ปรับแต่งได้ละเอียดทุกมุม (จนมันเยอะและยากมากสำหรับมือใหม่) ธีมก็เยอะได้ใจ แต่ไม่สามารถแสดงไดรฟ์ที่เมาท์ได้เหมือน Avant !

ก็เลยใช้สลับไปมา (ตอนนี้ Cairo Dock)

3. Prism ผลิตภัณฑ์จาก Mozilla ดึงเวบลงมาเป็น App ในเครื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เหมือนกับการเปิดใช้งานจาก Web Browser ปกติ หมายความว่าต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเหมือนเดิม แต่การทำงานจะแยกจาก Web Browser ไปเลย ปรับแต่งได้น้อยกว่า Web Browser แต่ก็สะดวกดี ตอนแรกใช้เจ้านี่ดึง meebo มาไว้แชตโดยไม่พึ่ง Firefox แต่หลัง ๆ ใช้ Pidgin แทนแล้วเลยไม่ได้ใช้ Prism อีก (แนะนำไว้เผื่อใครต้องเล่นเวบแอ๊บอะไรที่มันทำให้ Firefox แฮ้งค์ง่าย ๆ ก็จับมาใส่ Prism ซะ จะได้ไม่กระทบหน้าอื่น ๆ)

4. SMPlayer / VLC แนะนำทำไมสองตัวนี้ ใครใช้ลินุกซ์แล้วไม่รู้จักกันบ้าง แต่ที่ยกตำแหน่ง App แห่งปีให้แบบแพคคู่ก็เพราะ … มันต้องอยู่คู่กัน งาน Multimedia ด้านภาพพร้อมเสียงจึงจะสมบูรณ์ ยังไงน่ะเหรอ ? คือถ้าเป็น VCD DVD ไฟล์ MPG DAT AVI แน่นอนว่า SMPlayer ซึ่งเป็น Shell ที่ครอบ MPlayer อีกทีนั้น Handle ได้ดีมาก แล้วทำไมต้องมี VLC ล่ะ ก็เพราะไฟล์ FLV (ที่จิ๊กมาจาก Youtube น่ะสิ !)

เมื่อเปิด FLV ด้วย SMPlayer มันจะหนืด คือภาพไปไม่ทันเสียง งานนี้พระเอกอย่าง VLC จึงต้องขี่ม้าขาวมาช่วยอย่างเสียมิได้

อ๊ะ! แล้วโททึ่ม เอ๊ย! Totem ล่ะ แน่นอนว่า Totem หรือเจ้า Media Player ที่ติดมากับ Ubuntu นั้น “เปิดอะไรก็ได้” จริง ๆ ครับ (ถ้าลง Codec ต่าง ๆ ครบนะ) แต่ข้อเสียคือ ภาพที่ได้มันงดไปซึ่งความงาม (ไม่งดงาม) และมันไม่สามารถแสดงผลแบบ 16:10 (ซึ่งจะทำให้เต็มจอ Wide Screen โดยไม่เหลือขอบดำ) ได้ .. เซ็งเขาไหมล่ะ !

5. Rhythmbox อันที่จริงไม่อยากแนะนำโปรแกรม Native ที่มากับ Ubuntu เลยนะเนี่ย แต่มีเหตุผล ว่าไงลองอ่านกัน

ในบรรดาโปรแกรมฟังเพลงสไตล์ iTunes บนลินุกซ์ ตัวที่มีสีสันน้อยที่สุด (จนน่ากลัว) ก็ Rhythmbox นี่แหละ ซึ่งพยายามหาตัวอื่นมาแทน ผลที่ได้ก็คือ

Banshee ไม่อ่าน ID3Tag (เปลี่ยนไว้ พอลง OS ใหม่มันก็ไม่จำของเดิม) ไม่อ่านภาพปกของเพลง (แม้จะกำหนดไว้ในโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บแล้ว) ไม่สามารถเล่นเพลงแบบ Cross Fader ได้

Songbird แดกแรมเวอร์ เล่น Cross Fader ไม่ได้ หน้าตาไม่ไปทิศทางเดียวกันกับธีมของระบบ (เข้าใจว่าลอก iTunes มาทุกกระเบียด แต่ขอเหอะให้มัน Native กะธีมหน่อยได้ม๊ายยยย)

ทั้งหมดนี้ทำให้ต้องกลับมาใช้ Rhythmbox โปรแกรมฟังเพลงเปลี้ย ๆ ที่บังเอิ๊ญ.. หาปกอัลบั้มที่วางไว้ในโฟลเดอร์เจอ อ่าน ID3Tag ได้ไม่มีงอแง ใช้แรมในระดับที่พอดี ที่สำคัญ Cross Fader ได้ !

6. Sun xVM Virtualbox หรือ VirtualBox เวอร์ชั่นที่ไม่ OpenSource นั่นเอง ตัวนี้ไม่อยู่ใน Repository ของ Ubuntu ครับ ต้องไปขโมย เอ๊ย! ดาวน์โหลดจากเวบ www.virtualbox.org มาเอง (อันที่จริงเค้ามี Repo ให้ใช้ apt-get เอาก็ได้) เวอร์ชั่นนี้เคยแนะนำกันแล้ว (คลิ๊ก) ที่จำเป็นต้องใช้ตัวนี้แทน VirtualBox OSE เพราะ OSE ใช้ USB ไม่ได้ สำคัญมากนักเพราะจะใช้ Sync ไอ้ป๊อดกะ iTunes ซึ่งอย่างที่รู้ ๆ กันล่ะว่า iTunes ไม่มีบนลินุกซ์ งานนี้เลยต้องเล่นท่ายากกันหน่อย เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ (เหมือนกับว่า) จะฟังเพลงไม่สะดุดแล้ว ? (เป็นบางที) เอาเป็นว่า มีตัวนี้แล้วสะดวกขึ้นเยอะ (ขั้นต่อไปถ้ามันสามารถใช้ Flash Firmware ของ V8 ได้ จะกราบ 3 ทีแล้วลบ Vista ทิ้งไปเลย หุหุหุ)

7. Ubuntu Tweak ถ้าใช้ Windows คงรู้จักโปรแกรมประเภท Tune Up ต่าง ๆ Ubuntu Tweak เองก็ประมาณนั้น ตัวนี้ใช้ปรับแต่งพื้นฐานจำพวก Start Up หรือไฟล์ใน Home Folder หรือจะใช้จัดการโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่นอก Repository ของ Ubuntu ก็ได้ สะดวกมากไม่ต้องเพิ่ม Source เอง นอกจากนั้นพื้นฐาน (แต่ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่) เช่น ดู Kernel ที่ใช้อยู่ ดูเสปกฮาร์แวร์คร่าว ๆ ก็ทำได้ ก็ต้องขอขอบคุณทีม Ubuntu Tweak ที่ทำให้งานยาก ๆ นั้นง่ายขึ้นนะ

8. Wine เหล่าเซียนมักไม่สนับสนุนให้ใช้ Wine เพราะมันเป็นช่องทางหนึ่งซึ่งจะนำไวรัส (?) และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์มาสู่ Ubuntu สุดที่รัก (อันที่จริงมันเป็นพาหะซะมากกว่า ในกรณีที่อยู่วงแลนเดียวกับเครื่องอื่นที่ใช้ Windows) โดยเฉพาะการใช้ IE4Linux นั้นเป็นพาหะชั้นดีที่นำสิ่งไม่พึงประสงค์มาสู่เครื่องของคุณ แต่ที่ต้องใช้นี่เพราะเกมส์ ! 555+

เกมส์ที่ว่านี่ไม่ใช่เกมส์หนัก ๆ อะไรหรอกครับ ก็ยิ่งหินยิงไข่ธรรมดานี่แหละ รองรับเกมส์ประเภท Puzzle และ Casual ที่ไม่ใหม่มากได้เป็นอย่างดี (ก็พวก Dynamite, Bejeweled, Bookwarm, Zuma ที่ไหวอยู่ ภาพสวยเสียด้วย) ห่างจาก Windows ก็ใช่ว่าจะไม่มีเกมส์ให้เล่นนะคับ

อย่างไรก็ตาม เกมส์ในโลกลินุกซ์นั้นก็เยอะอยู่ (โดยเฉพาะแนวต๊อง ๆ อย่างผมเล่นนี่เยอะใช้ได้) ยังไม่ได้ลองเล่นซักเท่าไรครับ เพราะปกติก็ไม่ได้ติดเกมส์ซักเท่าไร …

สำหรับ Wine นั้น แนะนำว่าให้เพิ่ม Repo จากเวบของ Wine เลย จะดีกว่ารอจาก Repo ของ Ubuntu เพราะอัพเดทเวอร์ชั่นเร็วกว่า นั่นหมายความว่าซัพพอร์โปรแกรมใหม่ ๆ ได้เร็วกว่าด้วย

9. Nautilus Action ! สิ้นคิดมากข้อนี้ 555+ ใคร ๆ ก็รู้จักวุ้ย แต่ผมปลื้มจริง ๆ เพราะมันเติมเต็มสิ่งที่หายไปให้กลับมา (อะไรหรือที่หายไป ?)

ใน Windows เวลาที่เราคลิ๊กขวาที่รูปภาพจะมีคำสั่งประมาณ “Set as Wallpaper” ให้ ซึ่งสะดวกมาก แต่ Nautilus ดั๊นไม่ยอมมี ต้องให้ติดตั้ง Plug In เพิ่มเอง ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร ติดตั้ง nautilus-wallpaper จาก apt-get หรือ Synaptic ได้เลย

นอกจาก Set as Wallpaper แล้ว สำหรับคนที่ใช้ชีวิตติด “เทอร์” (เทอร์มินอล) คงประสบปัญหาอย่างมากในการจะ cd เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ต้องการ ยิ่งลึกยิ่งพิมพ์กันยาว ผิดนิดผิดหน่อยก็ไม่ได้ งานนี้โลกไม่ได้โหดร้ายจนเกินไป เพราะมีคนทำปลั๊กอิน “Open In Terminal” ไว้ให้แล้ว แค่ติดตั้ง nautilus-open-terminal เท่านั้น จากนี้ต่อไปเวลาคลิ๊กขวาที่ว่าง ๆ ในโฟลเดอร์ใด ก็สามารถสิ่งเปิด Terminal โดยให้เริ่มจากโฟลเดอร์นั้นได้เลย สะดวกสบายมากมาย (ว่าแต่ทำไมไม่มีมาให้ตั้งแต่แรกว๊า..)

หมดมุขแล้วครับ อันนี้แนะนำแบบแปลก ๆ ออกจากพื้นฐานที่หลายท่านก็คงรู้จักหรือใช้กันอยู่ จะออกแนวสวยงาม และสะดวกสบายซะมากกว่าเน้นสมรรถนะ ก็ให้หลากหลายครับ แต่ที่แน่ ๆ รอบปีที่ผ่านมาประทับใจ App ที่อยู่ใน 9 ข้อที่แนะนำมามาก เพราะมันทำให้การใช้งาน Ubuntu รื่นรมณ์ขึ้นมาเยอะเลย ;-)

Software, Ubuntu ,

บันทึกการผจญภัย OpenSUSE, Ubuntu และ Fedora

January 2nd, 2009

SUSE says ‘I am BEAUTIFUL … So U Don’t TOUCH Me !’

อาการเบื่อ ๆ อยาก ๆ ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้คิดนอกใจ Ubuntu ขนานใหญ่ โดยตั้งใจจะเปลี่ยนบ้าง

อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบกันว่า Gnome ทุกวันนี้มันเริ่มเทอะทะ และไม่เป็นมิตรกับเครื่องเก่า ๆ ซักเท่าไร (ซึ่งอันที่จริง Core2 Duo T8100 กับแรม 3 กิ๊ก นี่ถือว่าไหวอยู่นะ) เห็นน้อง WillWill ว่าไว้ว่า Fedora นั้นเร็วได้ใจ ส่วนพี่ gumara ก็หนีไปใช้ OpenSUSE ซะแล้ว ท่านอื่น ๆ ก็หนีไปใช้จ้าวอื่นกันบ้าง ไอ้เรารึก็ประเภทว่าขี้เบื่อ ไหน ๆ แล้วลองหน่อยละกัน

ปัญหาอย่างนึงของ JoyBook S32W LM-24 คือ มันใช้ชิปไวเรสของ Atheros ซึ่งถ้าขยับเป็น LM-25 จะเป็น Centrino แท้ คือ ใช้ชิบ Intel ถามว่าชิบ Intel ดีกว่ายังไง ก็ตรงที่ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่อง Driver ไงครับ

ใน Fedora และ OpenSUSE ไม่ได้รวม proprietary มาให้ เนื่องจากว่ามันไม่ open source ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม Ubuntu ถึงรวมมา (นี่ล่ะมั้งที่เค้าว่ากันว่า Ubuntu นั้นเทานิด ๆ ถ้าอยากได้บริสุทธิ์จริง ๆ ต้อง Gobuntu !) หมายความว่าต้องทำหลังการติดตั้งเอง ซึ่งอาศัย EDGE จากโทรศัพท์มือถือได้ ก็เลยลองของหน่อย

ขั้นแรกกับ Fedora 10 พบว่าการใช้งานนั้นสะดวกสบายน้อยมาก … หากจะว่า Ubuntu หน้าตาประหลาดไปจากอารยธรรม Windows แล้ว Fedora นี่ยิ่งแล้วใหญ่ อันที่จริงก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่แน่ ๆ เครื่องมือที่จะใช้แก้ไข Sources ในการอัพเดทโปรแกรมเองนั้นไม่มีแบบที่เป็น GUI ดังนั้นจึงต้องบอกลา เพราะเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Update Source ในไทยไม่ได้จะมีประโยชน์อะไร ช้าตายเลย …

ต่อมาจัดการติดตั้ง OpenSUSE 11.1 ลงไป ข่าวร้ายที่ตามมาก็คือ ยังไม่มีใคร Build Package ของ MadWifi สำหรับ 11.1 ขึ้นมา และก็ไม่สามารถเอาของเก่ามาใช้ได้ เพราะ Kernel Version ต่ำกว่า ทดลองขั้นสุดท้ายคือดาวน์โหลด Source ของ MadWifi มา Compile ใช้เอง ก็ยังหาไม่เจอ งานนี้ไม่ต้องพึ่ง nDisWrapper เลย เพราะหน้าเวบของ OpenSUSE บอกไว้แล้วว่าโอกาสจะสำเร็จน้อยกว่า Compile ใช้เองเสียอีก จบกัน!

ปัญหาใหญ่ของ Linux ณ วันนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ Hardware นี่ล่ะครับ มันไม่ได้ง่ายเหมือน Windows ที่ซื้อฮาร์ดแวร์อะไรมา (เกือบทั้งหมด) ก็ใช้ได้ ไดร์เวอร์พร้อมสรรพ แต่ Linux นั้นกลับกัน คือต้องเริ่มดูจาก Linux ที่เราเลือกมันรู้จักอุปกรณ์ใดบ้าง จึงค่อยหามาใช้ ไม่งั้นซื้อมาสุ่มสี่สุ่มห้า ปวดหัวกันตายเลย …

นึกถึงคำพูดของ Mark Shuttleworth ท่านศาสดาของ Ubuntu ที่ว่าจะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืมอย่าง Mac ผมว่างานนี้ไม่ง่าย เพราะ Ubuntu ไม่ใช่ระบบปิดแบบเครื่อง Mac ดังนั้นทางเดียวที่ผู้ใช้จะ Feel Best ได้ระดับ Mac ได้ Canonical คงต้องทำเครื่องขายเอง (ประมาณ gOS นั่นแหละ) และที่แน่ ๆ คงต้องควบคุม Software ให้ปิดเกือบสนิทอย่างชุด iLife , iWork อะไรประมาณนั้นล่ะครับ ซึ่ง… ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เอาล่ะ ในที่สุดก็กลับมาใช้ Ubuntu (ทั้งที่จริงตอนนี้ตะขิดตะขวงใจหน่อย ๆ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย) และพบว่านี่ล่ะคือ Linux ที่เหมาะกับทุกคนจริง ๆ เอากันง่าย ๆ เลยคือปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่มันจะน้อยได้แล้ว (หรือสำหรับเราคนเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องลองกันเองนะ ;-) )

Blog, Browser, Internet, Life, Linux, Music Video, OS, Software, Ubuntu, Windows , ,

สวัสดีปีใหม่คร๊าบบบบบบ

January 1st, 2009

ปีใหม่ปีนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ดลบันดาลให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนมีความสุขมาก ๆ คิดหวังสิ่งใดให้สมปราถนา การงาน อาชีพ ปัจจัยสี่ อย่าได้ขาดได้เดือดร้อน และขอให้พ้นจากทุกข์ มีความสุขเพิ่มขึ้น ยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับผม

ปีใหม่นี้ ข่าวไอที + ตลาดคอมมิวนิเคชั่น น่าจะยังคงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เช่น TrueMove กับ iPhone ต้นเดือนมกราคานีคนที่จองได้ก็จะรับเครื่องกันไปแล้ว เรื่อง 3G ที่ยังลูกผีลูกคน หรือมือถือจอสัมผัสหลาย ๆ ตัว จากหลาย ๆ ค่ายที่กระหน่ำกันออกมาในช่วงนี้ และที่กำลังจะวางขาย คงสมใจใครหลาย ๆ คนกันแล้ว

แวดวง OS ต่าง ๆ หลายคนเฝ้าจับตา Windows 7 ซึ่งผมลองแล้วพบว่า นี่แหละคือ Vista ที่เสร็จสมบูรณ์ (แปลว่า Vista ที่เราใช้กันทุกวันนี้เหมือนยังทำไม่เสร็จ !) และที่ผมใจจดใจจ่อคือ การพัฒนาของ Ubuntu ที่ตั้งเป้าจะสร้างความประทับใจกับผู้ใช้ในระดับที่เทียบเท่ากับ OS X ของ Apple นั่นทำให้การจับตามอง Ubuntu 9.04 (กระต่ายผี) นั้นน่าลุ้นอยู่มาก ซึ่งไม่ต้องรอกันนาน ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ก็ได้เห็นกันแล้ว (Apple ก็ยังมี Snow Leopard ที่เป็น 64 bit แท้ ๆ อีกตัวนึงที่จะออก หมู่หรือจ่ารอชมกันได้)

ปีนี้ขอให้แวดวงไอทีมีข่าวดีเยอะ ๆ ให้มีเทคโนโลยีทันชาวบ้านต่างเมืองเค้าซะที จะเป็นพระคุณ … สาธุ !

Apple, Mobile Phone, OS , , , , ,