Listen
ฟังไว้ .. ซักวันถ้าฉันเจอเส้นทางของฉัน ถ้าฉันเจอคนที่ฉันไว้ใจ (มากกว่าคนกาก ๆ อย่างเธอ) ฉันจะไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ฟังไว้ .. ซักวันถ้าฉันเจอเส้นทางของฉัน ถ้าฉันเจอคนที่ฉันไว้ใจ (มากกว่าคนกาก ๆ อย่างเธอ) ฉันจะไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
อาการเบื่อ ๆ อยาก ๆ ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้คิดนอกใจ Ubuntu ขนานใหญ่ โดยตั้งใจจะเปลี่ยนบ้าง
อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบกันว่า Gnome ทุกวันนี้มันเริ่มเทอะทะ และไม่เป็นมิตรกับเครื่องเก่า ๆ ซักเท่าไร (ซึ่งอันที่จริง Core2 Duo T8100 กับแรม 3 กิ๊ก นี่ถือว่าไหวอยู่นะ) เห็นน้อง WillWill ว่าไว้ว่า Fedora นั้นเร็วได้ใจ ส่วนพี่ gumara ก็หนีไปใช้ OpenSUSE ซะแล้ว ท่านอื่น ๆ ก็หนีไปใช้จ้าวอื่นกันบ้าง ไอ้เรารึก็ประเภทว่าขี้เบื่อ ไหน ๆ แล้วลองหน่อยละกัน
ปัญหาอย่างนึงของ JoyBook S32W LM-24 คือ มันใช้ชิปไวเรสของ Atheros ซึ่งถ้าขยับเป็น LM-25 จะเป็น Centrino แท้ คือ ใช้ชิบ Intel ถามว่าชิบ Intel ดีกว่ายังไง ก็ตรงที่ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่อง Driver ไงครับ
ใน Fedora และ OpenSUSE ไม่ได้รวม proprietary มาให้ เนื่องจากว่ามันไม่ open source ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม Ubuntu ถึงรวมมา (นี่ล่ะมั้งที่เค้าว่ากันว่า Ubuntu นั้นเทานิด ๆ ถ้าอยากได้บริสุทธิ์จริง ๆ ต้อง Gobuntu !) หมายความว่าต้องทำหลังการติดตั้งเอง ซึ่งอาศัย EDGE จากโทรศัพท์มือถือได้ ก็เลยลองของหน่อย
ขั้นแรกกับ Fedora 10 พบว่าการใช้งานนั้นสะดวกสบายน้อยมาก … หากจะว่า Ubuntu หน้าตาประหลาดไปจากอารยธรรม Windows แล้ว Fedora นี่ยิ่งแล้วใหญ่ อันที่จริงก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่แน่ ๆ เครื่องมือที่จะใช้แก้ไข Sources ในการอัพเดทโปรแกรมเองนั้นไม่มีแบบที่เป็น GUI ดังนั้นจึงต้องบอกลา เพราะเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Update Source ในไทยไม่ได้จะมีประโยชน์อะไร ช้าตายเลย …
ต่อมาจัดการติดตั้ง OpenSUSE 11.1 ลงไป ข่าวร้ายที่ตามมาก็คือ ยังไม่มีใคร Build Package ของ MadWifi สำหรับ 11.1 ขึ้นมา และก็ไม่สามารถเอาของเก่ามาใช้ได้ เพราะ Kernel Version ต่ำกว่า ทดลองขั้นสุดท้ายคือดาวน์โหลด Source ของ MadWifi มา Compile ใช้เอง ก็ยังหาไม่เจอ งานนี้ไม่ต้องพึ่ง nDisWrapper เลย เพราะหน้าเวบของ OpenSUSE บอกไว้แล้วว่าโอกาสจะสำเร็จน้อยกว่า Compile ใช้เองเสียอีก จบกัน!
ปัญหาใหญ่ของ Linux ณ วันนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ Hardware นี่ล่ะครับ มันไม่ได้ง่ายเหมือน Windows ที่ซื้อฮาร์ดแวร์อะไรมา (เกือบทั้งหมด) ก็ใช้ได้ ไดร์เวอร์พร้อมสรรพ แต่ Linux นั้นกลับกัน คือต้องเริ่มดูจาก Linux ที่เราเลือกมันรู้จักอุปกรณ์ใดบ้าง จึงค่อยหามาใช้ ไม่งั้นซื้อมาสุ่มสี่สุ่มห้า ปวดหัวกันตายเลย …
นึกถึงคำพูดของ Mark Shuttleworth ท่านศาสดาของ Ubuntu ที่ว่าจะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืมอย่าง Mac ผมว่างานนี้ไม่ง่าย เพราะ Ubuntu ไม่ใช่ระบบปิดแบบเครื่อง Mac ดังนั้นทางเดียวที่ผู้ใช้จะ Feel Best ได้ระดับ Mac ได้ Canonical คงต้องทำเครื่องขายเอง (ประมาณ gOS นั่นแหละ) และที่แน่ ๆ คงต้องควบคุม Software ให้ปิดเกือบสนิทอย่างชุด iLife , iWork อะไรประมาณนั้นล่ะครับ ซึ่ง… ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เอาล่ะ ในที่สุดก็กลับมาใช้ Ubuntu (ทั้งที่จริงตอนนี้ตะขิดตะขวงใจหน่อย ๆ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย) และพบว่านี่ล่ะคือ Linux ที่เหมาะกับทุกคนจริง ๆ เอากันง่าย ๆ เลยคือปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่มันจะน้อยได้แล้ว (หรือสำหรับเราคนเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องลองกันเองนะ
)
Blog, Browser, Internet, Life, Linux, Music Video, OS, Software, Ubuntu, Windows
ดับความฮ้อนนนนนน ของบล็อกนีสสสส นุง
Title : Suga Mama
Artist : Beyonce
Album : B’Day
Years : 2006