Archive

Archive for the ‘Life’ Category

บันทึกการผจญภัย OpenSUSE, Ubuntu และ Fedora

January 2nd, 2009

SUSE says ‘I am BEAUTIFUL … So U Don’t TOUCH Me !’

อาการเบื่อ ๆ อยาก ๆ ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้คิดนอกใจ Ubuntu ขนานใหญ่ โดยตั้งใจจะเปลี่ยนบ้าง

อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบกันว่า Gnome ทุกวันนี้มันเริ่มเทอะทะ และไม่เป็นมิตรกับเครื่องเก่า ๆ ซักเท่าไร (ซึ่งอันที่จริง Core2 Duo T8100 กับแรม 3 กิ๊ก นี่ถือว่าไหวอยู่นะ) เห็นน้อง WillWill ว่าไว้ว่า Fedora นั้นเร็วได้ใจ ส่วนพี่ gumara ก็หนีไปใช้ OpenSUSE ซะแล้ว ท่านอื่น ๆ ก็หนีไปใช้จ้าวอื่นกันบ้าง ไอ้เรารึก็ประเภทว่าขี้เบื่อ ไหน ๆ แล้วลองหน่อยละกัน

ปัญหาอย่างนึงของ JoyBook S32W LM-24 คือ มันใช้ชิปไวเรสของ Atheros ซึ่งถ้าขยับเป็น LM-25 จะเป็น Centrino แท้ คือ ใช้ชิบ Intel ถามว่าชิบ Intel ดีกว่ายังไง ก็ตรงที่ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่อง Driver ไงครับ

ใน Fedora และ OpenSUSE ไม่ได้รวม proprietary มาให้ เนื่องจากว่ามันไม่ open source ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม Ubuntu ถึงรวมมา (นี่ล่ะมั้งที่เค้าว่ากันว่า Ubuntu นั้นเทานิด ๆ ถ้าอยากได้บริสุทธิ์จริง ๆ ต้อง Gobuntu !) หมายความว่าต้องทำหลังการติดตั้งเอง ซึ่งอาศัย EDGE จากโทรศัพท์มือถือได้ ก็เลยลองของหน่อย

ขั้นแรกกับ Fedora 10 พบว่าการใช้งานนั้นสะดวกสบายน้อยมาก … หากจะว่า Ubuntu หน้าตาประหลาดไปจากอารยธรรม Windows แล้ว Fedora นี่ยิ่งแล้วใหญ่ อันที่จริงก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่แน่ ๆ เครื่องมือที่จะใช้แก้ไข Sources ในการอัพเดทโปรแกรมเองนั้นไม่มีแบบที่เป็น GUI ดังนั้นจึงต้องบอกลา เพราะเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Update Source ในไทยไม่ได้จะมีประโยชน์อะไร ช้าตายเลย …

ต่อมาจัดการติดตั้ง OpenSUSE 11.1 ลงไป ข่าวร้ายที่ตามมาก็คือ ยังไม่มีใคร Build Package ของ MadWifi สำหรับ 11.1 ขึ้นมา และก็ไม่สามารถเอาของเก่ามาใช้ได้ เพราะ Kernel Version ต่ำกว่า ทดลองขั้นสุดท้ายคือดาวน์โหลด Source ของ MadWifi มา Compile ใช้เอง ก็ยังหาไม่เจอ งานนี้ไม่ต้องพึ่ง nDisWrapper เลย เพราะหน้าเวบของ OpenSUSE บอกไว้แล้วว่าโอกาสจะสำเร็จน้อยกว่า Compile ใช้เองเสียอีก จบกัน!

ปัญหาใหญ่ของ Linux ณ วันนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ Hardware นี่ล่ะครับ มันไม่ได้ง่ายเหมือน Windows ที่ซื้อฮาร์ดแวร์อะไรมา (เกือบทั้งหมด) ก็ใช้ได้ ไดร์เวอร์พร้อมสรรพ แต่ Linux นั้นกลับกัน คือต้องเริ่มดูจาก Linux ที่เราเลือกมันรู้จักอุปกรณ์ใดบ้าง จึงค่อยหามาใช้ ไม่งั้นซื้อมาสุ่มสี่สุ่มห้า ปวดหัวกันตายเลย …

นึกถึงคำพูดของ Mark Shuttleworth ท่านศาสดาของ Ubuntu ที่ว่าจะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืมอย่าง Mac ผมว่างานนี้ไม่ง่าย เพราะ Ubuntu ไม่ใช่ระบบปิดแบบเครื่อง Mac ดังนั้นทางเดียวที่ผู้ใช้จะ Feel Best ได้ระดับ Mac ได้ Canonical คงต้องทำเครื่องขายเอง (ประมาณ gOS นั่นแหละ) และที่แน่ ๆ คงต้องควบคุม Software ให้ปิดเกือบสนิทอย่างชุด iLife , iWork อะไรประมาณนั้นล่ะครับ ซึ่ง… ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เอาล่ะ ในที่สุดก็กลับมาใช้ Ubuntu (ทั้งที่จริงตอนนี้ตะขิดตะขวงใจหน่อย ๆ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย) และพบว่านี่ล่ะคือ Linux ที่เหมาะกับทุกคนจริง ๆ เอากันง่าย ๆ เลยคือปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่มันจะน้อยได้แล้ว (หรือสำหรับเราคนเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องลองกันเองนะ ;-) )

Blog, Browser, Internet, Life, Linux, Music Video, OS, Software, Ubuntu, Windows , ,

คิดแล้วเหนื่อยจัง เรื่องลิขสิทธิ์เนี่ย …

December 10th, 2008

ว่าจะจบ ไม่เขียนถึงอีกแล้ว เพราะคิดว่าเรื่องอย่างนี้มันควรจะเกิดขึ้นจากการตระหนักของแต่ละคน ไม่ว่าจะตะโกนปาว ๆ อย่างไรก็เสียงแหบเปล่า แต่ที่เขียนวันนี้อีกครั้ง เพราะคิด ๆ แล้วเหนื่อยใจ เหนื่อยจัง เหนื่อยกับตัวเอง …

เหตุมันเกิดเพราะวันนึงก็มานั่งคิดว่าทำไมเราต้องละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่น แล้วถ้าเราจะทำให้ถูกลิขสิทธิ์ล่ะ เราต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

ปัญหาต่อมาคือ ค่าใช้จ่ายเท่านั้นมันจะจำกัดอยู่แค่นั้นได้ไหม ไม่.. เมื่อมีการอัพเดท อัพเกรด เราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายซ้ำเข้าไปอีก ซึ่ง..

ปัญหาต่อไป เมื่อเรามีทางเลือกที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ความเคยชินเดิม ๆ จะหายไป มหกรรมการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จะต้องเริ่มขึ้น และความสะดวกสบาย สิ่งที่เคยทำได้ 100% นั้นจะถูกลดลง เราต้องอยู่กับข้อจำกัดที่ว่า “อันนี้ทำไม่ได้นะ” “เรื่องนี้ทำไม่ได้นะ” ผลคือเราก็ต้องหวนกลับไปหาของเดิม ๆ (ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เค้า) อีกครั้ง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่พยายามเลิกละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะในท้ายที่สุดเราก็ยังต้องพึ่งของละเมิดอีกอยู่ดี

ถ้าเราต้องใช้สิ่งนั้น ๆ ในการทำงาน ในการทำรายได้ แน่นอนว่ามันคงไม่ยุติธรรมนักที่เราจะไปขโมยของใครเค้าใช้ แต่กับเรื่องผู้ใช้ตามบ้าน ที่ใช้กันขำ ๆ ผมก็ยังหาเหตุผลไปบอกพวกเค้าไม่ได้ว่าทำไมต้องจ่ายค่าซอฟท์แวร์ เพิ่มมาจากค่าฮาร์แวร์อีก (ซึ่งก็ไม่ใช่ถูก ๆ) ในเมื่อของฟรี ๆ หรือแผ่นละแค่ 150 - 200 ก็มีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว และยากที่ชักจูงให้ใครคล้อยตามได้ง่าย ๆ

งานนี้ถ้า Freeware หรือ OpenSource Software มันดี เด้ง เช้งวับ ได้เท่าที่เค้าขาย ๆ กัน ปัญหามันอาจจะเบางบาง และเราก็จะสบายใจที่จะใช้ หรือแนะนำได้มากกว่านี้ แต่ ณ วันนี้ก็อย่างที่ผมรู้อยู่แก่ใจ มันยังแทนที่กันไม่ได้เต็ม 100 เราเองหัวเรี่ยวหัวแรงยังไม่อยากจะแนะนำให้เค้าใช้เลย เพราะหันไปทางไหนมันก็ไม่ได้เข้ากับใคร เราไม่ได้มีเวลาที่จะซัพพอร์ตเค้าได้ตลอดถ้าเค้าเจอปัญหา ในขณะที่ตอนนี้ปล่อยให้เค้าใช้กันเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป เวลาเกิดปัญหา ถ้าเราไม่ว่างเค้าก็ยังมีคนอื่นคอยช่วยเหลือ นี่ก็คือปัญหาหรือไม่

เรื่องง่าย ๆ ที่ก็คือการละเมิด เช่น การส่งรายงาน ส่งวิทยานิพนธ์ ต้องเป็นไฟล์ .doc ฟอนต์ Angsana 16 โอเค เป็นไฟล์ .doc ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเรื่องฟ้อนต์ต้อง Angsana 16 นี่เกิดปัญหาทันที ถ้า Windows เครื่องนั้นเถื่อน หมายความว่าฟอนต์นี้ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือในกรณีใช้ Linux ถ้าใช้บนเครื่องที่มี Windows โดยก๊อปปี้ฟ้อนต์มาใช้ ก็เป็นหลักการเดียวกันคือถ้าแท้ก็ไม่ละเมิด แต่ถ้าก๊อปปี้ข้ามเครื่องก็คือละเมิดอีก (แม้ว่าเครื่องที่ก๊อปปี้ข้ามมาจะเป็นลิขสิทธิ์ก็ตาม) นี่คือความลำบาก หรืออะไรกันแน่ มันก็พูดไม่ออกเหมือนกันนะ ถ้าจะมองให้ง่ายมันก็ง่าย แต่ถ้ามองให้ยากมันก็ลำบาก ตะขิดตะขวงใจ หากหาทางออกไม่ได้จริง ๆ คงต้องหา Windows แท้ ๆ มาลงทิ้งขว้างเอาไว้ ก็แค่นั้น …

นี่คือสิ่งที่คิด กังวล และท้อแท้อยู่ครับ คือ ไม่ว่าเราจะพยายามหนี มันหนีไม่พ้น เพราะเรา ๆ ใช้ และกำหนดมันจนเป็นมาตรฐานไปแล้ว โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของใครเขาหรือไม่ ซึ่งมันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนที่จะจ่าย จะบิต จะโหลด ตราบใดที่ไม่มีตำรวจบุกมาจับ

(ตอนนี้ก็อุ่นใจว่า Tahoma ไมโครซอฟท์ให้แจกจ่ายได้ ไหนจะ MP3 ในเครื่องอีกล่ะ เฮ้ออออ!)

Life

Shock !

December 6th, 2008

อ่านเนื้อข่าวที่นี่

อภิสิทธิ์จะเป็นนายกทั้งที ขาวสะอาดกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้ เฮ้อ…

สาธุ! เพื่อแม้วยุบสภาไปเหอะ อย่าให้ไอ้อีพวกนี้มาเกลือกกลั้วกะ ปชป. เลย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเป็นฝ่ายค้านมีแต่คนรัก พอเป็นรัฐบาลเค้าด่ากันทั้งเมือง

ได้พวกรัฐบาลเดิมมา ไม่แคล้วได้คลุกกองเหี้ยเหมือนกัน เซ็งเป็ด ..!

Life ,

10 อันดับเมนูสิ้นคิดของข้าพเจ้า

November 25th, 2008

1. กระเพราหมูกรอบ

2. ข้าวผัด (หมูกรอบ)

3. พริกแกงหมูกรอบ

4. ไข่เจียวหมูสับ

5. ข้าวหมูกรอบ

6. แม๊คนัทเก็ท + French Fired + Coke Zero

7. ราดหน้าหมูหมัก

8. สลัดผัก + ผลไม้

9. ข้าวยำไก่แซ่บ

10. ไส้กรอก หมูยอ โบโลน่า ทอด นึ่ง ปิ้ง

พูดแล้วหิว อิอิอิ

Life