ดูไบฟองสบู่แตก !

ไม่รู้ทำไมสนใจข่าวนี้มากมายเหลือเกิน .. ฟังแล้วมันเหมือนจะไม่เชื่อว่ารัฐที่ร่ำรวยมาก ๆ (ตามภาพที่สร้าง) จะมาเจอจุดจบแบบอนาถอารมณ์เดียวกับประเทศไทยสมัยปี 2540 ดูแล้วเข้าใจเลย เหมือนกันเดี๊ยะ ๆ

ไปอ่านบทวิเคราะห์ในเวบผู้จัดการ มีคอมเม้นต์ที่ 73 ให้ความเห็นได้น่าสนใจมาก (เห็นคนโพสต์บอกว่าไปก็อปปี้เค้ามาอีกที ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นฉบับ แต่อ่านแล้วก็ตกใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ ? และถึงบางอ้อว่าทำไมนักโทษหนีคดีจึงสามารถใช้ชีวิตอย่างหรูหราในดูไบได้สบายอุรา)

ลองไปอ่านดูครับ แล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น (ถ้าเป็นเรื่องจริงอะนะ แต่เห็นเค้าว่าไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านเราเท่าไร เพราะบ้านเรามีไปลงทุนที่นั่นน้อย ธนาคารไทยก็ไม่ได้ปล่อยกู้ให้กับนักธุรกิจที่ไปลงทุนที่นั่น ส่วนเรื่องสินค้าส่งออกถ้าอเมริกาไม่มีปัญหาบ้านเราก็นอนกินสบายอยู่แล้ว ที่น่าห่วงมากกว่าก็คือเวียดนามลดค่าเงินนี่แหละ ข้าวไทยเจอตอเข้าให้แล้ว)

ตามลิ้งค์นี้ไปครับ คลิก

เปลี่ยนมาใช้ openSUSE 11.2 ละครับ

เริ่มเบื่อ Ubuntu แบบว่ามันจำเจ และอยากเรียนรู้บ้าง อะไรบ้าง

การติดตั้งก็ง่าย ๆ สไตล์ Ubuntu แล้วครับ จากเดิมการคอนฟิกจะมาอยู่หลังติดตั้ง เดี๋ยวนี้พี่ท่านให้กรอกเท่า Ubuntu เกือบจะเป๊ะตั้งแต่ก่อนติดตั้ง บู๊ตหนึ่งครั้งมันจะคอนฟิกอัตโนมัติแล้วใช้ได้เลย ก็ดี ๆ

ปัญหาต่อมาคือเรื่อง Font Hinting ที่เข้าขั้นเลวร้าย แก้กันหลายเสต็ปมาก ๆ

1. ทำตามลิ้งค์นี้ (สำหรับ 11.2)

2. ติดตั้ง msttcorefonts (หากหาใน Software Manager ไม่เจอก็ไป 1-Click Install)

3. ใน Firefox ให้เปิด about:config ที่ช่อง Filter ใส่ gfx จะเจอ gtx.use_text_smoothing_setting ดับเบิ้ลคลิกมันจะเปลี่ยนค่าจาก false เป็น true

เรียบร้อยแล้วครับ แต่ก็ยังอ่อนโยนไม่เท่า Ubuntu นะ ถือว่าเน้นกันคนละแบบ ..

……………………….

เรื่องต่อมาคือ Repo ของ openSUSE นั้นต้องอาศัยการ add เยอะมาก การไป 1-Click มาทีนึงก็คือการพ่วง Repo นั้น ๆ เข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะเกิดปัญหาเวลาเปิด Software Manager เพราะมันจะโหลดทุก Repo ทุกครั้ง นั่งรอกันพร้อมกินมาม่าได้เป็นชาม ๆ ถ้าเน็ตไม่เร็วจริง อันที่จริงไปยกเลิกการ Auto Refresh ก่อนเปิด Software Manager ก็ได้ แต่คุณต้องอัพเดท Repo เองบ่อย ๆ (จาก Command Line ก็ได้) ไม่งั้นเข้าไปทีจะกลายเป็นแดนสนธยา มีแต่ของเก่าไม่ทันสมัย

ความประทับใจคือมันไม่ค่อยมีกรรมเมื่อเทียบกับ Ubuntu Karmic ส่วน Banshee นี่ก็ป่วยเหมือนเดิม ช่างหัวมันใช้ Songbird แทนถาวรไปแล้วทั้ง Windows และ Linux หาวิธีใช้ Cairo Dock ได้แล้ว (ง่ายมากโดย 1-Click) นอกนั้นสภาพแวดล้อมแบบ GNOME มันก็ครือ ๆ กันทุกดิสโทร จะมีก็แค่ YaST กับ GNOME Config ที่ยังแยกกันอยู่ บางอย่างก็ต้องไปทำพร้อมกันสองที่ มันก็ไม่ All-in-One เหมือนสาย Debian อะเนอะ ช่างมัน ๆ ไม่ได้หนักหนาเท่าไร

ถ้าใช้ openSUSE ไปซักพักนึง เอาซํกเดือนนึงเต็ม ๆ ได้ก็ถือว่าน่าจะผ่าน ก็จะเหลืออีกหนึ่งหน่อที่ลองกี่ทีก็ท้อทุกทีอย่าง Fedora ไม่รู้ทำไมมันอัพเดทไม่เคยได้เลยก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่รู้จะไปถามใคร ถามพี่กู๋ก็อะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะแก้ปัญหาได้เลย เซ็งเป็ด

ได้ฤกษ์ใช้ Google Chrome แล้ว

ก่อนหน้านี้เกี่ยงงอนกับ Chrome เพราะมันบล็อกโฆษณาไม่ได้ (ถึงทำได้ก็วิธีพิสดารมาก และใช้ได้แต่ Windows) มาในวันนี้มีเว็บไซด์ที่รวบรวม Extensions ต่าง ๆ ของ Chrome เอาไว้และใช้ง่ายสไตล์ Firefox คือ chromeextensions.org ที่สำคัญ ๆ ก็มีพวกบล็อกแฟลช บล็อกโษณา แล้วก็ดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube ส่วนพวกที่เกี่ยวกับ Social Network ก็มี เช่น ตัวที่เชื่อมกับ Facebook และผู้ที่รักการ Tweet ก็มีให้ใช้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้เล่นแล้วเลยไม่ติดตั้งดีกว่า

การใช้งานนั้นแน่นอนว่าลื่นกว่า Firefox แน่ ๆ ด้วยทฤษฎีการแยกแต่ละหน้าเป็นโปสเซสต่างหาก การบริโภคแรมนั้นน้อยกว่า Safari บน Windows แต่เมื่อเทียกับ Firefox แบบองค์รวมนั้นพี่ท่านกินมหาศาลมาก (ตกหน้าละ 80 MB) เปิดพร้อมกันหลาย ๆ หน้าคงไม่เวิร์กแน่ ๆ แต่ข้อสังเกตุคือมันยังเป็นเบต้า ไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง ดังนั้นผิดพลาดกันหน่อยก็คงจะพอให้อภัยได้ล่ะเนอะ

ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาของ Chrome หรือเฉพาะเวอร์ชั่นบน Linux นะครับ (ช่วงนี้ไม่ค่อยได้กลับไปใช้ Windows เลยไม่มีโอกาสได้ลอง)