พรุ่งนี้ผมจะไปเป็น 777 คนที่สอย Windows 7 Home Premium ครับ

@ 11:58 AM

ได้มาแล้วค๊าบบบบบ

ไปนั่งง่อยหน้าพารากอนตั้งแต่ยังไม่ 9 โมงเลย 10 โมงปุ๊บวิ่งตุ้บ ๆ ๆ ขึ้นไปต่อแถว (ก็เพิ่งรู้ว่าพารากอนมันมีชั้น M มาขั้นก่อนถึงชั้น 1 เดินตีนขวิดเลย)

มองด้วยสายตาคนน่าจะประมาณ 150 ครับ คงทยอย ๆ มาและน่าจะสละสิทธิ์กันเยอะ ขั้นตอนง่ายมากครับ ยื่นใบจอง รับคูปอง แล้วก็จ่ายตังค์เป็นอันจบ ได้น้องเขียวมา 1 กล่อง พร้อมหนังสือแนะนำวินโดวส์ 7 โดยคอมพิวเตอร์ทูเดย์ (มีคุ้กกี้แจกด้วย ยังไม่ได้กินเลยแฮะ อิอิอิ)

ตอนบ่าย ๆ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงานมีโน๊ตบุ๊คยี่ห้อต่าง ๆ มากมายมาวางโชว์ให้ดูด้วย (ไม่รู้ขายหรือเปล่า .. ไม่น่าจะ)

งานนี้สารภาพเลยว่า กระวีกระวาดไปซื้อเหมือนคนอยากใช้ อันที่จริงผมไม่คิดจะติดตั้งลงเครื่องเสียด้วยซ้ำ เรื่องของเรื่องคือไม่อยากซื้อเฉพาะฟ้อนต์แยกน่ะครับ ตัวละตั้ง 50 เหรียญ (แล้วใช้ตั้งหลายตัว) เลยซื้อมันทั้ง OS เลย เก็บไว้ในกล่องยังงั้นแหละ ยังไงซะก็เท่ากับว่าเราเป็นเจ้าของฟ้อนต์พวกนี้โดยถูกต้องแล้ว

คิดงี้ .. ไมโครซอฟท์เค้าจะเสียใจมั๊ยน๊อ .. อิอิอิ

ลงทะเบียนไว้ แล้วพอดีไปควานอีแมวเจอ เลยจะไปสอยซักหน่อย

สำหรับวันที่ 31 ตุลาคม (ก็พรุ่งนี้แหละ) ที่จะถึงนี้ ไมโครซอฟท์ประเทศไทยจะทำการเปิดตัว Windows 7 ระบบปฏิบัติการความหวังใหม่ ที่อ่อยให้โหลดมาใช้กันฟรี ๆ ในเวอร์ชั่นต่าง ๆ มากมาย งานนี้จะขายกันแล้ว (และเท่ากับว่าพวกที่ใช้ฟรีกันอยู่ก็เดินทางเข้าใกล้สถานะการใช้ของเถื่อนเข้าไปทุกที) และกิจกรรมร่วมสนุกของไมโครซอฟท์ประเทศไทยก็คือ 777 คนที่ลงทะเบียนในเว็บไซด์จะได้สิทธิ์ในการซื้อ Windows 7 Home Premium แบบ Full License (แบบกล่อง) ในราคาพิเศษเพียง 2,777 บาทเท่านั้น (โดย IT City และยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ที่กระตือรือร้นมาก ๆ นี่เพราะตั้งใจว่าจะซื้ออยู่แล้วล่ะครับ กะราคาไว้ที่ประมาณเกือบ  ๆ 6,000 บาทก็ทำใจว่าเออ .. มันก็ไม่ได้มากมายหรอกถ้าเทียบกับผลประโยชน์ที่เราจะสามารถใช้มันสร้างขึ้นมาได้ แต่พอดีว่าพี่แกเล่นโปรโมชั่นซะถูกขนาดนี้เลยต้องขอหน่อย ประหยัดเงินได้เยอะอยู่

ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้เป็น 777 คนนั้นก็ยังมีแผนสอง เพราะไปลงทะเบียนซื้อในราคา 3,777 ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ราคาหลังไม่น่าสนใจเลยอะคับ เพราะถ้าระดับนี้รวมภาษีอีก ผมว่าซื้อ Professional ไปเลยดีกว่า

เอาเป็นว่า ได้ หรือ ไม่ได้ จะมาบอกนะครับ :-)

เครื่องมือที่ Ubuntu จัดให้แต่ไม่ได้ใช้

ลางเนื้อชอบลางยา และอาจจะเป็นธรรมชาติของคนแต่ละประเทศ ที่วัฒนธรรม ความชอบ ทัศนคติต่างกัน และที่สำคัญ Ubuntu นั้นคนทำเค้าเป็นฝรั่งเมืองผู้ดี ที่ไม่ใช่หัวดำ ตาน้ำตาลแบบคนไทย เลยอาจจะมีอะไรที่เค้าใช้ และเราไม่ใช้มาให้บ้าง ก็ทำไงได้ เราอารยะขัดขืนได้โดยไม่ผิดกติกาอยู่แล้ว

– Evolution ไม่เคยใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมถึงสมัยใช้ Windows ก็ไม่เคยใช้ Outlook ด้วย ตอนเรียนก็ไม่ได้เน้นเรื่องรับส่งอีเมล์มากมาย ทำงานก็ใช้ Lotus Note และผมมีความคิดว่าเอามันไว้ในเว็บนั่นแหละดีแล้ว ย้ายเครื่อง ย้ายที่ก็สบาย ๆ เลยใช้ Gmail มาตลอด

– Empathy IM Chat ของใหม่จาก GNOME ที่ Ubuntu หยิบเข้ามาซักที ไม่ใช้เพราะมันมีบั๊คกับ Proxy และหน้าตาเรียบง่ายเกิน ที่สำคัญคือ ผมใช้เฉพาะโปรโตคอล MSN ดังนั้นหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานลูกเล่น MSN ได้มากที่สุดดีกว่า เลยมาลงตัวที่ Emesene

– F-Spot ใช้บ้าง (ในช่วงหลัง ๆ) ข้อเสียเป้ง ๆ เลยคือ อิมพอร์ตรูปช้ามาก และไม่มีฟังก์ชั่นแก้ไขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้อดีคือ Upload ไปยังเว็บแชร์รูปดัง ๆ อย่าง Picasaweb, Flickr, Smugmug และอื่น ๆ ได้ (แค่นี้แหละที่ว่าดี) ส่วนที่เหนือกว่า Picasa อยู่จุดเดียวคือ มันจัดการ Tags ได้ ในขณะที่ Picasa เวอร์ชั่น Desktop ก็ยังงี่เง่าจัดการเป็นอัลบั้มอยู่นั่นแหละ

– Totem (Movie Player) ข้อเสียคือมัน Simple เกินไป มีความเป็น GNOME เต็มเปี่ยม คือ “ขาด” ความสุนทรี เช่น ปรับหน้าจอเป็น 16:10 ไม่ได้ เมนูคลิกขวาไม่สามารถจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับ Player ได้ คือ มันสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย แต่สำหรับการดูหนัง ดูคลิป ที่ให้ความสุขที่แท้จริง แนะนำโปรแกรมอื่น ๆ ดีกว่า เช่น VLC หรือ SMplayer เป็นต้น

– Rhythmbox อันที่จริงมันเพียงพอ และเหมือน iTunes แทบจะที่สุด (ถ้าไม่นับ Songbird) แต่ข้อเสียมันเหมือน iPod มาก ๆ เลย คือ “เสียง Flat” และ “ไม่เพราะ” อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว อันที่จริงมันมี EQ เป็นปลั๊กอินที่ต้องติดตั้งเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น เช่น Banshee, Amarok หรือ Exaile แล้วมันไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม .. เลยใช้ Banshee แทน หน้าตาคล้าย ๆ กัน บางฟังก์ชั่นก็ง่อยกว่า แต่รักจะใช้ และที่สำคัญ “หน้าตามัน Professional ดี”

– Ubuntu One อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ฝากไฟล์อะไรหรอกครับ ยิ่งด้วยจุดมุ่งหมายของ Ubuntu One ที่เหมือน Dropbox แล้วด้วยยิ่งไม่ได้ใช้ คือ ผมหิ้วโน็ตบุ๊คไปไหนมาไหนตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่มีไม่นานมานี้เกิดกรณีอยากจะฝากไฟล์ไว้ในโฮสต์ซักที่นึงให้เพื่อน ๆ เข้าไปโหลด พอดีว่าไฟล์มันเล็กมากไม่กี่กิโลไบรต์ เลยนึกถึงบริการแนวนี้ Ubuntu One ยังไม่เวิร์ก เพราะมันยังทำไม่เสร็จด้วย และเรื่องการแชร์แบบ Public นั้น Dropbox ยังทำได้ดีกว่า ที่สำคัญ Dropbox ใช้งานผ่าน Proxy ได้ แต่ Ubuntu One ทำไม่ได้ (ทำไมไม่เชื่อมเข้ากับ Network Proxy ของระบบ ไม่เข้าใจ) ดังนั้นเลยต้อง Dropbox เท่านั้น ณ จุดนี้

– Transmission โปรแกรม Bittorent Client ที่หน้าตาเรียบ (เหมือนคนดั้งแหมบ) ก่อนหน้านี้ใช้ Deluge แทน เนื่องจากหน้าตามันดูดีกว่า และบอกรายละเอียดได้ดี (หลับตาแล้วนึกถึง BitComet) แต่ตอนนี้ไม่ใช้อะไรทั้งนั้นครับ เนื่องจากไปวีนคนเช่าหอเรื่องโหลดบิตจนเน็ตล่ม ดังนั้นผมเลยต้องเลิกโหลดไปโดยปริยาย ก็ไม่เป็นไร ฝากพี่ที่ทำงานโหลดได้ครับ บ้านเค้าเน็ต 8 M และเร็วมาก (สงสัยอยู่ใกล้ชุมสาย)

(เกือบทั้งหมด อ้างอิงจาก ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Ubuntu 9.10 อ่านแล้วก็ขำดี)

Ubuntu 9.10 is Out!

ตามมาตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเมื่อเช้า โหลดเสร็จเมื่อเย็น ติดตั้งเสร็จเมื่อทุ่มกว่า ๆ และเพิ่งจะ ณ เวลานี้ที่เข้าเว็บตัวเองได้ (เซิร์ฟเวอร์เน่าแน่ ๆ อย่าบ่อยนักนะ AppServ)

ตามเวลาคงต้องออกแล้ว แต่ป้ายยัง Coming Soon กันอยู่อย่างเนืองนิตย์ ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปโหลดกันได้แล้วที่

http://releases.ubuntu.com/karmic/

หรือ

http://mirror1.ku.ac.th/karmic/

สำหรับ Kubuntu ก็มาแล้ว โหลดได้ อะไรได้ และสำหรับ edition อื่น ๆ เชิญที่ CDImages ครับ

ของใหม่ ๆ ที่งอกมาก็บอกกันไปหลายทีแล้ว

- Ubuntu One ฝากไฟล์ออนไลน์เหมือน Dropbox

- Ubuntu Software Store แหล่งรวม Software ดูง่าย เข้าใจง่าย ใช้ง่าย แต่ Synaptic ดีกว่า

- Empathy IM มาแทน Pidgin ใช้งานวิดีโอแชตได้แล้ว (ไม่รองรับ MSN และมีบั๊คกับ Proxy)

- GNOME Bluetooth ตัวใหม่ที่ใช้งานหูฟัง Bluetooth ผ่านโปรไฟล์ A2DP ได้ง่ายมาก ๆ

– ibus ระบบแป้นพิมพ์ใหม่ (ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามีคุณประโยชน์อันใด ยังไม่ได้ลอง)

และอื่น ๆ อีกมากมาย

ตอนนี้กระแส BSA ไล่จับซอฟท์แวร์เถื่อนกันอุคลุต ปรากฏการณ์ตลก ๆ ที่เห็นก็คือ Ubuntu ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และที่สำคัญ คนไทยยังไงก็เป็นคนไทยอยู่วันยันค่ำ ไอ้เรื่องเงินทองกระเด็นนี่ไม่อยู่ในหัวสมองคนไทยเลยจริง ๆ ไม่เคยใช้ ไม่รู้จัก ก็ยังดันทุรังจะใช้กันเนอะ ซื้อนิดซื้อหน่อยน่าจะไหวน๊า … ยังไงก็ใช้ของเค้าทำมาหากินอยู่แล้วนี่

(โดน Ubuntu หักหลัง แช่ของเสร็จแล้วไว้ตั้งหลายวัน เท่ากับว่าก็ใช้ตัวเต็มมาหลายวันแล้วล่ะ แต่ก็ลงใหม่อยู่ดี เพราะเล่นจนเละ และเทอะทะไปหมดแล้ว อิอิอิ)

Getdeb เค้าแคร์เราด้วยแฮะ ?

ณ วันนี้ ก่อน Finale Release จะออก Getdeb.net เค้าก็เกิดห่วงใยว่าสุขภาพซอฟท์แวร์ และเสถียรภาพของสุขภาพ Ubuntu ของเราจะย่ำแย่ พี่แกเลยเมล์มาเตือนว่ากรุณาติดตั้งใหม่ไปเลย อย่าอัพเกรดนะจ๊ะ เนื่องจากซอฟท์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาจาก Getdeb นั้นไม่ได้รับการทดสอบว่าใช้งานได้เข้าขากันดีกับเจ้าหมีโคอาล่าบ้ากามหรือเปล่า

และถ้าอยากไปหา deb สำหรับ Karmic ก็ไปที่หน้านี้ได้ beta.getdeb.net

ความสะดวกของ Getdeb ที่คนเน็ตแรง ๆ อาจมองไม่เห็นคุณค่า คือมันรวบรวมโปรแกรมต่าง ๆ พร้อมทั้งโปรแกรมพ่วง หรือปลั๊กอินที่สำคัญ เหมาะสำหรับเครื่องที่ไม่ได้ต่อเน็ต เน็ตไม่แรง หรือเอาไปติดตั้งนอกสถานที่ หรือเงื่อนไขใด ๆ ที่ไม่สามารถติดตั้งจาก Repo ได้

นี่คือเมล์ต้นฉบับ

Hello ipex,
you are receiving this email because if you have registered at http://www.getdeb.net .

As you probably already know, Ubuntu 9.10 (Karmic Koala) will be out on the 29th October. If you have *getdeb* packages installed, we strongly advise you to do a fresh install instead of upgrading. Getdeb packages were not tested with the Ubuntu official packages upgrade process.

Also we would like to inform you that since Karmic we will be providing the packages and updates using a regular software source repository. This new system/website is still under development and is available at http://beta.getdeb.net.

If you have web designer skills or just suggestions don’t hesitate to contact us, any help is appreciated.

Best Regards

The GetDeb Team