ไม่รู้จะเขียนไรดี อิอิอิ
……………………………………………………….
เมื่อวานลองติดตั้ง SUSE Linux Enterprise Desktop ไป ด้วยความหวังที่ว่ามันจะ detect ไอ้เจ้า Wireless Card ยี่ห้อ Atheros เจ้าปัญหาของผมเจอ แต่ก็ไม่เจอ 555+
โหลด OpenSUSE 11.1 แบบ Live CD 64 bit มา ไร้ท์ไป 2 แผ่น แต่มันขึ้นเออเรอร์มาบอกว่าหาไฟล์ที่จะบู๊ตจาก Live CD ไม่เจอ ไม่เจอป๊ะเมิงจิ .. ใน VirtualBox ทำไมบู๊ตได้ (ฟระ) ป.ล. ทั้งแผ่นและไฟล์ iso เลยนะ
.
.
.
ดังนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่ผมรู้สึกดีที่จะแนะนำ Ubuntu คือ มันง่ายในทุกกระบวนท่า ปัญหาติ๊งต๊องอย่างนี้ไม่ค่อยมีให้เห็น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ ซึ่งไม่ใช่ความใส่ใจที่มาจากแค่ชุมชนคนใช้ แต่เป็นความใส่ใจที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจระดับบริษัท (ที่ร่ำรวย) พูดง่าย ๆ คือ Ubuntu มีความ “เนี๊ยบ” ที่ดิสโทรอื่น ๆ ไม่มี (ยกเว้นตัวที่เค้าขาย) ซึ่งคำถามของผมคือ เรา ๆ ท่าน ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์ ถ้ามันมีมูลค่า มีราคาที่ต้องจ่าย แล้วทำไมเราต้องมาเรียนรู้ใหม่ ทำไมเราต้องมาอยู่ในโลกที่มีข้อจำกัด ..
เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ เอาเข้าจริงในองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้ Linux กัน หากต้องการการซัพพอร์ตอย่างเป็นการเป็นงาน ก็มักจะใช้ Red Hat หรือ SUSE จาก Novell น้อยคนนักที่จะซื้อซัพพอร์ตจาก Ubuntu อาจจะเป็นเพราะ Canonical ไม่ได้มุ่งตลาดด้านนี้แบบเต็มสูบอย่างอีก 2 ค่ายเค้า แต่แนวโน้มในอนาคตผมคิดว่า Ubuntu จะรุกคืบตลาดเดิม ๆ ของ Red Hat และ SUSE ได้มากขึ้น เหตุเพราะความเคยชินของเหล่าบรรดาคนใช้ที่ได้รับความสะดวกสบายจาก Ubuntu ที่ดิสโทรอื่น ๆ ให้ได้ไม่มากมายเท่านี้
จุดแข็งของ Red Hat และ SUSE ที่โดดเด่น คือ การทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows ถ้า Ubuntu ทำตรงจุดนี้ได้ลื่นเมื่อไร รับรองตลาดระดับ Enterprise สะเทือนแน่นอน
เขียนอะไรก็ไม่รู้ งงตัวเอง ..