[รีวิวนรก] 3 หูฟัง กับ 3 บรรยากาศ

3 หูฟังที่จะเหลากันในวันนี้คือ

  • หูแถม iPod
  • HPM-70 หูแถมของโทรศัพท์ Sony Ericsson
  • Creative EP-630 เบสตุ้บขวัญใจคนยาก

สังเกตุว่า 2 ตัวหลังจะเป็นแบบ In-Ear หรือแบบเสียบเข้ารูหู ผิดกับตัวแรกที่เป็นแบบ Ear-Bud ทั่ว ๆ ไป ความต่างล่ะมันแน่อยู่แล้ว

.

.

ทีนี้จะไม่พูดถึงทฤษฎีใด ๆ คนใช้ชอบแบบไหนก็เสียบเข้าหูไปเหอะ แต่ที่จะเล่านี้คือความรู้สึกที่ผมได้ใช้งาน 3 ตัวนี้มาซักพักนึงครับ

หูแถม iPod = ลำโพงงานวัด : โอ๊ะโอ! มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะ เพียงแต่เปรียบเทียบกับมิติของเสียงน่ะครับ ด้วยความที่มันเป็น Ear-Bud ที่ลักษณะเป็นจานกว้าง ๆ เสียงออกทุกทิศทาง และความที่ธรรมชาติของ iPod เสียงมันจะกลาง ๆ ไม่เน้นด้านใดด้านนึงชัดเจน เสียงเลยออกกว้าง ๆ กระจัดกระจาย ฟังสบาย ๆ เหมือนเปิดเพลงในทุ่งโล่ง ๆ อะครับ ทีนี้มันจะไม่สบาย (ใจ) เวลาฟังพวก Dance หรือ Hip-Hop เพราะเบสหายแซ่บหายสอย

HPM70 vs EP630 = ? : ด้วยความที่มันเป็นหูฟังแบบยัดกระหึ่มหู (In-Ear) เหมือนกัน เสียงมันก็เลยพอ ๆ กัน คือ เบสหนักแน่น แม้เสียงเบสของทั้งคู่จะได้ชื่อว่า “แน่น” เหมือนกัน แต่มันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว อ่านรายละเอียดของแต่ละตัวเลยแล้วกัน

  • HPM70 : ส่งประกวดโดย Sony Ericsson มักจะแถมกับ W Series รุ่นกลางถึงท๊อป (ในอดีต ปัจจุบันรุ่นท๊อปแทนที่ด้วย HPM77 บ้างแล้ว) เสียงของตัวนี้คงรู้กันดีว่า “เบสบวม” มาก ๆ เสียงกลางหาย คือ เสียงมันไม่สม่ำเสมออะครับ เหมาะมากสำหรับคนชอบเบส บรรยากาศเวลาใช้เจ้าตัวนี้ฟังพวก Hip-Hop, R&B หรือ Dance นี่ ในเธคชัด ๆ !
  • EP630 : ของดีในตำนานของ Creative (ตอนนี้ก็ยังมีขาย) ราคาไม่แพง เสียงโดยรวมเบสกระจุย แต่ไม่บวมเหมือน HPM70 เสียงกลางไม่หาย พูดง่าย ๆ ว่าอยู่ตรงกลางระหว่างหูแถม iPod กับ HPM70 แต่ทว่าหูฟังตัวนี้เหมาะกับ iPod เท่านั้นนะครับ เพราะลองเอาไปใช้กับ Sony Ericsson W610i แล้ว เสียงมันแปลก ๆ มันไม่สุดเหมือนใช้หูฟังคู่ตัวมัน ก็แปลกดี … (อ้อ! สำหรับเสียงของตัวนี้ เปรียบได้ดั่งเสียงเพลงในคลับครับ คือ ฟังสบาย ๆ ในสถานที่ปิด เสียงเบสมี เสียงกลางไม่หาย อะไรประมาณนี้)

…………………………………………………………………….

จบแล้วครับรีวิวนรก … นรกจริง ๆ งานนี้ รูปเริ่ปก็บ่มี (ก็แหม.. ของดังใคร ๆ ก็ต้องเคยเห็นเนอะ!)

Next Linux Will I Use ?

ฮั่นแน่ …

เลิกกะ openSUSE ไปซะยังงั้น เอ๊ะ ! ทำไม

.
.

ก็เนื่องจากว่าต้องการใช้ GNOME 2.26 บน openSUSE 11.1 ที่ฐานของมันเป็นเวอร์ชั่น 2.24 ดังนั้นความลำบากจึงบังเกิด อย่างที่บอกไปแล้วว่าถึงแม้จะมี 1-Click Install ให้ใช้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์ และเมื่อปรับแต่งไปมากเข้า ก็เน่าเข้าขั้นไปใหญ่โต ล่าสุดเมื่อเช้าของวันที่ 24 ที่ผ่านมา หลังจากชัตดาวน์เครื่องจากที่ทำงานแล้วไปเปิดที่หอพัก ปรากฎว่า

“คีย์บอร์ดภาษาไทยหายไป !!!” แบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ไม่มีฟลุ๊ต ไม่มีแตรวง หรือไม่มีอะไรทั้งนั้น (จะอารัมภบทเยอะไปไหน)

ค้นหาทุกกระบวนท่าที่จะแก้ไขปัญหา ขนาด search ว่าจะเอาของ openSUSE นะ มันยังโถล่โถ่ทิ่มเอาของ Ubuntu มาให้ซะงั้น ไม่ไหวจะเคลียร์ …

ดังนั้น เลยจัดการลง Ubuntu 9.04 ไปซะ ก็ดั๊น… ลืมแผ่นไปที่ทำงานอีก เลยควานหาของเก่า ๆ เจอ Daily Build ของวันที่ 1 เมษายน เอาซะหน่อย เพราะลงตัวล่าสุดไปมันก็ให้ Compiz ที่มีบั๊คกะการ์ดจอผมมาอยู่ดี

วิธีการคือลง Build เก่า แล้วสั่งอัพเดทโดยไม่ยุ่งกะ Compiz เรียบร้อย … ได้ใช้ 9.04 Jaunty Jackalope ตัวเต็ม ๆ ที่ไมมีปัญหากะ Compiz อิอิอิ

.
.

เข้าหัวข้อ Next Linux Will I Use ?

ตั้งให้ทายกันเล่น ๆ ไปงั้นแหละครับ มันจะเหลืออะไรล่ะ ถ้าย้อนไปดู 7 Distro ในดวงใจก็ 1 ในนั้นแหละครับ เอาล่ะ.. ไม่ต้องทายหรอก บอกเลยแล้วกัน Continue reading

ใช้ยากใช้เย็น : openSUSE

เป็นบล็อกชื่นชม openSUSE 555+

……………………………………………….

วันนี้ได้เปลี่ยนเวอร์ชั่นของ openSUSE จาก 32 bit ไปเป็น 64 bit เนื่องจากรู้สึกว่าตัว i586 หรือ 32 bit ของ openSUSE มันอืดผิดปกติ

.

.

เล่าความลำบากให้ฟังละกันนะครับ

1. ติดตั้งเสร็จ Wifi ใช้ไม่ได้ ต้องติดตั้ง MadWifi เอง ทำตามเสต็ปง่าย ๆ ในเวบของ openSUSE ก็ไม่ได้ ต้องควานหาวิธีการเอง (คอมไพล์เองอีกตะหาก) อีกทั้งต้องติดตั้ง kernel source ก่อน .. วุ่นวายมากมายมหาศาล

2. อัพเดท GNOME จาก 2.24 ไปเป็น 2.26 ถึงแม้จะมี 1-Click Install ให้ใช้ แต่ก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไร เพราะดันเอ๋อเหรอไม่สมบูรณ์ (GNOME 2.26 ใช้ชุด GTK เวอร์ชั่น 2.16 แต่ openSUSE มีแต่เวอร์ชั่นเก่า 2.10 ผลคือ Theme พังพินาศ ต้องตามล่าหามาเอง ลงยากอีกตะหาก)

3. ทุกอย่างจะต้องไป 1-Click Instasll ซะหมด เพราะใน Repo มันไม่อัพเดทซักเท่าไร

4. Forum ของ openSUSE ดุมากกกก (ต่างประเทศนะ)

5. ช้า .. เอ๋อ .. ค้าง .. แฮ้งค์ .. สารพัดจะเจอ เน็ตไม่แรงนี่หมดสิทธิ์กันไปเลยเหอะ

6. เมนูโปรแกรมใช้ยาก มันเหมือนจะง่ายนะ แต่ใช้เวลาหาโปรแกรมที่ต้องการนานมาก สับสนอลหม่าน

7. zypper สู้ apt ไม่ได้ (อย่างแรง)

8. rpm มีแพคเกจที่จำเป็นต้องใช้อย่างแรงในชีวิตน้อยกว่า deb

9. Software Management ยังสู้ Synaptic ไม่ได้ในทุกกรณี

10. YaST, Control Centre และ Application ซ้ำซ้อนกันมาก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือน Ubuntu

.

.

10 ข้อนี่เยอะนะเนี่ย (ตอนแรกนึกว่าจะหมดตั้งแต่ข้อที่ 5 แต่เขียนไปเขียนมาชักเยอะแหะ

เล่าเหตุอีกครั้ง มันเกิด ณ Ubuntu 9.04 เมื่อสองสามวันก่อน (หลัง RC 1 วัน) อัพเดทปุ๊บ Compiz พังกระจุย! ซึ่งรอแล้วรอเล่ามันก็ไม่ยอมแก้บั๊คซะที โมโหหิวย้ายมาใช้ openSUSE ซะงั้นเลย …

ก็คงใช้ openSUSE ไปเรื่อย ๆ จนกว่า Ubuntu จะส่งแผ่นมาให้ล่ะครับ (แล้วจะมีประโยชน์อะไร ก็ต้องไปโหลด 64 bit ใช้เองอยู่ดี)

Jaunty Release Comin’ Up !

Update ! เปิดดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้วครับ คลิกเลย

……………………………………………………………………….

มาแล่ววววววววววววววววววววววววววว

Ubuntu 9.04 Jaunty Jackalope รีลีสกันแล้วในวันนี้ ! แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งรีบไปใย ควานหา ณ นาทีนี้ยังไงก็ไม่เจอครับ (อ้างอิง ณ เวลา ตี 4:20 ของประเทศไทย) คาดว่ากว่าจะเปิดให้ดาวน์โหลดกันก็คงประมาณ 4-5 ทุ่มของคืนนี้ (วันที่ 23 เมษายน) นั่นแหละครับ

อ๊ะ! แล้วถ้าอยากรู้ว่าจะเอาตอนนี้น่ะได้ยังไง .. เออ! นั่นสิ ได้ยังไงกันน๊า …

.

.

ไปควานหาจาก UbuntuClub.com เองละกันนะกั๊บ อิอิอิ