Why I Used Ubuntu Instead Of Windows [Part 2]

ว่าจะเขียนเรื่องนี้ แต่คุ้น ๆ เหมือนเคยเขียนไปแล้ว เลยไปควานของเก่า ๆ ขึ้นมา เออ..เคยเขียนจริงแฮะ

ลองไปอ่านความหลังเมื่อครั้งกระโน้นกันได้  Why I used Ubuntu instead of Windows ?

หลังจากใช้งาน Ubuntu แบบเต็มสูบ (เรียกว่าแทบไม่กลับไปใช้ Windows อีกเลย) และหลังจากที่ได้ศึกษา อ่าน และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Linux บ้าง Free Software บ้าง Open Source บ้าง ก็ทำให้หวนนึกถึง Windows ขึ้นมาอีก และเริ่มเข้าใจลึกซึ้งถึงเหตุผลของตัวเองที่ใช้ Linux และไม่ค่อยศรัทธาใน Windows มากขึ้น

1. Ubuntu นั้นฟรี .. ฟรีในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีลิขสิทธิ์ หรือไม่มีค่าตัว ลินุกซ์ที่ทำตัวเองให้มีค่าก็มีให้เห็น (เช่น Mandriva PowerPack หรือ Suse Linux Enterprise หรือ Red Hat อะไรก็ว่าไป) แต่ลินุกซ์ที่ผมเลือกใช้นั้นฟรี (ซึ่งก็คือ Ubuntu) ถามว่าฟรีในที่นี้คืออะไร คือ

  • ฟรีที่จะใช้งาน ในรูปแบบใด ๆ ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ผิดกฎหมาย หรือผิดศีลธรรมอันดี
  • ฟรีที่จะแนะนำ และแจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจ โดยไม่ต้องขออนุญาต หรือมีข้อจำกัดแต่อย่างใด
  • ฟรีที่จะปรับปรุง แก้ไข ตบแต่ง เท่าที่หนึ่งสมองสองมือ หรือหลายสมองหลายมือจะมีปัญญาทำ

ทำให้สบายใจที่จะใช้ นิสัยเสียของผมอีกอย่างนึงคือ พร้อมจะซื้อปัจจัยที่จับต้องได้ ส่วนปัจจัยที่จับต้องไม่ได้อย่างพวก Software นี่ ยอมรับตามตรงว่ายังทำใจซื้อไม่ได้จริง ๆ (แต่ถ้าจำเป็นต้องซื้อก็จะซื้อครับ ที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วคือ Windows 7 และ MS Office ซักเวอร์ชั่นนึง ซื้อเพื่อเอามาใช้งานครับ แต่ใช้ชีวิตก็ยังอยู่กับ Ubuntu ต่อไป)

2. Linux นั้นมีความเสถียรกว่า Windows เถียงกันเรื่องนี้สามปีก็ไม่จบ เอาเป็นว่ามันเป็นความรู้สึกของผมล้วน ๆ เรื่องความปลอดภัย บางครั้งมันก็เป็นเรื่องจิตวิทยาเหมือนกัน เช่น กับผู้ใช้ทั่ว ๆ คุณกล้าท้าเขาให้ใช้งาน Windows โดยไม่ติดตั้งโปรแกรม Anti-Virus ไหม ประเด็นมันอยู่ที่ Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่มีคนใช้มากที่สุด ปัญหามันจึงกระทบในวงที่กว้างกว่า

3. GNOME Desktop ถ้าไม่นับ Nautilus ผมชอบมันมากกว่าระบบ Desktop ของ Windows นะ ปรับแต่งกันกระจาย จะให้มันรองรับอะไรที่เราต้องการก็ได้ ยอดเยี่ยมมาก ๆ

4. อารยธรรมฟอนต์ของ Ubuntu งงล่ะสิ .. เรื่องของเรื่องคือระบบจัดการฟอนต์ของ Ubuntu มันเป็นแบบ ClearType มาตั้งแต่ต้น (Out-of-Box เลย) ซึ่งไอ้กระผมก็ชอบอะไรที่มันมน ๆ ซะด้วย ถูกใจกันไปเลย

5. ระบบไฟล์ของ Linux แรกเริ่มเดิมที งงมากกับระบบการจัดการไฟล์ของ Linux และกลัวที่จะทำอะไรผิดพลาดกับมันมาก แต่พอใช้ ๆ มันไป เริ่มซนจนรู้มากขึ้นบ้าง .. เออ ระบบมันออกแบบมาเข้าใจง่ายกว่าของ Windows อีกนะเนี่ย ไม่ต้องมีพาร์ติชั่นให้งง ไม่ต้องมา Defrag ฮาร์ดดิสก์ที่รัก สบายใจกันไป

6. ความเคยชิน .. เอาแล้วไง แค่เหตุผลข้อนี้ก็ไม่ต้องอ้าง 5 ข้อข้างบนแล้ว เอาเป็นว่าสิ่งเดียวที่ยังไม่ชินก็ Nautilus แหละนะ ยังไงก็ยังชอบ Windows Explorer มากกว่า นอกนั้นชอบสิ่งที่มีใน Ubuntu มากกว่า Windows ทั้งนั้น

หลับตารอ Ubuntu 9.04 ตัวเต็ม และจะรอดูการเปลี่ยนแปลงใน GNOME 3.0 (แอบไปอ่าน Road Map ของ Nautilus แล้ว ก็ยังไม่รักษาอาการเน่า ดำรงไว้ซึ่งความไม่น่าใช้ต่อไป อาเมน..)

[UTips] เก็บ DEB เด็ด ๆ ไว้ไม่ต้องโหลดซ้ำซาก

1. ในกรณีอยากเอาโปรแกรมที่เราโหลดมาติดตั้งไปเผื่อแผ่เครื่องอื่น หรือเครื่องเราเองเนี่ยแหละ ให้ APTonCD ช่วยคุณ สั่ง sudo apt-get install aptoncd เปิดโปรแกรมแล้วจัดการตามนั้นไปเลย

2. แต่ถ้าเป็นเครื่องตัวเองเพียว ๆ มี Disk เหลือ Back Up นิดหน่อยพอประมาณ ก็เข้าไปที่ /var/cache/apt/archives ก็อปปี้ทุกอย่างในนั้น (ถ้าไม่อยากเก็บขยะ ก่อนจะเข้าไปก็อปปี้ก็สั่ง sudo apt-get autoclean ซะรอบนึง มันจะได้ลบ Package เก่า ๆ ออกไปก่อน) เสร็จแล้วจะยำเครื่อง ลงใหม่ หรืออัพเกรดอะไรแปลก ๆ ก็ตามสะดวก เน่าขึ้นมา ต้องลงใหม่ จะได้ไม่ต้องโหลด App ซ้ำ ๆ ซาก ๆ (วิธี Restore ก็ก็อปปี้มันไปวางไว้ที่เดิม จากนั้นก็สั่งติดตั้งโปรแกรมตามวิถีทางที่ท่านถนัดตามสะดวก)

ป.ล. ทั้ง 2 วิธีก็หลักการเดียวกันเด๊ะ ๆ เพียงแต่ APTonCD นั้น GUI มันทำให้ ส่วนวิธีของข้าพเจ้านั้นใช้มือทำ (เพราะความซน) ก็เท่านั้นเอง

ป.ล. 2 ใครที่ต้องติดตั้ง หรืออัพเดทอะไรจาก Medibuntu คงซึ้งในวิธีแบบนี้ เพราะสิทธิพิเศษของ Medibuntu คือ แม้คุณจะใช้เน็ตแรงขนาดไหน แต่เมื่อต้องโหลด รืออัพเดทจากเค้า เน็ตท่านจะช้าเป็นหมาเปลี้ยทันที

ทิศทางการพัฒนาของ Ubuntu (เท่าที่ดูจาก Jaunty)

จากการติดตาม Ubuntu 9.04 (ตอนนี้เป็น Alpha 4 อยู่) อัพเดทมันทุกวัน วันละหลาย ๆ หน ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ทีมพัฒนา Ubuntu กำลังทำ หรือเข้าใจสิ่งที่เค้าคิดและวางเป้าหมายจะไปให้ถึงมากขึ้น

ทั้งนี้ผมมองในมุมของคนใช้ทั่วไป ที่ใช้งาน Desktop เป็นหลักนะครับ อะไรที่นอกเหนือจากนั้นไปอาจะมองได้ไม่ชัดนัก

  • การมีระบบ Notification ใหม่ ๆ เลือกจุดที่ให้แสดงได้ เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาให้งามซะ .. ผมมองว่ามันอำนวยความสะดวกมาก เพราะเรื่องของรสนิยม เราคงไปตายตัวให้ไม่ได้ว่าจะให้มีป๊อพอัพขึ้นมา ณ บริเวฯใดบริเวณหนึ่งเท่านั้น (แม้ว่าที่ผ่านมามันจะเป็นยังงั้นและไม่เคยมีใครบ่น) การกำหนดให้เลือกได้ดั่งใจ ยังไงผมก็ว่าดีกว่า และขั้นต่อไปขอให้กำหนดได้ว่าอะไรจะให้เตือน อะไรไม่ต้องเตือน ทำได้ด้วยจะดีมาก
  • การเปลี่ยนหน้าตา Login Screen มาเป็นแนวลูกกวาด (แม้ว่าลึก ๆ ผมจะเดาว่ามันไม่มีทางไปปรากฎในตัวจริงแน่นอน) ทำให้เล็งเห็นว่าทีมพัฒนานั้นทุ่มเทเพื่อจะสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้มาก มากถึงขนาดเอาลูกกวาดมาหลอกล่อเหมือนเราเป็นเด็ก ๆ กันเลยทีเดียว (แต่จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้ เพราะมันได้ผล ผมเองยังอยาก Log Off / Log In หลาย ๆ ทีเลย เพราะมันสวย)

ทั้งหมดนี้คงมาจากประเด็นที่ Mark Shuttleworth เคยเปรย ๆ ไว้ว่าอยากทำให้ Ubuntu เทียบเท่า Mac ซึ่งจนถึงวันนี้ผมก็ยังมองว่ายาก (เพราะ Gnome หรือไร) เอาเป็นว่ายังไงซะก็ใช้ Ubuntu อยู่และจะใช้ต่อไป ต่อไป และต่อไป (จนกว่าจะตายกันไปข้างนึง 555+)

ป.ล. วันนี้เสียรู้ให้เจ้ากระต่ายผีซะแล้ว สั่ง dist-upgrade ไปเมื่อเย็น ปรากฎว่าเสียงหายแซ่บหายสอย กริ้วจัด จัดการฟอร์แมตลง openSUSE ซะเลย แต่ก็แพ้ภัยที่ต่อ Wifi ไม่ได้ เลยทำใจกลับมาลง Ubuntu อีกครั้ง (จาก Daily Build ของวันที่ 25 กุมภา) ลงเสร็จ อัพเดทไป 1 ที เสียงกลับมาแล้ว เฮ้อ..โล่งอก (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าใจร้อนไปใย ยังไงซะมาม่ามันก็อร่อยภายใน 3 นาทีอยู่แล้ว เนอะ..!)