ขณะที่เขียนบทความนี้ กำลังอัพเกรดจาก Intrepid ไปเป็น Jaunty Alpha 3 ครับ
.
.
ความสงสัยนี้เริ่มมาจากการที่ลองไปสัมผัสลินุกซ์ตระกูลอื่น ๆ เช่น openSUSE, Fedora, Mandriva ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีเวอรชั่นที่ขาย หรือไม่สถานะก็เปรียบดั่งห้องทดลอง คือ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ กันที่โปรเจคนี้ ถ้าดีก็นำไปใส่ไว้ในของขาย ซึ่งก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะของฟรีมันก็คือของฟรี แม้มันจะเป็นอย่างไร หากเราจะใช้ ต้องใช้ หรือจำใจใช้ ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรมากมายนัก (นอกจากท่านจะสามารถแก้ไขมันเองได้ หรือปรับเปลี่ยนมันให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ เพราะมันเป็น open source แต่ผู้ใช้ซักกี่คนจะมีความสามารถขนาดนั้น)
ในขณะที่ Ubuntu นั้นเลือกที่จะฟรี ฟรีต่อการใช้งาน ปรับแต่ง แจกจ่าย และมุ่งเป้าหมายจะทำหน้าที่ Desktop ที่ดีอย่างถึงที่สุด ซึ่งนั้นหมายถึงตลาดของ Windows หรือ Mac OS เลย สองตัวที่ว่ามานั้นมีราคาค่าตัว แต่ Ubuntu ไม่มี “ค่าใช้จ่าย” อะไรเลย (เว้นค่าไฟกับค่าแผ่นซีดีเปล่าไว้หน่อยก็ได้) และที่เหนือกว่าลินุกซ์เจ้าอื่น ๆ คือถ้าเน็ตช้า หรือขี้เกียจโหลด ยังขอแผ่นติดตั้งฟรี ๆ ได้อีก โอ้ววว ไม่เสียซักบาท … แล้วเค้าทำไปเพื่ออะไร ?
จากความหมายของ Ubuntu เมื่อแปลเป็นไทยแล้ว ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงฟรี และใช้งานได้กับทุกจุดประสงค์ที่ต้องการ “Ubuntu แปลว่า เพื่อมนุษยชาติ ความเผื่อแผ่ถึงผู้อื่น น้ำใจไมตรี” อะไรประมาณนี้
.
.
คนรวยเราชื่นชม แต่คนรวยที่มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์แบบนี้ ผมขอสดุดี… Mark Shuttleworth
“แต่ Ubuntu ไม่มีค่าอะไรเลย” น่าจะแก้เป็นไม่มีค่าใช้จ่ายดีกว่านะพี่ ฟังแล้วดูเหมือน U มันไร้ค่ายังไงก็ไม่รู้
เออเนอะ ห้วนไปจริง ๆ ด้วย – -’
มันเป็นภาษาพูดอะครับ ขอบคุณที่ช่วยสอดส่องนะครับ
แก้ไขแล้วครับ หวังว่าอ่านแล้วจะลื่นสายตาขึ้นนะ อิอิอิ