คิดแล้วเหนื่อยจัง เรื่องลิขสิทธิ์เนี่ย …

ว่าจะจบ ไม่เขียนถึงอีกแล้ว เพราะคิดว่าเรื่องอย่างนี้มันควรจะเกิดขึ้นจากการตระหนักของแต่ละคน ไม่ว่าจะตะโกนปาว ๆ อย่างไรก็เสียงแหบเปล่า แต่ที่เขียนวันนี้อีกครั้ง เพราะคิด ๆ แล้วเหนื่อยใจ เหนื่อยจัง เหนื่อยกับตัวเอง …

เหตุมันเกิดเพราะวันนึงก็มานั่งคิดว่าทำไมเราต้องละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่น แล้วถ้าเราจะทำให้ถูกลิขสิทธิ์ล่ะ เราต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

ปัญหาต่อมาคือ ค่าใช้จ่ายเท่านั้นมันจะจำกัดอยู่แค่นั้นได้ไหม ไม่.. เมื่อมีการอัพเดท อัพเกรด เราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายซ้ำเข้าไปอีก ซึ่ง..

ปัญหาต่อไป เมื่อเรามีทางเลือกที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ความเคยชินเดิม ๆ จะหายไป มหกรรมการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จะต้องเริ่มขึ้น และความสะดวกสบาย สิ่งที่เคยทำได้ 100% นั้นจะถูกลดลง เราต้องอยู่กับข้อจำกัดที่ว่า “อันนี้ทำไม่ได้นะ” “เรื่องนี้ทำไม่ได้นะ” ผลคือเราก็ต้องหวนกลับไปหาของเดิม ๆ (ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เค้า) อีกครั้ง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่พยายามเลิกละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะในท้ายที่สุดเราก็ยังต้องพึ่งของละเมิดอีกอยู่ดี

ถ้าเราต้องใช้สิ่งนั้น ๆ ในการทำงาน ในการทำรายได้ แน่นอนว่ามันคงไม่ยุติธรรมนักที่เราจะไปขโมยของใครเค้าใช้ แต่กับเรื่องผู้ใช้ตามบ้าน ที่ใช้กันขำ ๆ ผมก็ยังหาเหตุผลไปบอกพวกเค้าไม่ได้ว่าทำไมต้องจ่ายค่าซอฟท์แวร์ เพิ่มมาจากค่าฮาร์แวร์อีก (ซึ่งก็ไม่ใช่ถูก ๆ) ในเมื่อของฟรี ๆ หรือแผ่นละแค่ 150 – 200 ก็มีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว และยากที่ชักจูงให้ใครคล้อยตามได้ง่าย ๆ

งานนี้ถ้า Freeware หรือ OpenSource Software มันดี เด้ง เช้งวับ ได้เท่าที่เค้าขาย ๆ กัน ปัญหามันอาจจะเบางบาง และเราก็จะสบายใจที่จะใช้ หรือแนะนำได้มากกว่านี้ แต่ ณ วันนี้ก็อย่างที่ผมรู้อยู่แก่ใจ มันยังแทนที่กันไม่ได้เต็ม 100 เราเองหัวเรี่ยวหัวแรงยังไม่อยากจะแนะนำให้เค้าใช้เลย เพราะหันไปทางไหนมันก็ไม่ได้เข้ากับใคร เราไม่ได้มีเวลาที่จะซัพพอร์ตเค้าได้ตลอดถ้าเค้าเจอปัญหา ในขณะที่ตอนนี้ปล่อยให้เค้าใช้กันเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป เวลาเกิดปัญหา ถ้าเราไม่ว่างเค้าก็ยังมีคนอื่นคอยช่วยเหลือ นี่ก็คือปัญหาหรือไม่

เรื่องง่าย ๆ ที่ก็คือการละเมิด เช่น การส่งรายงาน ส่งวิทยานิพนธ์ ต้องเป็นไฟล์ .doc ฟอนต์ Angsana 16 โอเค เป็นไฟล์ .doc ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเรื่องฟ้อนต์ต้อง Angsana 16 นี่เกิดปัญหาทันที ถ้า Windows เครื่องนั้นเถื่อน หมายความว่าฟอนต์นี้ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือในกรณีใช้ Linux ถ้าใช้บนเครื่องที่มี Windows โดยก๊อปปี้ฟ้อนต์มาใช้ ก็เป็นหลักการเดียวกันคือถ้าแท้ก็ไม่ละเมิด แต่ถ้าก๊อปปี้ข้ามเครื่องก็คือละเมิดอีก (แม้ว่าเครื่องที่ก๊อปปี้ข้ามมาจะเป็นลิขสิทธิ์ก็ตาม) นี่คือความลำบาก หรืออะไรกันแน่ มันก็พูดไม่ออกเหมือนกันนะ ถ้าจะมองให้ง่ายมันก็ง่าย แต่ถ้ามองให้ยากมันก็ลำบาก ตะขิดตะขวงใจ หากหาทางออกไม่ได้จริง ๆ คงต้องหา Windows แท้ ๆ มาลงทิ้งขว้างเอาไว้ ก็แค่นั้น …

นี่คือสิ่งที่คิด กังวล และท้อแท้อยู่ครับ คือ ไม่ว่าเราจะพยายามหนี มันหนีไม่พ้น เพราะเรา ๆ ใช้ และกำหนดมันจนเป็นมาตรฐานไปแล้ว โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของใครเขาหรือไม่ ซึ่งมันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนที่จะจ่าย จะบิต จะโหลด ตราบใดที่ไม่มีตำรวจบุกมาจับ

(ตอนนี้ก็อุ่นใจว่า Tahoma ไมโครซอฟท์ให้แจกจ่ายได้ ไหนจะ MP3 ในเครื่องอีกล่ะ เฮ้ออออ!)

2 thoughts on “คิดแล้วเหนื่อยจัง เรื่องลิขสิทธิ์เนี่ย …

  1. mp3 นี่ไม่ค่อยเลยนะ
    พี่ชอบโปรแกรม FTP สุดๆ ตัวนึงคือ FlashFX อยากซื้อใจจะขาดแค่ไม่ถึงพันแต่ตอนนี้ไม่มีปัญญาจริง
    ส่วนวินโดว์หมดปัญหา ออฟฟิศหมดปัญหาเพราะใช้ลิขสิทธิ์ TechNet จ่ายหมื่นกว่าแต่งาบลิขสิทธิ์มาใช้คิดรวมแล้วเหยียบๆ แสน (เอาลงมาเก็บหมดทุกตัว)

    แต่ถ้า Windows 7 Office 14 ออก ก็คงต้องดิ้นรนหาซื้อ Technet อีก

  2. ลืมเขียนไปครับ ไม่รู้ว่าวินโดวส์ 7 จะเป็นอย่างไร แต่ตั้งใจว่าจะซื้อครับ เพราะเชื่อว่าคงเนี๊ยบแล้ว

    พลาดไปตอนซื้อโน๊ตบุค ดันเอาตัวการ์ดจอออนบอร์ดมาซะอีก เฮ้อ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>