เคยคิด (และจะเขียน) ว่าถ้าย้ายไปใช้ Debian จะมีอะไรที่ดี หรือให้ผลที่ดีในเรื่องงาน เรื่องการใช้งานอะไรที่มากกว่า ที่แน่ ๆ คือความเป็นต้นตำรับมันมีกลิ่นหอมหวน ชวนให้ลองสัมผัสจริง ๆ นะ ว่ามั๊ย

คิดได้ดังนั้นเลยจัดการทดลองติดตั้งไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้นึกถึงการติดตั้งพวก OpenSUSE หรือ Mandriva สมัยก่อนเลยครับ ที่ต้องมีครอบครัวซีดีนับล้านแผ่น (เวอร์ไป ก็แค่ 5) แต่ในกรณีของ Debian นั้นหนักกว่า ซีดีปาไปเกือบ 30 แผ่น ดีวีดีขำ ๆ ที่ 5 แผ่นเท่านั้น ! แต่ไม่ต้องตกใจหรอกครับ เพราะทางเลือกไม่ได้ตีบตัน หรือโหดร้ายขนาดนั้นเสมอไป

ตรงข้ามกับ Ubuntu ที่มองข้ามช็อตปัญหาสำคัญ จัดมาให้เพียงซีดี 1 แผ่น ติดตั้งขำ ๆ 15-30 นาทีไม่เกินนี้ ก็ได้เดสก์ทอปดี ๆ ใช้แล้ว ซึ่ง Debian เราสามารถใช้แผ่นซีดีติดตั้งเพียง 1 แผ่นก็ได้ แต่ต้องมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เพื่อเลือกแพคเกจมาติดตั้งเพิ่มเติม (ทั้ง ๆ ที่สั่งแค่ System และ Desktop Environment เท่านั้นเองนะเนี่ย) ความยากตรงจุดนี้ของ Debian จึงเป็นประเด็นที่ 1 ที่ทำให้ Ubuntu ดูดี เปรี้ยงปร้างดังข้ามคืนมาได้จนบัดนี้

ในขณะที่ Ubuntu จัดเตรียมเวอร์ชั่นหลักมา 2 เวอร์ชั่น สำหรับ Desktop และ Server เรื่อง Server ไม่ต้องพูดถึง (เพราะไม่เคยใช้) แต่ที่ Desktop นั้น Ubuntu ได้จัดเตรียมทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ ที่ Desktop ซักเครื่องนึงไม่ว่าจะเป็น PC หรือ Labtop ต้องการ ติดตั้งแล้วใช้ได้ดี ซึ่ง Hardware หลักต่าง ๆ ที่เป็นยาขมปี๋สำหรับโลกลินุกซ์ ถูก Ubuntu จัดการหาจนเจอและใช้งานได้เสียด้วย (ส่วนเรื่อง Web Cam ไม่ต้องหวัง) ในขณะที่ Debian คงต้องออกแรงตั้งค่ากันซักพักใหญ่ ๆ จึงจะ Feel Fine ได้เหมือน Ubuntu

ความเสถียร (มาก ๆ) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Debian ทำให้แพคเกจอาจจะ “ไม่สด” มากมายเท่าไร เพราะความสดที่อาจจะเข้ากันไม่ได้กับระบบ ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงภายในของ Debian แน่นอน ดังนั้น ช่วงก่อนที่จะ Release เวอร์ชั่นใหม่ Debian จะมีช่วง Freeze คือ ไม่รับแพคเกจใหม่ หรือเวอร์ชั่นใหม่เข้ามา จะแก้เพียงบั๊คที่ร้ายแรง ที่ส่งปลกระทบต่อความเสถียรของระบบเท่านั้น เท่ากับว่าช่วง Freeze ยิ่งยาวนานเท่าไร แพคเกจก็จะยิ่งล้าหลังไปมากเท่านั้น แน่นอนว่ามีได้มันก็ต้องมีเสีย ดังนั้นจึงเป็นเค้าลาง ๆ แล้วใช่ไหมครับ ว่า Debian นั้นเหมาะ หรือไม่เหมาะกับใคร กับงานประเภทไหน และใครที่ควรใช้ Debian และเมื่อต้องการความเป็น Debian แต่สดใหม่ดังใจปรารถนา จึงต้อง Ubuntu เท่านั้น (แม้จะมีหลายคนกังขาว่ามันจะเสถียรเหรอ แต่อย่าลืมว่ามันเป็น OpenSource ที่มีคนใช้เยอะ คนแก้ก็เยอะ บั๊กต่าง ๆ จึงถูกตรวจเจอและแก้ไขได้รวดเร็วมากจนบางครั้งเรา ๆ ท่าน ๆ แทบจะไม่รู้สึก ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสถียรเลยครับ :-) )

นี่เป็น 3 ประเด็นหลัก ที่ Ubuntu ถือว่ามาถูกทาง และเหนืออื่นใด Ubuntu คงจะไม่มีวันนี้หาก Debian ไม่ได้มีกระบวนการที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าบ้านจะคงทน ต้านแดดฝนได้ดี โครงสร้าง เสาเข็ม ต้องแข็งแรงและลึกพอสมควร ดังนั้น ความเป็น Debian จึงไม่ใช่จุดอ่อน ความเป็น Ubuntu ก็ไม่ใช่ฉาบฉวย หรือหยิบชิ้นปลามันขึ้นมา แต่มันเป็นสิ่งที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และสำคัญที่สุดคือเรานี่แหละครับ เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราได้ มาถึงวันนี้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า Debian นั้นเหมาะกับ Geek ของแท้ ส่วน Ubuntu ไม่ต้อง Geek มากก็พอไหว อิอิอิ

  1. n-blue says:

    สงสัยมานานอย่างนึงว่าทำไมเวอร์ชั่น server ของแต่ละค่ายต้องเป็นเวอร์ชั่นตาบอดเท่านั้น คือ ไม่มีกราฟิก

    ไม่ใช่จะอย่างโน้นอย่างนี้ เข้าใจว่าเป็นการลดการใช้ทรัพยากรและกราฟิกเป็นเรื่องหลอกตา ที่สุดท้ายแต่ละปุ่มก็ถูกแปลงกลับไปเป็นคำสั่งภาษาเทพ

    แต่หลายครั้งที่จะลองศึกษาเซอร์ฟเวอร์แล้วไม่รู้ภาษาเทพ ก็มีปัญหาขึ้นมาทันที ทำไมถึงไม่มีทางเลือกให้คนที่ไม่รู้ภาษาเทพบ้าง?

  2. Pex says:

    อันที่จริงสามารถสั่ง DE เช่น Gnome หรือ KDE มาใส่ไว้ก็ได้ครับ

    เรื่อง Server เข้าใจว่ามักจะไม่ต้องการความสวยงาม หรือใช้งานอะไรนอกเหนือจาก Command Line มากนัก ซึ่งข้อเสียของแต่ละ DE เท่าที่ผมรู้สึกคือ มันเทอะทะเกินกว่าที่งาน Server จะต้องการ

    เท่าที่ลองหาเหตุผลคือ ความเสถียรครับ ซึ่งถ้าถามจริง ๆ ก็สมควรอยู่ อาทิเช่น Firefox ใน Linux พูดตรง ๆ ว่าความสามารถและความเสถียรสู้ตัวที่อยู่บน Windows ไม่ได้เลย (ทั้งนี้เพราะปลั๊กอินต่าง ๆ ที่จำเป็นเช่น Flash ด้วยที่ทำให้มันไม่เสถียร) ถ้าติดตั้ง DE และโปรแกรมต่าง ๆ ลงไปพาลจะทำให้ระบบล่มเอาได้ (ผลกระทบย่อมมากกว่า Desktop ส่วนตัวล่มแน่ ๆ) ซึ่งก็สมเหตุสมผลดี

    แต่ทั้งนี้หากเครื่องนั้นพี่เนแน่ใจว่าไม่มีใครยุ่งแน่ ๆ และต้องการ GUI เพื่อให้สั่งการได้ง่ายขึ้นเท่านั้น สั่ง Gnome หรือ KDE หรือ XFce มาติดตั้งได้เลยครับ แล้วจะง่ายขึ้น

  3. n-blue says:

    อธิบายแบบนี้ก็ถามต่อว่าแล้วทำไม Windows Server ถึงมี UI อย่าง Windows 2008 ก็มีเพียงแต่ไม่เต็มรูปแบบ Vista (แต่เปิดใช้เหมือนวิสต้าได้)

  4. Pex says:

    อันนี้ผมลองคิดเล่น ๆ นะครับ ยังไม่ได้หาเหตุผลอย่างเป็นทางการ คงเป็นเพราะโอกาสในการเลือกใช้ของลินุกซ์นั้นมีมากกว่า เช่น DE ที่มีทั้ง Gnome KDE Xfce และพวก *box ต่าง ๆ เช่น Fluxbox OpenBox โอกาสที่ DE เหล่านี้ (ซึ่งโดยหลักอยู่นอกเหนือการควบคุมของ Distro) จะสร้างความเสียหายนั้นสูงกว่า Windows ที่สามารถควบคุมระบบหลัก ๆ ไว้ได้เอง ทั้งนี้อาจจะเป็นที่กลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน และเรื่องความต้องการทรัพยากรของระบบที่ต่างกันด้วย

    อันนี้ผมคิดของผมเองนะครับ ยังไงขอไปหาเหตุผลจริง ๆ ก่อนแล้วจะมาบอกครับ (ปวดหัวเลย ไม่เคยใช้ Server ซะด้วย หุหุหุ)